อาชญากรรม

ผัวแค้น บุกยิงร่างทรงอาม่า อ้างแค้นหลอกเมีย ให้ซื้อที่ดิน เสียเงินนับล้าน ทำครอบครัวแตกแยก

โดย thichaphat_d

12 เม.ย. 2565

17 views

ผัวสุดแค้น บุกยิงร่างทรงอาม่า ดับคาศาลเจ้ากลางเมืองสุราษฎร์ฯ ขณะทำพิธีเข้าทรง เชื่อหลอกเมีย ถูกคุณไสย สูญเงินเกือบล้าน ให้ซื้อที่ดิน ทำครอบครัวแตกแยก ญาติยันไม่ได้หลอกลวงใคร เป็นคนใจบุญเปิดสำนักเพื่อช่วยเหลือคน จากนี้ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกผู้ตาย 4 ชีวิต


วานนี้ (11 เม.ย. 65) เวลา 10.00 น. สภ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายชัยณรงค์ ชูเพชร อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.112/2565 ลงวันที่ 10 เม.ย. 2565 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพซึ่งเป็นศาลเจ้า ในสวนปาล์ม ซอยสะพานเต่า อ.พนม หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงนางศรีสุดา อรุณโชติ อายุ 44 ปี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้เมื่อเวลา 21.15 น.วันที่ 9 เม.ย. ร.ต.อ.สุทัศน์ ทองมา รอง สว.สอบสวน สภ.พนมได้รับแจ้งเหตุ จาก โรงพยาบาลพนมว่า มีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 รายมาเข้ารับรักษาตัว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า 1 ในผู้บาดเจ็บคือนางศรีสุดา อรุณโชติ ถูกยิง ด้วยปืนลูกซอง รวม 7 แผล อาการสาหัส นำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา และสอบนางนิรมิตร ทองยวน อายุ 58 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากกระสุนเฉี่ยว


ทราบว่านางศรีสุดา เป็นคนทรงเจ้า และก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะนางศรีสุดา กำลังทรงเจ้า และตนเองนั่งอยู่ข้างนางศรีสุดา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากข้างหลัง 2-3 นัด และพบว่า นางศรีสุดา ได้ถูกกระสุนปืน จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเกตุคือนายชัยณรงค์ โดยมีสาเหตุความขัดแย้งมาจากเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับอาชีพเข้าทรงของผู้ตาย จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน


จากการสอบสวนนายชัยณรงค์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนางศรีสุดาจริง เนื่องจากมีความโกรธแค้นที่นางศรีสุดา ที่ทำตัวเป็นร่างทรง หลอกเอาเงินจากภรรยาตนไปตั้งแต่ปี 62 หลายครั้งต่อเนื่องกัน และเสียเงินไปจำนวนมากเฉียด 1 ล้านบาท


โดยอ้างว่าภรรยาของตนถูกคุณไสย และเรื่องนี้ทำให้ตนกับภรรยาทะเลาะกัน มีปากเสียงบ่อยครั้ง จนล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 65 ภรรยาได้นำเงินเก็บก้อนสุดท้าย 2.5 แสนบาทไปซื้อที่ดินให้กับนางศรีสุดาอีก ทำให้ตนกับภรรยาทะเลาะกันอย่างรุนแรงและแยกทางกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนแค้นนางศรีสุดาเป็นอย่างมากที่ทำให้ตนต้องเสียเงินเก็บไปร่วม 1 ล้านบาท จึงได้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว


ซึ่งหลังก่อเหตุตนก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังพักอาศัยอยู่ที่บ้านตามปกติ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบสวนดังกล่าว ซึ่งนายชัยณรงค์ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นำตรวจยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองยาว 1กระบอก, กระสุน9 นัด และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมทั้งนำตัวไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ


ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางมายังวัดบางน้ำเย็น อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ของนางศรีสุดา ซึ่งบรรยากาศภายในงานศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจและความตกใจของญาติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพิ่งเมื่อมาถึงทางญาติก็ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์พร้อมทั้งไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเก็บภาพบรรยากาศภายในงานแต่อย่างใด


จนกระทั่งเวลาต่อมาได้เจอกับน้าลี ซึ่งเป็นน้าของผู้เสียชีวิต โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเชื่อว่าหลานสาวไม่ได้ไปหลอกลวงใครมา ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง ซึ่งหากใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของหลานสาวเขาเป็นคนใจบุญเปิดสำนักสงฆ์เพื่อรักษาคนมากกว่า 20 ปีซึ่งสภาพที่เปิดสำนักสงฆ์ก็อยากให้ทุกคนไปเห็นด้วยตาตัวเองว่า อยู่แบบลำบากไม่มีอะไร ซึ่งเชื่อว่าถ้าหลานสาวไปหลอกคนอื่นจริงสภาพแวดล้อมของสำนักสงฆ์ก็จะไม่อยู่ในสภาพนี้


โดยนางสาวศรีสุดา ผู้เสียชีวิตมีลูก 4 คน อายุ 22,18,14, และ 7 ขวบ โดยลูกคนโต 3 คนเป็นผู้ชายและลูกคนสุดท้องอายุ 7 ขวบเป็นผู้หญิงซึ่งก็พิการทางสมอง ในร่างกายตั้งแต่กำเนิด โดยน้องชายของผู้เสียชีวิตเปิดใจว่าหลังจากที่พี่สาวเสียชีวิตครอบครัวก็ไม่รู้จะอยู่กันยังไง ส่วนภาระการเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คนของผู้เสียชีวิตทางญาติพี่น้องก็คงต้องช่วยกันดูแลต่อไป โดยงานบำเพ็ญกุศลศพนางสาวศรีสุดาจะมีกำหนดการฌาปนกิจศพในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ที่วัดสมัยสุวรรณ อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vUS3NjZEVxU

คุณอาจสนใจ

Related News