อาชญากรรม

สาว 19 ถูกแก๊งเพื่อนอุ้มขึ้นรถ ทำร้ายร่างกายก่อนจับกล้อนผม บังคับแก้ผ้า ถ่ายคลิปแบล็กเมล์

โดย panisa_p

18 มิ.ย. 2565

1K views

สาว 19 ถูกแก๊งเพื่อนเก่าอุ้มขึ้นรถไปทำร้าย กล้อนผม และบังคับแก้ผ้าถ่ายคลิปข่มขู่ เหตุไม่พอใจกันเรื่องชู้สาว  แม่ช้ำ พาลูกเข้าแจ้งความ เผยรับไม่ได้ เอาเรื่องถึงที่สุด


เพจอีซ้อขยี้ข่าว โพสต์เรื่องราวว่ามีหญิงสาว​ถูกกลุ่มคนรู้จักอุ้มขึ้นรถพาไปซ้อมทำร้ายร่างกาย ก่อนจับกล้อนผม​ เเละจับเเก้ผ้าเปลือยกายถ่ายรูปไว้เพื่อนำไปเเบล็คเมล์ โดยบอกว่าหากเรื่องถึงตำรวจหรือสื่อมวลชนจะนำรูปเปลือยไปโพสต์ลงในโซเชียล


ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. นางสาวเอ อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย พร้อมคุณแม่ ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง โดยนางสาวเอ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 16 มิ.ย. ต่อเนื่องวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 00.30 น. ตนกำลังนอนคุยโทรศัพท์อยู่ภายในห้องแฟน แถวบึงพระราม 9 พอจังหวะที่แฟนออกไปซื้อน้ำแข็งและไม่ได้ล็อกประตู จู่ ๆ ก็มีผู้หญิง 2 คน เดินมาเปิดประตูห้อง พร้อมควักมีดกับกรรไกรมาจี้ตน แล้วดึงเอาโทรศัพท์มือถือไป


บอกไม่ให้ตนร้อง ตนจึงเดินตามออกไป ก็ไปเจอว่า แฟนตนกำลังจอดรถพยายามคุยกับอีกฝ่ายที่มากันทั้งหมด 5 คน เป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 1 คน โดยมาด้วยรถเก๋งสีบรอนซ์ทอง ซึ่งพอแฟนตนจะเข้ามาช่วย อีกฝ่ายก็เอามีดจี้ บอกว่าไม่ให้ยุ่ง จากนั้นก็บังคับให้ตนขึ้นรถเก๋งไปด้วยกัน


จากนั้นพอขึ้นรถไป กลุ่มคู่กรณีก็มีการทำร้ายร่างกายตน ทั้งต่อย ตบและยังเอากรรไกรตัดผมจนแหว่ง ซึ่งตนกลัวจนไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือ จนผู้ก่อเหตุขับรถพาตนไปแถวพุทธมณฑลสาย 3 และให้ตนลงจากรถแถวกองขยะ ก่อนจะบังคับให้ถอดเสื้อผ้า ซึ่งตอนแรกตนไม่ยอม แต่ผู้ก่อเหตุขู่ว่า ถ้าไม่ถอดจะทำร้ายร่างกายอีก ตนก็เลยต้องยอม


กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงถ่ายคลิปตนเปลือยกายไว้ เสร็จแล้วบอกว่า ถ้าเอาเรื่องวันนี้ไปบอกใครหรือว่าไปแจ้งตำรวจจะปล่อยคลิปลงโซเชียล จากนั้นก็พาตนไปส่งที่บ้านและบอกให้ตนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปทั้งหมด


ส่วนสาเหตุของเรื่องนี้ ตนมั่นใจว่ามาจากเรื่องชู้สาว โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 3 - 4 เดือน หนึ่งในหญิงสาวคู่กรณี เลิกกับแฟน แล้วแฟนของหญิงคนนี้ได้มาคุยกับตน ซึ่งคุยไม่นานแค่ 1 - 2 สัปดาห์ ชายคนดังกล่าวก็กลับไปคบกับหญิงสาวคู่กรณี หลังจากนั้น หญิงรายดังกล่าวก็แสดงท่าทีไม่พอใจเรื่องที่ตนเคยไปคุยกับผู้ชายของเขา เพราะว่าจริง ๆ ตนกับหญิงคนนี้รู้จักกันมานาน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันมากแต่มาคบผู้ชายต่อกัน ซึ่งหญิงรายนี้เคยดักทำร้ายร่างกายตนไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตนไม่คิดจะเอาเรื่อง อยากให้จบกันไป


แต่ปรากฏว่า เมื่อ 2 - 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หญิงรายนี้ไปข่มขู่คุณตาตนที่บ้าน บอกว่าอย่าให้รู้ตัวว่าอยู่ตนที่ไหน ให้ระวังตัวไว้ ดีๆ และก็มีพรรคพวกมาข่มขู่ตนผ่านทางเฟซบุ๊ก และส่งคนมาข่มขู่ที่หน้าบ้าน แม้จะเคยเคลียร์กันจบไปแล้ว แต่หญิงรายนี้บอกว่าเกลียดตนเลยต้องทำ


ส่วนที่ตนมาแจ้งความและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในวันนี้ ตนไม่กลัวว่าจะถูกปล่อยคลิป เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว อีกฝ่ายทำขนาดนี้ ตนรับไม่ได้ ถ้าปล่อยคลิปก็ดีจะได้เป็นหลักฐานมัดตัวด้วย ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ คู่กรณีพยายามติดต่อมาขอให้ตนลบโพสต์ บอกว่าไม่อยากเป็นข่าว แต่ตนไม่ยอมแล้ว เพราะสภาพจิตใจแย่มาก รู้สึกอาย ตนไม่ได้ทำร้ายเขาร้ายแรง ไม่สมควรที่จะมีใครมาโดนแบบนี้


และอยากบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันหนักมากสำหรับตน อยากให้ทุกคนได้รับกรรม ตนจะไม่ยอม จะเอาเรื่องถึงที่สุด ซึ่งได้ไปแจ้งความที่ สน.หนองค้างพลู กรณีที่ถูกกระทำอนาจารไว้แล้ว แล้ววันนี้จะมาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง เนื่องจากเป็นท้องที่ต้นเหตุ


ด้านคุณแม่ของนางสาวเอ บอกว่าหญิงคู่กรณีเคยมาอยู่ที่บ้าน แม่ก็เลี้ยงดู เป็นเพื่อนสนิทของลูก แต่กลับด่าแม่ และมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ติดยาเสพติดกันทั้งกลุ่ม แม่เคยบอกลูกให้เลิกคบ แต่ลูกบอกว่าเป็นเพื่อนกันไม่เป็นไร ซึ่งพอเกิดเรื่องก็มาด่าหน้าบ้าน ทำให้คุณตาตกใจ และยังมาทำขนาดนี้ มองว่ามันหนักเกินไปมาก ลูกเจอแบบนี้แม่รับไม่ได้ หลังเกิดเหตุ ตอนที่ไปเจอลูก สภาพแย่มาก ร้องไห้อย่างเดียว ซึ่งแม่ยืนยันว่าจะไม่ยอมความ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด


ขณะที่ทีมข่าวโทรศัพท์ไปหาแม่ของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ซึ่งผู้เสียหายระบุว่า เป็นคนที่ใช้กรรไกรจี้และกล้อนผม โดยแม่เปิดเผยว่า คืนที่เกิดเหตุ ลูกสาวบอกว่า จะออกไปข้างนอกกับเพื่อน ซึ่งตนก็เข้านอนก่อน พอเช้ามาถึงรู้ว่าลูกไปก่อเหตุ ก็พยายามถามให้พูดความจริง


ลูกสาวก็เล่าว่า ชวนกันไปกินเหล้า แต่มีปัญหากันในรถ ทะเลาะกัน ไม่ได้มีเจตนาจะไปทำร้าย โดยมีปัญหากันมาอยู่แล้วเรื่องของเด็กผู้หญิง ซึ่งพฤติการณ์ที่บอกว่าลูกสาวตนเอากรรไกรไปจี้แล้วกล้อนผม แม่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์


ซึ่งหลังทราบเรื่องก็พยายามที่จะติดต่อไปพูดคุยกับนางสาวเอ แต่นางสาวเอไม่ยอมคุย ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าข้างลูก หากผิดก็ว่าไปตามผิด ให้ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ ยืนยันไม่คิดจะหลบหนี หากตำรวจเรียกก็พร้อมพาลูกและเพื่อนลูกไปพบ ส่วนเรื่องที่บอกว่าเคยทำร้ายร่างกายกันไปแล้ว แม่ไม่ทราบ เพิ่งรู้เหมือนกัน

คุณอาจสนใจ

Related News