อาชญากรรม

แก๊งชนแล้วตบทรัพย์อาละวาด เคราะห์ดีรายที่ 2 ไม่ทันจ่าย ความแตกเจอเหยื่อรายแรก ขับรถเผ่นหนี

โดย nicharee_m

11 พ.ค. 2565

244 views

แก๊งชนแล้วตบทรัพย์อาละวาดบนถนนสายเอเซียผ่านอยุธยา คืนเดียว 2 รายซ้อน ได้เงินไปห้าพันบาท เคราะห์ดีรายที่ 2 ยังไม่ทันจ่ายเงิน โลกมันกลมขณะคนร้ายเจรจาต่อรองกับคันที่ 2 รถผู้เสียหายคันแรกเกิดขับมาเจอคนร้ายในปั๊มโดยบังเอิญความแตกขับรถเผ่นหนี โทรแจ้งตำรวจติดตามแต่คว้าน้ำเหลว

เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยชึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของคืนวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่าน ศูนย์วิทยุโรงพักพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขับรถชนท้ายแล้วตบทรัพย์ เหตุเกิดบนถนนสายเอเซีย เส้นทางหลักขึ้นภาคเหนือ ท้องที่ตะเข็บรอยต่อระหว่าง อำเภอนครหลวง และอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอยุธยา คนร้ายลงมือก่อเหตุรวม 2 รายซ้อน ในเวลาห่างกันเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ผู้เสียหายรอตำรวจมาตรวจสอบและเก็บหลักฐาน อยู่ที่ปั๊มแก๊ส ปตท.ถนนสายเอเซีย ฝังขึ้นเหนือ เชิงสะพานข้ามทางรถไฟบ้านม้า อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ผู้เสียหายรายแรกเป็นนายธนภัทร จิตตอารีย์ อายุ 22 ปี ใส่เสื้อยืดเหลือง หนุ่มพนักงานส่งพัสดุบริษัทดัง ขับรถนิสสัน ฟอนเทียร์ สีน้ำ บต 1571 จังหวัดอ่างทอง มากับภรรยาและลูกอ่อน ออกจากบ้านพักที่ตำบลโรงช้าง อำเภอมหาราช จังหวัดอยุธยา มาตามถนนสายเอเซีย โดยได้รถขับอยู่เลนขวาสุด ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ได้ขับรถมาถึงเชิงสะพานข้ามทางรถไฟบ้านม้าขาเข้า กทม. เพื่อไปเอารถจักรยานยนต์ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา ปรากฏว่าได้มีคนร้ายใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน ก่อเหตุตบทรัพย์ โดยคันแรกไม่ทราบชนิดรถ จะขับจี้ตูดเปิดไฟสูงและเปิดแตรไล่ พยายามให้รถหลบเบี่ยงออกทางด้านซ้าย แล้วรถกะบะของคนร้ายที่วางแผนตบทรัพย์ได้ขับเข้ามาชนท้ายกึ่งเบียดท้ายรถจนเป็นคูดยาว




จากนั้นคนร้ายได้เรียกให้จอดพูดคุยเจรจาค่าเสียหาย โดยขับเข้ามาเจรจาภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ก่อนถึงตลาดกลางขายกุ้ง เขตท้องที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา คนร้ายที่นั่งมาในรถกะบะโตโยต้า มาด้วยกัน 2 คน จำได้ 1 คน ดำ อีกคน ขาว ใส่กางเกงยีนแต่งตัวดีทั้งคู่ ส่วนสภาพรถของคนร้ายแก้มด้านขวาบุบพังมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน เข้ามาพูดคุยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 13,000 บาท

ด้วยความกลัว และอายุยังน้อย นายธนภัทร ได้พยายามติดต่อไปทางญาติทางโทรศัพย์พูดคุยต่อรองกับคนร้าย ยอมลดให้เหลือ 7,000 บาท แต่ทางญาติยืนยันว่าเงินมีไม่พอ คนร้ายยอมลดให้เหลือ 5,000 บาท โดยตกลงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายแล้วนายธนภัทร จิตตอารีย์ จากนั้นได้โทรศัพท์เล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังจึงรู้ว่าถูกแก๊งขับชนแล้วตบทรัพย์ก่อเหตุกรรโชกเอาเงิน แล้วได้ขับรถต่อไปยังอำเภอวังน้อยเพื่อเอารถจักรยานยนต์กลับมาใช้ที่บ้านพัก

อย่างที่บอกว่าโลกมันกลม ช่วงระหว่างที่นายนายธนภัทร ขับรถกะบะบรรทุกรถจักรยานยนต์ออกจากอำเภอวังน้อย อยุธยา มุ่งหน้ากลับบ้าน มาตามถนนเสายเอเซียมุ่งหน้า ตำบลโรงช้าง อำเภอมหาราช จังหวัดอยูธยา เวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่งได้จอดแวะเข้าปั๊มแก๊ส ปตท. ขาขึ้นเหนือ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่คนร้ายก่อเหตุขับรถชนท้ายตบทรัพย์เมื่อตอน 20.00 น.




ปรากฏว่านายธนภัทร จิตตอารีย์ ได้ไปพบรถกะบะโตโยตา รีโว สีเทาดำ ของคนร้ายกำลังจอดพูดคุยเจรจาตกลงกับเหยื่ออีกราย เป็นรถนิสสันฟรอนเทียร์ บริเวณหน้าร้านเซเว่น จึงรีบโทรศัพท์แจ้งแม่แจ้งตำรวจมาจับกุมแต่คนร้ายไหวตัวทัน ได้ขึ้นรถขับรถหลบหนีออกจากปั้มแก๊สอย่างรวดเร็ว

นาย พุฒินันท์ แก้วอาสาอายุ 21 ปี เสื้อยืดขาวขับรถมากับภรรยาได้ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้ขับ รถ Nissan Frontier สีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน ยต-7160 จังหวัดนครราชสีมา มาตามถนนสายเอเซียมุ่งหน้ายังจังหวัดพิจิตร เพื่อเตรียมตั้งร้านขายขนมญี่ปุ่นงานวัดแห่งหนึ่งที่พิจิต ช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่มได้ขับรถผ่านสะพานต่างระดับอยธยามาแล้วไม่มากนัก ปรากฏว่ามีรถยนต์ไม่ทราบชนิดยี่ห้อขับเปิดไฟสูงและเปิดแตรไล่ตามหลังมา จึงเบี่ยงหลบออกซ้ายอย่างรวดเร็ว แต่ไม่รู้มีรถกะบะโตโยต้า สีดำเทาขับเบียดเข้ามาอย่างกระชั้นชิดแล้วเกิดไปเฉี่ยวชนกัน ท้ายรถได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนรถกะบะของคนร้ายแก้มขวาพังยับเยินเสียหายหนัก

คนร้ายได้เรียกให้จอดพยายามเรียกค่าเสียหายแต่ตนไม่ยอมและขอให้มาพูดคุยเจรจากันที่ปั้มแก๊ส ปตท. ที่สว่างและปลอดดภัยกว่า คนร้ายก็ขับรถตามมา ในสภาพรถกะบะของคนร้ายแก้มขวาพังยับเยิน ส่วนรถกะบะของตนเองมีเพียงรอยสีขูดเป็นทางยาวเล็กน้อย ไม่สามเหตุสมผลในความเสียหาย ซึ่งคนร้ายก็พยายามเรียกเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 13,000 บาท ตนเองไม่ยอม ได้ถ่ายรูปรถของคนร้ายไว้ด้วย เห็นป้ายทะเบียนและร่องรอยความเสียหายชัดเจน และก็ตกใจอยู่คนร้ายอ้างว่าจะรีบไปเติมน้ำมันขับรถหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว จนมาทราบจากนายธนภัทร เหยื่อรายแรกว่าได้ถูกแก๊งชนท้ายตบทรัพย์หลอกเอาเงินไปแล้ว 5,000 บาท ส่วนตนเองสงสัยว่าเป็นแก๊งตบทรัพย์จึงไม่ยอมจ่ายและพยายามแอบถ่ายคนร้ายและรถของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน




นาย พุฒินันท์ แก้วอาสา เหยื่อรายที่ 2 เปิดเผยว่าแก๊งพวกนี้เป็นแก๊งชนแล้วตบทรัพย์เคยได้ยินมานานไม่คิดจะมาเกิดกับตัวเอง คนร้ายจะเลือกเหยื่อที่เป็นรถสภาพเก่า ส่วนใหญ่จะไม่ทำประกันภัยกัน วางแผนเพื่อนร่วมแก๊งใช้รถเปิดไฟเปิดแต่ไล่ท้ายให้หลบออกซ้าย และรถของคนร้ายจะเป็นรถที่สภาพที่ดีกว่าแต่จะเป็นรถที่มีการวางแผนทำให้แกมยุบพังเพื่อให้เห็นความเสียหายหากเกิดการเฉี่ยวชน ทำให้เหยือตกใจรีบจ่ายเงินค่าเสียหายและจะลงมือในเวลากลางคืนที่มีรถยนต์ไม่หนาแน่น เคราะห์ดีที่ไม่หลงกลเสียเงินเหมือนกับรายแรกต้องเสียเงินไป 5,000 บาทให้แก๊งพวกนี้ ซึ่งเป็นแก๊งที่อันตรายหากไปก่อเหตุกับผู้หญิงที่มาคนเดียวก็จะเป็นภัยอันตรายต่อสังคมเป็นอย่างมาก ขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาโดยเร็ว

ตำรวจก็ขอฝากเตือนมายังประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืนหากไปเกิดอุบัติบนถนนอย่าไปตกลงค่าเสียหายกันเอง ขอให้มาพบพนักงานสอบสวนหรือตำรวจเพื่อดำเนินการตามขึ้นตอนของกฏหมาย การตกลงค่าเสียหายกันเองจะกลายเป็นช่องโหว่ให้ก่ลุมมิจฉาชีพก่อเหตุในลักษณะนี้ได้ อีกทั้งหากติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว อาจจะทำให้ผู้ต้องหาปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้หลอกต้มตุ๋น เงินที่จ่ายให้มาเป็นเงินค่าความเสียหายจากการเฉี่ยวชนที่คู่กรณียินยอมชดใช้จ่ายให้ ตำรวจก็เอาผิดไม่ได้

ส่วนคดีนี้ทางผู้เสียหายรายแรกได้แจ้งความไว้แล้ว ส่วนรายที่ 2 ไม่ติดใจเอาความเพราะไม่ได้สูญเสียเงิน แต่ก็จะติดตามตัวมาสอบปากคำกันไว้เป็นพยานต่อไป เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งชนท้ายแล้วตบทรัพย์ ที่กำลังออกอาละวาดอยู่ในพื้นที่อยุธยาขณะนี้

คุณอาจสนใจ

Related News