อาชญากรรม

เงินก้อนสุดท้าย !! หนุ่มทำทีช่วยลุง 60 กดเงินจากตู้ ก่อนฉกบัตรเอทีเอ็ม ไปตระเวนกดเงินกว่าครึ่งแสน

โดย attayuth_b

6 พ.ค. 2565

62 views

วันนี้ (6 พ.ค.) จากกรณี ที่เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทอร์ pat2 ได้มีการเผยแพร่ ภาพคลิบ ชายหนุ่มแอบฉกบัตรATM ลุงวัย60ที่ตู้เอทีเอ็ม ขณะกดเงินสด ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นาย ไกร ซาบุ อายุ 60 ปี อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเกษียณอายุ ผู้เสียหาย ระบุว่า ตนเองทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมายาวนานกว่า 20 ปี ได้เงินจากการเกษียณอายุที่ผ่านมา

จนกระทั่งในวันที่ 15 มี.ค.65 เวลา 10.00 น. ตนเองได้เดินทางไปนอกบ้าน และเริ่มกดเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาบางรัก เวลาประมาณ 15.06 น. โดยตนเอง จะกดเงินสดจำนวน 20,000 บาท ซึ่งได้กดครั้งที่หนึ่งในจำนวน 10,000 บาท และกดเงินอีกครั้งในครั้งที่สองจำนวน 5,000 บาท โดยตอนนี้ตนเองมีเงินสดติดตัว 15,000 บาทแล้ว

และตนเองจะกดเงินในครั้งที่สามอีกจำนวน 5,000 บาท ในระหว่างนั้นเองตนเองพยายามกดแต่เหมือนเครื่องของธนาคารมีปัญหา ทางด้านวัยรุ่นคนหนึ่งได้เดินปรี่เข้ามาทางด้านหลังตนเอง เข้ามาแทรกด้านหลังทำท่าเหมือนจะช่วยเหลือ และวัยรุ่นบอกว่า บัตรคาอยู่ในตู้ เอทีเอ็ม เพียงไม่นานวัยรุ่นคนดังกล่าวนั้นก็ได้เดินออกไปจากตู้เอทีเอ็มทันที ตนเองจึงเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ธนาคารบอกว่าจะดำเนินการให้เนื่องจากบัตรติดค้างอยู่

เพียงครู่หนึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ได้เดินมาตรวจสอบตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เมื่อตรวจสอบ ก็พบว่า บัตรไม่ได้ถูกตู้ดูดบัตรไป และตรวจสอบดูแล้วก็ไม่พบบัตรเอทีเอ็ม

ต่อมาในวันรุ่งขึ้นวันที่ 16 มี.ค.65 ตนเองก็เดินทางมาที่ธนาคารและมาทราบอีกครั้งหนึ่งว่า บัตรเอทีเอ็มของตนเองนั้นเงินหายไปจำนวนทั้งสิ้น 42,500 บาท โดยมีการทำธุรกรรมด้วยกันถึง 4 ครั้ง

ยอมรับว่า เงินก้อนนี้คือเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต เป็นเงินเกษียณอายุจากการทำงาน บริษัทรักษาความปลอดภัย กว่า 20 ปี และปัจจุบันตอนนี้ตนเองก็ไม่ได้ทำงานแล้ว ส่วนตัวอยากได้เงินคืนถ้าหากไม่ได้เงินคืนก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้ มารับโทษทางกฏหมาย เพราะมิเช่นนั้น เขาก็จะทำแบบนี้กับคนอื่นอีก

ต่อมาโดย ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับ นาง พิมลแข ซาบุ อายุ 46 ปี ภรรยาผู้เสียหาย ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนเองได้เข้าแจ้งความและติดต่อยังธนาคารทันที และได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาล เขต ยานนาวา ในวันที่ 17 มี.ค.65 เพื่อที่จะออกหมายเรียกพยาน คือธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา บางรัก เพื่อเข้ามาให้ข้อมูลกับเจาหน้าที่ตำรวจ

โดยระยะเวลาดังกล่าวตอนนี้ ผ่านมาเป็นระยะกว่า 2 เดือน แล้ว  อีกทั้งทางด้านธนาคาร ไม่ได้ชี้แจงอะไรให้กับตนเองว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร วิธีการนำเงินออก กดเงิน หรือโอนเงิน ไปยังบัญชีไหน โดยทางธนาคารระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องไปยังสาขาใหญ่ ซึ่งตนเองพยายามตามเรื่องในเกือบทุกอาทิตย์ ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ซึ่งล่าสุดเองนั้นเมื่อวันที่ 05 พ.ค.65 ตนเองเดินทางไปยัง สน.ยานนาวา เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ทราบข้อมูลว่า ทางธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า จะต้องรอเอกสารประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งตนเองก็ส่งข้อมูลไปทั้งหมด แล้ว และขณะนี้คงอยู่ในขั้นตอนตามหาว่าบุคคลดังกล่าวมีการโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางใด

ขณะนี้รู้สึกกังวลเรื่องความคืบหน้ามาก เพราะ เวลาผ่านมานานก็ยังไม่มีวี่แววใดเลย เกือบจะ 2 เดือนแล้ว ค่อนข้างเครียดเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนเองก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร หลังจากนี้คงต้องระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่สามี กดเงินเยอะ เพราะทุกครั้งกดไม่เคยเกิน 1,000 บาท อยากได้รับเงินคืนและอยากให้ตามหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว













คุณอาจสนใจ