อาชญากรรม

นับถอยหลังตำรวจเตรียมแถลงปิด 'คดีแตงโม' 18 เม.ย.นี้ เดินหน้าเอาผิดคนให้ข้อมูลเท็จ

โดย nicharee_m

13 เม.ย. 2565

19 views

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา หากเป็นไปตามคำแถลงของรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็เหลืออีกแค่ 5 วันก็จะแถลงปิดสำนวน เพื่อเตรียมส่งให้อัยการแล้ว แต่ตำรวจยังเดินหน้าเอาผิดคนที่ออกมาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จจนเกิดความเสียหายต่อบุคคลและองค์กรอยู่ โดยมีคุณแม่ภนิดา เป็นผู้เสียหาย


ประมาณ 13.45 น. วานนี้ (12 เม.ย. 65) นาง ภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม พร้อมด้วย นาย เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนนทบุรี


5 นาทีต่อมา นาย สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางมาถึงที่ สภ.เมืองนนทบุรี โดยบอกว่าจะมาขอพบกับคุณแม่ภนิดา และพยายามเดินตามไปที่ชั้น 2 แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต บอกว่าคุณแม่ยังอยู่ระหว่างการให้ปากคำ นายสันธนะลงมารอด้านล่าง


จากนั้น 15 นาทีต่อมา พลตำรวจตรี อุดร ยอมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 พร้อมทนายเดชา ลงมาแถลงความคืบหน้าของคดี โดยกล่าวว่า เชิญคุณแม่มาสอบปากคำเพิ่ม และจะแจ้งข้อหากระติกเพิ่ม ฐานทำลายหลักฐาน ส่วนสาเหตุที่เพิ่งแจ้งข้อหานี้ เพราะเพิ่งได้รับผลการตรวจพิสููจน์พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ส่วนความคืบหน้าคดีแล้วเสร็จไปกว่า 90% ซึ่ง จากข้อมูลล่าสุด ยังไม่มีใครมีแนวโน้มถูกเพิ่มข้อกล่าวหานอกจากกระติก คาดว่าจะสรุปสำนวนได้ช่วงหลังสงกรานต์ และส่งสำนวนให้อัยการ หากไม่มีอะไรผิดพลาด จะแถลงข่าวปิดคดีในวันที่ 18 เมษายนนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


นอกจากนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 สั่งให้กองกฎหมายตำรวจภูธรภาค 1 รวบรวมข้อมูลเท็จต่างๆ ที่ถูกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อทั้งองค์กรและตัวบุคคล


ขณะที่ ทนายเดชาบอกว่า วันนี้คุณแม่ภนิดามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กรณีที่มีบุคคลหลายคนออกมาให้ข้อมูล หรือแสดงความเห็นไปในลักษณะบิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหาย อย่างกรณีมีคนให้ข้อมูลว่าแตงโมรับงานเอนเตอร์เทน เบื้องต้นมีผู้ที่จะถูกดำเนินคดีประมาณ 5-10 คน


และระหว่างที่พูดเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ได้มายืนอยู่ด้านหลัง มีช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามพลตำรวจตรีอุดร และทนายเดชาว่า ที่มีคนออกมาให้ข้อมูลเรื่องการรับงานเอนเตอร์เทนและพาดพิงคุณแตงโม จะดำเนินคดีกับบุคคลที่พูดหรือไม่ และนายสันธนะ จะเข้าข่ายบุคคลที่จะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ ระหว่างนั้นนายสันธนะ ก็ตะโกนขึ้นมากลางวงแถลงข่าว พร้อมชี้นิ้วมาที่ทนายเดชาว่า "พูดออกมาเลย" ทนายเดชาตอบว่า "พี่ไม่เกี่ยว"


หลังจากการแถลงข่าวจบ นายสันธนะก็ไปลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรีทันที เพื่อเป็นหลักฐานว่า ได้มาแสดงตัวแล้ว หากคุณแม่แตงโม หรือกระติก จะมาแจ้งความกล่าวหาเขา ไม่ว่าในความผิดข้อหาใด ก็จะไม่หลบหนี แต่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


ก่อนจะมานั่งแถลงข่าวและบอกว่า ตั้งใจจะมาพูดคุยกับคุณแม่ของแตงโม 2 คน โดยที่ไม่มีคนอื่น เพราะอยากจะถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกที่เขามี พร้อมแสดงหลักฐานให้ดู แต่คุณแม่ไม่ตอบรับ และหลังจากนี้ จะดำเนินคดีกับทนายเดชาด้วย เพราะพูดพาดพิงถึงเขาบ่อยๆ


จากนั้นประมาณ 18.30 น. คุณแม่ภนิดา ก็ลงมาจากห้องสอบสวน หลังให้ปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง คุณแม่ภนิดา บอกว่า วันนี้มาแจ้งความคนมีสีคนหนึ่ง เพราะเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักว่าแตงโมเป็นเด็กเอ็น และกระติกเป็นคนจัดหา ซึ่งคนที่พูดถึงก็เจอกันแบบเดินผ่านๆ ตอนนี้ให้ตำรวจตรวจสอบว่าอะไรจริงหรือเท็จ ที่ผ่านมาคุณแม่ไม่เคยเตือนเพราะไม่ได้สนิทกันจึงทำไม่ได้


ส่วนพิธีศพของแตงโม หากคดีเสร็จสิ้นแล้วจะต้องเผาแต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันใด ขณะที่ปอกับโรเบิร์ตก็ได้โทรมาหาแม่บ้าง พูดคุยกันสั้นๆ ถามสารทุกข์สุกดิบกัน


ขณะที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ก็มีความเคลื่อนไหว เพราะนางสาว อิศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อหาทำลายพยานหลักฐานเป็นข้อหาที่ 2 หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จไปแล้ว 1 คดี


โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะลงมาด้วยท่าทีเป็นกันเอง และบอกว่าตำรวจแจ้งข้อหาทำลายหลักฐาน เพราะลบรูปภาพในโทรศัพท์มือถือของเธอเอง กระติกชี้แจงว่า เป็นการลบตามปกติ หากรูปไหนถ่ายไม่สวย หรือใช้ไม่ได้ก็จะลบ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ พร้อมบอกว่ารู้สึกดีใจถ้าตำรวจจะส่งสำนวนให้อัยการหลังสงกรานต์ เพราะอยากให้ทุกอย่างจบแล้วไปว่ากันในชั้นศาล และเธอพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ส่วน ส.ส.เต้ ที่ระบุว่าภาพถ่ายที่เธอถ่ายคู่กับทางแตงโม ตรงสะพานพระราม 8 เป็นภาพแต่ง เป็นเรื่องไร้สาระ ประเด็นนี้ตำรวจเก็บภาพ เก็บข้อมูลไปหมดแล้ว จึงขอใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินการ รวมถึงกรณีที่นายสันธนะกล่าวหาว่า กระติกเป็นคนจัดหารับงานเอนเตอร์เทนให้กับแตงโมด้วย

คุณอาจสนใจ

Related News