อาชญากรรม

'ส.ส.เต้' เป็นท้อ! ขอถอยคดีแตงโม ไม่ปฏิเสธใครจะว่าหาเสียง 'ลุงนิต' คนหาปลา ตั้งทนายเดินหน้าฟ้อง

โดย thichaphat_d

25 มี.ค. 2565

19 views

วานนี้ (24 มี.ค.) ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงยุติบทบาทการติดตามหาหลักฐานคดีการเสียชีวิตของดาราสาว แตงโม นิดา โดยกล่าวว่า หลังติดตามเรื่องนี้มาประมาณ 1เดือน ได้ข้อมูลหลักฐานที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก และได้มอบหลักฐานให้พนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ในฐานะพยาน

โดยเฉพาะคลิปกล้องวงจรปิดล่าสุด ตรงข้ามวัดเขมาใกล้บริเวณพบศพ ที่มีลักษณะคล้ายขอนไม้ที่มีบางสิ่งบางอย่างที่เกาะอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ตนเองมีประสบการณ์เคยล่องข้ามแม่น้ำน่านระยะทางกว้าง 300- 400 เมตร โดยใช้ลูกมะพร้าวแห้ง ว่ายไปกลับจนเป็นเรื่องปกติ บางครั้งเคยล่องไปไกลถึง 4 กิโลเมตร สามารถใช้มะพร้าวแห้งลอยน้ำได้หลายชั่วโมง

ดังนั้นถ้ามีคนเกาะวัสดุบางอย่างอย่างขอนไม้อยู่ก็จะพยายามกดขอนไม้เพื่อพยุงตัว ขึ้นมาขอความช่วยเหลือและตามคลิปที่ปรากฎก็มีลักษณะคล้ายกัน จึงเป็นข้อสันนิษฐานที่ควรสอบสวนเรื่องนี้ ส่วนตัวยังตั้งข้อสงสัยว่าการเสียชีวิตของคุณแตงโม เป็นการฆาตกรรมเพราะหากเป็นอุบัติเหตุ หรือประมาท คนบนเรือต้องกระโดดช่วย หรือหาทางทำทุกวิธีทาง นอกจากนี้ยังมีเรื่องผลสอบ ปริมาณแอลกอฮอล์ คนบนเรือ ที่ตนไม่เชื่อว่า คุณแตงโม จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ เพียงคนเดียว

ส.ส.มงคลกิตติ์ ยืนยันว่าเวลานี้เหลือเพียงผ้าคลุมสีขาวของคุณแตงโมที่ทางตำรวจยังต้องการ และการทำหน้าที่ครั้งนี้ ก็ทำในฐานะพลเมืองดีเพราะเป็นคนในพื้นที่ย่ายพระราม 7 ถ้าไม่ทำจะหาว่าแล้งน้ำใจ ยืนยันว่าตนเองได้ทำอย่างเต็มที่แล้วหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ในการรอผลจากการตรวจสอบร่วมกับนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมต่อไป หลังจากนี้ก็จะตามคดีห่างๆ อย่างห่วงๆ

ในส่วนของพรรคก็จะเดินหน้าเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน เพื่อปัญหาให้ประชาชน ส่วนใครจะว่าหาเสียงก็ไม่ปฏิเสธ เพราะหน้าที่ของพรรคทำเพื่อประชาชน ทำให้ประชาชนนิยม เป็นการทำในสิ่งที่ประชาชนต้องการ

สำหรับการยุติบทบาทครั้งนี้ เป็นยุติบทบาทเพียงชั่วคราว ยังไม่ทิ้งคดีนี้ไป ส.ส.มงคลกิตติ์ ยอมรับว่า 1 เดือนที่ผ่านมาก็รู้สึกเหนื่อย และยังมีกรณีของ อดีต ส.ส.สิระ เจนจาคะ มาแจ้งความดำเนินคดีอีกทำให้รู้สึกท้อ ทั้งที่ตนเองพยายามทำงานมาอย่างเต็มที่ยอมรับว่าการหาหลักฐานที่ผ่านมากระทบกระทั่งกับคนอื่นบ้าง แต่ไม่มีเจตนาจะให้ร้ายใคร

โดยเฉพาะลุงนิต ชายหาปลาตามคลิป ที่อ้างว่าถูก พาดพิง ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะให้ร้าย เพราะลุงนิตเป็นประชาชนคนหนึ่ง ต้องขอโทษลุงนิต ตนไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้งใดๆ การหาเรื่องประชาชนไม่ใช่นิสัยนักเลง หลังจากกลับจากไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดแล้ว จะไปพบลุงนิดเพื่อขอโทษอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนที่จะถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนไม่เคยเอ่ยชื่อว่าเป็นใคร

ส.ส.มงคลกกิตติ์ ย้ำว่า เมื่อมีคนมาสกัดการทำงานมากๆ มีคำวิพากษ์วิจารณ์ก็รู้สึกบั่นทอน ก็ต้องถอยออกมาส่วนเรื่องที่ ตนเองทำงาน ส.ส.มาในช่วงโค้งสุดท้ายแล้วไม่ต้องการมีคดีเพิ่มอีก แต่ในทางกลับกัน ถ้า อดีต ส.ส.สิระ มาร่วมทีมช่วยกันในเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ส่วนที่ถูกมองว่าตนใช้อำนาจหน้าที่ ไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น ยืนยันว่า ตนเป็นหนึ่งในพยานในคดีนี้ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซง ซึ่งหลังจากนี้ก็พร้อมจะช่วยเหลือเรื่องนี้ต่อไป หาก ประชาชนร่วมกันแสดงตนเรียกร้องในเฟซบุ๊กของตนเองถึง หนึ่งแสนคนขึ้นไป ก็จะกลับมาอีกครั้ง แต่ตอนนี้ขอพักก่อน

ด้านนายวินิต ตรีปัญญา หรือ ลุงนิต คนหาปลา เดินทางมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี ตามที่นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.ได้นัดหมายไว้ว่าจะจัดหาทนายความให้กับลุงนิต และมาเซ็นใบแต่งตั้งทนายความ

โดยลุงนิต เปิดเผยถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์มีการโพสต์ขอโทษตน ว่า ส่วนตัวรู้สึกว่า ส.ส.เต้ ไม่ได้ขอโทษอย่างจริงใจ หากจะขอโทษจริงๆ ขอให้มาคุยกับตนด้วยตัวเองให้สังคมรับทราบด้วย เพราะคนเข้าใจตนผิดไปเยอะมากแล้ว ส่วนกรณีที่เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่เจอกันแล้ว ส.ส.เต้ บอกว่าตนไม่ใช่คนในคลิป มองว่า ส.ส.เต้ แค่อ้างไปเรื่อย โดยจนถึงขณะนี้ ส.ส.เต้ ก็ยังไม่ได้ติดต่อหรือส่งตัวแทนมาขอโทษตนโดยตรงแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องที่ ส.ส.เต้ บอกว่าตนมีการเตี๊ยมสวมรอยเป็นคนหาปลา ยืนยันว่า ตัวเองไม่เคยรับเงินใครไม่ว่าเรื่องอะไร และเรือในคลิปก็เป็นเรือตัวเองจริงๆ สามารถให้คนละแวกนั้นยืนยันได้ และที่ ส.ส.เต้ ออกมาบอกว่า มีคนเกาะอยู่ที่ขอนไม้ ตนก็ยืนยันว่าไม่เห็น ที่บอกมีเสียงคนร้องให้ช่วย ก็ไม่ได้ยิน

ยืนยันว่า การเดินหน้าเอาความกับ ส.ส.เต้ เป็นการทำเพื่อปกป้องชื่อเสียงตนเองและครอบครัว โดยเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ตนได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ความรู้สึก และครอบครัวก็ไม่สบายใจ ลูกสาวตนเครียดจนไม่สบาย ซึ่งตนไม่คิดเลยว่าแค่ออกไปหาปลาแล้วไปดึงตาข่ายที่ติดกับขอนไม้ออกจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายแบบนี้

สำหรับการที่มีเรื่องขัดแย้งกับ ส.ส. ตอนแรกตนก็กลัว แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว มองว่าไหนๆ ก็ต้องลองดู เพราะตนไม่ใช่คนผิด อย่างไรก็ตาม เรื่องไกล่เกลี่ยยอมความ ก็ต้องรอให้ได้มาพูดคุยกันก่อน หากคุยกันได้ลงตัวก็อาจจะไม่ฟ้อง แต่ตอนนี้ตนยังไม่พร้อมเจอหน้า ส.ส.เต้ รอปรึกษาครอบครัวก่อนว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ ส่วนคนในโซเชียลที่มาคอมเมนต์ต่อว่าตน หากอันไหนที่มองว่าเกินกว่าเหตุ ตนก็อาจต้องดำเนินคดีด้วย

ด้านนายสิระ เปิดเผยว่า ส.ส.เต้ มีตำแหน่งเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งควรทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนไม่ใช่มาให้ร้ายกับประชาชน โดยที่ตนต้องเข้ามาช่วย เพราะเมื่อวานนี้ลุงนิตบอกว่าลุงกลัว ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับ ส.ส.

ส่วนการโพสต์ขอโทษของ ส.ส.เต้ ตนมองว่า เป็นการโพสต์ให้ดูหล่อ แต่ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการบรรเทาความเสียหายให้ผู้เสียหายเลย อย่างไรก็ตาม คำขอโทษดังกล่าว ก็ถือเป็นคำรับสารภาพ ว่า ส.ส.เต้ ได้กระทำให้ลุงนิตเดือดร้อนจริง จะมาแก้ตัวภายหลังไม่ได้

นายสิระ ชี้ว่าการกระทำของ ส.ส.เต้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลจริยธรรมของ ส.ส. และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ ที่ตนได้แจ้งความไว้แล้ว รวมถึงยังเข้าข่ายความผิดมาตรา 185 ตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ส.ส. ต้องไม่ใช่ตำแหน่งไปกระทำการก้าวก่ายการปฏิบัติราชการ

ซึ่งเห็นได้ชัดจากคำสัมภาษณ์ของ ส.ส.เต้ ที่บอกว่า ได้กล้องวงจรปิดจากกรมเจ้าท่า โดยการโทรหารองอธิบดีซึ่งไม่ได้เป็นพยานในคดีนี้ และไม่ได้มีหมายเรียกพยานหลักฐาน จึงถือว่าเป็นการที่ ส.ส.เต้ ไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยเมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) ตนได้ให้ลุงนิต เซ็นใบแต่งตั้งทนายความมา 2 ชุด โดยตอนแรกตั้งใจจะแต่งตั้งเพื่อฟ้อง ส.ส.เต้ คนเดียว แต่เมื่อไปดูการแถลงข่าว พบว่ามีสมาชิกพรรคอีก 3 คนที่ร่วมแถลงข่าวด้วย จึงจะขอให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดูก่อนว่าทั้ง 3 คน ถือว่ามีส่วนร่วมในการทำให้เกิดความเสียหายต่อลุงนิตด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ ตนอยากฝากไปถึง ส.ส.เต้ ว่าให้พิจารณาด้วยว่าจะดูแลบรรเทาความเสียหายให้กับลุงนิตอย่างไร รวมถึงเรื่องการมาเจรจาไกล่เกลี่ยให้ลุงนิตยอมความด้วย ส่วนที่คนมองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างตนกับ ส.ส.เต้ ก็ถือซะว่าเป็นมวยถูกคู่ที่คนดูถูกใจแล้วกัน


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/X3jgdpTg0zM

คุณอาจสนใจ

Related News