อาชญากรรม

จับ 3 โจ๋ มีดจี้ ชิงพระเกี้ยว นร.บดินทรเดชา อ้างคึกคะนอง อยากได้ไปห้อยโซ่ติดเสื้อ

โดย attayuth_b

30 มิ.ย. 2565

133 views

เหตุการณ์อุกอาจ คนร้ายเป็นชาย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธมีดปล้นนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชาสิงห์ สิงหเสนีบริเวณริมรั้วเพื่อหวังชิงเข็มพระเกี้ยว แต่นักเรียนฮึดสู้ ถูกต่อยหน้าบวมก่อนที่จะหลบหนีไป

วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุม 3 เยาวชนที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา ได้แล้ว โดยทั้งหมดถูกนำตัวเข้าสอบสวนที่ สน.วังทองหลาง

โดยพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 เดินทางมาที่ สน.วังทองหลางเพื่อสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า ทั้ง 3 คน เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ยังเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษา 2 คน และ ไม่ได้เรียนหนังสือ 1 คน โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักในย่านรามคำแหง พร้อมของกลาง อาวุธมีด รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ รวมถึงเสื้อผ้าที่ใส่ ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง

ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปเพราะความคึกคะนอง อยากได้พระเกี้ยวไปห้อยกับโซ่ติดเสื้อ แต่ไม่เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน และไม่เคยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุกำลังจะไปซื้อของ แต่เมื่อขับมาใกล้กับจุดเกิดเหตุเห็นกลุ่มผู้เสียหายเดินอยู่ จึงเกิดความคึกคะนอง ลงมือทำร้ายร่างกายและข่มขู่จะเอาตราพระเกี้ยว แต่ผู้เสียหายฮึดสู้ไม่ยอมให้ จึงทำให้หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุจึงชกเข้าที่ใบหน้า ก่อนจะหลบหนีไป โดยที่ไม่ได้พระเกี้ยวไปอย่างใด ก่อนจะหลบหนีกลับไปที่บ้าน จนถูกตำรวจจับกุมในเวลาต่อมา

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมียานพาหนะและพยายามทำร้ายร่างกาย ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และคุมตัวส่งศาลเยาวชนต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังจากเกิดเหตุและกลายเป็นข่าว ทาง 3 เยาวชนได้ชำแหละซากรถจักรยานยนต์เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ และขณะสอบปากคำทั้ง 3 คน อยากขอโทษผู้เสียหายกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกล้องบันทึกภาพหน้ารถยนต์จับภาพวัยรุ่นชายสองคนที่ก่อเหตุไว้ได้ คนหนึ่งสวมเสื้อสีดำ กางเกงขายาว สวมหมวกแก็ป และอีกคนสวมเสื้อสีดำลายขาว กางเกงขาสั้นสวมหมวกกันน๊อกแบบเต็มใบ ยืนอยู่บริเวณริมทางเท้า จากนั้นก็มีกลุ่มเด็กนักเรียนเดินมาด้วยกัน 4 คน ถูกวัยรุ่นชายคนที่สวมหมวกกันน๊อกเดินเข้ามาพร้อมคว้ามีดพกจากด้านหลังแทงไปที่บริเวณใบหน้าของหนึ่งในกลุ่มนักเรียน แต่นักเรียนคนดังกล่าวพยายามใช้มือป้องกันตนเอง ทำให้ไม่สามารถแทงมีดเข้ามาได้ ในขณะที่เพื่อนโจ๋พยายามช่วยและใช้มือต่อยไปที่บริเวณใบหน้าของนักเรียนคนดังกล่าวแล้วรีบวิ่งหนีไป คาดว่าการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นการชิงทรัพย์ (เข็มตราสัญลักษณ์พระเกี้ยว)

สำหรับเหตุการณ์อยู่บริเวณด้านหลังห่างจากประตูทางเข้าโรงเรียนไปประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นทางสัญจรเข้าออกภายในซอยรามคำแหง 43/1

ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์เด็กนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ไม่อยู่ในจุดเกิดเหตุ) เล่าว่าหลังจากที่เมื่อวานตนกลับบ้านไปได้ทราบข่าวว่าเพื่อนถูกวัยรุ่นข้างนอกดักทำร้ายร่างกายพยายามที่จะขโมยตราสัญลักษณ์โรงเรียน โดยการใช้มีดจี้แทงข่มขู่ ตนเองรู้สึกตกใจและรู้สึกอันตรายมากเนื่องจากจุดเกิดเหตุห่างจากโรงเรียนเพียง 500 เมตร ไม่คิดว่ากลุ่มวัยรุ่นจะกล้ามาก่อเหตุอุกอาจแบบนี้

โดยเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่ผ่ายมาเมื่อเดือนที่แล้วมีกลุ่มนักเรียน ม.6 จำนวน 6 คนไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นชุดไปรเวททำร้ายร่างกายเพื่อหวังจะชิงตราสัญลักษณ์โรงเรียนมาแล้ว ซึ่งเหตุแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นใกล้โรงเรียนส่วนตัวตนเองรู้สึกว่าอยากให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยตรวจดูบริเวณหน้าโรงเรียน

ด้านผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบดินทร์เดชา (ไม่ใช่ผู้ปกครองของเด็ก 4 คน ที่อยู่ในคลิป)  เปิดเผยว่า ปกติแล้วตนเองจะมาส่งและรับลูกทุกวัน มาทราบข่าวเห็นคลิปวีดีโอก็รู้สึกอันตรายเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเหตุการจะเกิดขึ้นบริเวณโรงเรียน ซึ่งจุดที่เกิดเหตุเคยเป็นจุดเตือนภัย แต่ก็ยังเป็นเส้นทางกลับบ้านของเด็กนักเรียนเหมือนกัน ซึ่งจะมีท่าเรือ พอเห็นคลิปตนเองไม่กล้าให้ลูกเดินออกห่างจากโรงเรียนเลย ต้องส่งลูกให้ใกล้โรงเรียนที่สุด ตนเองไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ตะเกิดขึ้น ถ้าเป็นการชิงเงินยังเข้าใจ แต่นี้เป็นการชิงตราสัญลักษณ์โรงเรียน ไม่คิดว่าสังคมในสมัยนี่ยังคิดถึงเรื่องพวกนี้อยู่ อยากให้กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุคิดนิดนึงว่า หากตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำบ้าง ตนเองจะรู้สึกอย่างไร พ่อแม่ของตนเองจะเป็นห่วงมากน้อยแค่ไหน

ด้านนายสุพัฒ อัตจริต รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานบุคคล หลังจากทราบเรื่องทางโรงเรียนได้ประสานงานทางสำนักงานเขต สน.วังทองหลาง เพื่อมาประชุมหารือเพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดที่เกิดเหตุไม่ใช่จุดเปลี่ยว เป็นจุดที่ติดกับรั้วโรงเรียนพอดี ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นได้ ซึ่งเป็นการชิงตราสัญลักษณ์ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงเนื่องจากมีอาวุธ ส่วนความประสงค์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสืบหาความจริงต่อไป ตอนนี้เด็กมีอาการตกใจนิดหน่อยแต่ทุกคนมาเรียนที่โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางโรงเรียนได้ประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองให้รับทราบ และทางโรงเรียนได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจตราดูแลบริเวณจุดเกิดเหตุและจุดอื่นๆบริเวณรอบโรงเรียนเพิ่มเติมในเวลาที่เด็กเลิกเรียน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น

คุณอาจสนใจ