อาชญากรรม

ง้อไม่สำเร็จ! ทหารปืนโหด บุกยิงอดีตภรรยาดับสลดใน รพ. ก่อนปลิดชีพตาม

โดย paweena_c

9 มิ.ย. 2565

365 views

เกิดเหตุสลด ยิงกันภายในโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โดยผู้ก่อเหตุเป็นทหารใช้อาวุธปืนบุกยิงอดีตภรรยา ซึ่งเป็นพยาบาลเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม

เมื่อตอนตี 1 ของวันที่ 9 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเศร้าสลดขึ้นที่ชั้น 4 ของอาคารคุณากร โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โดยมีผู้ก่อเหตุเป็นนายทหารยศ จ่าสิบเอก อายุ 35 ปี เป็นทหารอยู่ที่กรมทหารม้าที่ 6 ค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น พกอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เดินเข้าไปกระหน่ำยิงพยาบาลสาว อดีตภรรยา อายุ 34 ปี รวม 3 นัด ส่งผลให้กระสุนเข้าที่ศีรษะ กลางหน้าอก และชายโครงขวา เสียชีวิตคาที่

จากนั้น นายทหารได้เดินห่างออกมาจากจุดที่ยิงอดีตภรรยา แล้วใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน จ่อขมับยิงตัวเองหวังตายตาม แต่อาการสาหัส แพทย์พยาบาลช่วยยื้อชีวิต แต่สุดท้ายได้เสียชีวิต เมื่อเวลาตี 5 ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเก็บอาวุธปืนไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกล่าวว่า หลังเกิดเหตุพยาบาลที่เป็นเพื่อนกับผู้ตาย ได้แจ้งให้ญาติทราบ ญาติพี่น้องจึงมาดูที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนญาติ และคนใกล้ชิดของผู้ตายทั้งสองคน ทราบว่า ทหารกับอดีตภรรยาอยู่กินกันจนมีลูก 2 คน อายุ 3 ขวบ และ 7 ขวบ ต่างคนต่างก็ทำมาหากิน

กระทั่งเมื่อประมาณต้นปี พยาบาลได้ไปอบรมหลักสูตรเฉพาะทางที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลา 4 เดือน และก็กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นตามเดิม

และหลังกลับมาทำงาน ทั้งคู่ก็มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยขึ้น จนถึงขั้นยิงปืนขู่กันที่บ้านพัก ญาติพี่น้องก็รับรู้ปัญหามาตลอด สุดท้ายทั้งสองคนก็หย่าขาดจากกัน แต่ฝ่ายชายยังพยายามติดตามขอคืนดีกับพยาบาลมาโดยตลอด กระทั่งถืออาวุธปืนเข้ามาในโรงพยาบาล เดินตามหาอดีตภรรยาที่เข้าเวร และกำลังทำงานอยู่ในห้องพิเศษ เมื่อพบตัวก็เข้าไปหาใช้ปืนยิงอดีตภรรยา 3 นัด จนเสียชีวิตคาที่

จากนั้นทหารก็เดินออกจากห้อง แล้วใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงขมับตัวเอง เพื่อฆ่าตัวตายตาม แต่ยังไม่ตายทันที แพทย์พยาบาลช่วยเหลือเอาไว้ได้ แต่ก็มาสิ้นใจ เมื่อช่วงตี 5 ที่ผ่านมา

ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากเรื่องหึงหวง และนายทหารพยายามขอคืนดี แต่พยาบาลไม่ยอม จึงมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกญาติ และคนใกล้ชิด มาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

คุณอาจสนใจ