อาชญากรรม

'อัจฉริยะ' ร้องแพทยสภา สอบหมอนิติเวช ทำผลพยานคดีแตงโมไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

โดย thichaphat_d

28 เม.ย. 2565

36 views

'อัจฉริยะ' เข้าร้องเรียนกล่าวโทษแพทย์นิติเวชทุกสถาบัน ที่ให้ความเห็นและพยานในคดีแตงโมไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ร้องแพทย์สภา ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม วิชาชีพ แพทย์นิติเวชทุกสถาบันที่ให้ความเห็นว่าบาดแผลหลักของแตงโม ภัทรธิดา นั่นเกิดจากใบพัดเรือลำที่เกิดเหตุ

ซึ่งในการสอบครั้งนี้ขอให้แพทย์สภา สรุปผลให้ชัดว่า ความเห็นดังกล่าวนั่น เป็นความเห็นจากแพทย์นิติเวชจริง ๆ หรือเกิดจากความเห็นของตำรวจที่ทำคดี แล้วนำไปกล่าวอ้างชักจูงให้ทางแพทย์นิติเวชบิดเบือนข้อมูล นำไปสู่การสรุปตามที่กล่าวมา แล้วอ้างอิงผลว่า แพทย์นิติเวชเป็นคนให้ความเห็น

โดยนายอัจฉริยะ มองว่า ผลสรุปแนวทางการสืบสวนสอบสวนคดี ของนักแสดง แตงโม ภัทรธิดานั่นยังไม่ถูกต้อง มีข้อมูลหลายอย่างที่ยังน่าสงสัยอย่างเรื่องบาดแผล ที่เดิมมีข้อมูลระบุแพทย์พบบาดแผล 14 แห่ง ต่อมาเพื่มเป็น 22 แห่ง และในวันแถลงข่าว สรุปมีบาดแผล 26 แห่ง

ถือเป็นเรื่องที่บ่งชี้ได้ว่าพนายวัตถุจากทางนิติเวชไม่น่าเชื่อถือ หรือรวมถึงกรณีการนำภาพบาดแผลของผู้บาดเจ็บจากเหตุในต่างประเทศมาอ้างว่าเป็นบาดแผลที่โดนใบพัดเรือ ซึ่งกรณีของแตงโม ผมเชื่อว่าบาดแผลที่เกิดนั่นไม่ใช่จากใบพัดเรืออย่างแน่นอน


นอกจากนั่นยังมีหลักฐานสำคัญอื่น ๆ ที่ไม่มีการถูกตรวจสอบและกล่าวถึงในการสรุปคดีของ ตำรวจภูธรภาค1 คือ ทรายที่อยู่ในกำมือของแตงโม ซึ่งนั่นอาจจะเป็นหลักฐานที่ผู้เสียชีวิตอาจจะพยายามสื่อถึงเหตุของคดีนี้ แต่กลับไม่มีการเก็บตัวอย่างไปตรวจเทียบว่าเป็นทรายจากแหล่งใด ริมแม่น้ำ ท้องแม่น้ำ หรือจุดใดกันแน่

รวมไปถึงการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ บนเรือ ยังไม่ครบถ้วนอย่างการเก็บตัวอย่างเส้นผม ที่ระบุพบเพียงของแตงโม คนเดียว

นายอัจฉริยะ ระบุเพิ่มเติมว่า ที่ดำเนินการเรื่องนี้นั่น เป็นไปโดยชอบด้วยกฏหมาย ไม่ได้หมิ่นหรือละเมิดใคร อีกส่วนตนทำคดีกล่าวโทษ แซน ผู้ที่อยู่บนเรือ แต่ทางตำรวจยังไม่แม้แต่จะรับเป็นคดี ทั่งที่เราพร้อมในการให้ข้อมูลทุกด้านเพราะมีทีมผู้เชียวชาญหลายสาขา ทั้งด้านแพทย์ ด้านบาดแผล ด้านวัตถุพยาน

และในวันพรุ่งนี้ ตนจะเดินทางไปยืนร้องเรียน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ให้รับคดีนี้และมีการสอบสวนเพิ่มเติม เพราะ สิ่งที่ทางตำรวจภูธรภาค 1 สรุปนั่นไม่มีความชอบธรรม ไม่สอดคล้องกับวัตถุพยานหลาย ๆ จุด ยังคงเชื่อว่า เหตุการณ์นี้ ไม่ใข้อุบัติเหตุแต่เป็นการฆ่ากรรมอำพราง

คุณอาจสนใจ

Related News