อาชญากรรม

ทวงหนี้โหด !! นายทุนยกพวกนับ 10 รื้อหลังคา-ทำลายข้าวของบ้านลูกหนี้ หลังครบสัญญาไม่ได้เงิน

โดย attayuth_b

4 มี.ค. 2565

311 views

วันนี้ (4 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนางพิมพา สรรเสริญ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 5 บ้านหนองไหล ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีนายทุนเงินกู้พร้อมลูกน้องร่วม 10 คน มาบุกบ้านรื้อหลังคาบ้านทำลายข้าวของภายในบ้านพังเสียหายเกือบทั้งหลัง พบกับนางพิมพาเจ้าของบ้านอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจตลอดเวลา โดยมีนายธีรพัฒน์ รัตนพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ นายชัยวัฒน์ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหลักช้าง (สท.) และเพื่อนบ้านจำนวนมากมาคอยให้กำลังใจแก่นางพิมพาไม่ขายสาย

นางพิมพาเจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 น.ส.อรพันธ์ สรรเสริญ อายุ 46 ปี ลูกสาวคนเล็กมาบอกว่านางพรพิมล ศรีจันทร์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตมาบอกนางพิมพาว่าเดือดร้อนเงินจำนวนหนึ่งอยากจะขอโฉนดของแม่ที่มีที่ดิน 1 ไร่ 70 ตรว.พร้อมบ้าน 1 หลังจะเอาไปกู้เงิน นางพิมพาผู้เป็นแม่จึงบอกไปว่าให้ไปขอกับ น.ส.อรพันธ์ น้องสาวดูเพราะผู้เป็นแม่ได้โอนโฉนดที่ดินให้เป็นชื่ออของ น.ส.อรพันธ์น้องสาวของนางพรพิมลไปแล้ว

ต่อมานางพรพิมลก็ได้ไปขอร้องกับน้องสาวว่าขอให้ช่วยพี่สักครั้ง เนื่องจากเดือดร้อนเรื่องเงินมาก น้องสาวเกิดความสงสารพี่สาวจึงนำที่ดินพร้อมบ้านที่แม่โอนเป็นชื่อให้ไปทำสัญญาขายฝากกับนายสมศักดิ์ สมใจนึก อายุ 52 ปี นายทุนเงินกู้ชาว จ.นครศรีธรรมราช ที่นางพรพิมลพี่สาวเป็นคนติดต่อมา จากนั้นก็เขียนสัญญาการกู้เงินเป็นสัญญาขายฝากเป็นจำนวนเงิน 450,000 บาทเป็นรายปีรวมทั้งต้นทั้งดอก 623,000 บาท แต่ได้เงินมาจริงเพียง 290,000 บาท ส่วนต่างนายหน้า 3 คน มีนางปุ๊ นางนงค์ และนางสาวได้ไป

น.ส.อรพันธ์ เจ้าของโฉนดที่แม่โอนให้เล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงกำหนดครบตามสัญญาเงินกู้ขายฝากวันที่ 14 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ สมใจนึก นายทุนเงินกู้ได้มาที่บ้านที่เกิดเหตุพร้อมลูกน้อง ทวงถามเรื่องเงินว่าจะจ่ายคืนให้ในวันไหน น.ส.อรพันธ์ ตอบไปว่าขอพลัดไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้นายทุนเจ้าของเงินไม่พอใจ ก่อนกลับไปได้พูดข่มขู่ว่าจะกลับมาใหม่ และจะมาขับไล่ไม่ให้อยู่อีกต่อไป

จนกระทั่งวันเกิดเหตุตอนสายวันที่ 3 มี.ค.นายสมศักดิ์ นายทุนเงินกู้ได้เดินทางมาที่บ้านนางพิมพาพร้อมกับลูกน้องร่วม 10 คน บุกเข้าไปที่บ้านทำการรื้อหลังคาบ้าน ทำลานข้าวของภายในบ้านจนพังเสียหายเกือบทั้งหลัง ขณะที่คนในบ้านไม่มีใครอยู่ โดยนางพิมพาไปร่วมทำบุญฉลองพระบวชใหม่ที่วัดหลักช้างห่างจากบ้านไป 3 กม. สวน น.ส.อรพันธ์ ลูกสาวคนทำสัญญาขายฝากไปอยู่บ้านญาติ นางพิมพามารู้อีกที่ก็มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปบอกว่ามีกลุมชายฉกรรจ์นับ 10 คนมาพังบ้านได้รับความเสียหาย

นางพิมพาเมื่อทราบข่าวว่าบ้านถูกคนมารื้อหลังคาบ้าน ทำลายข้าวของจนพังเสียหายถึงกับเนื้อตัวสั่นไปหมด รีบเดินทางออกจากวัดในทันทีมุ่งตรงมาที่บ้าน เมื่อมาเห็นนายทุนพร้อมลูกน้องปีนขึ้นไปบนหลังคารื้อบ้านทำลายทรัพย์สิน ข้าวของตัวเองพังเสียหายเกือบทั้งหลัง ถึงกับเขาทรุดนั่งลงไปกองกับพื้นดินหน้าบ้านของตัวเอง โดยมีเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยปลอบใจ มีนายธีรพัฒน์ รัตนพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านจำนวนมากได้เข้าไปห้ามปรามพวกนายทุนที่มารื้อบ้านทำลายข้างของว่าให้หยุดการกระทำทั้งหมด แต่พวกนายทุนไม่ฟังเสียงและไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมืองยังคงรื้อทำลายต่อไป โดยพูดข่มขู่ชาวบ้านที่มามุงดูว่าได้เคลียร์และจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว กระทั่งมีตำรวจสายตรวจ สภ.ช้างกลาง เจ้าของพื้นที่เข้ามาตรวจสอบและสั่งให้ทั้งหมดไปพูดคุยเจรจากันที่โรงพัก ทำให้นายสมศักดิ์ และลูกน้องกันกลับไป

หลังเกิดเหตุ น.ส.อรพันธ์ ไปพร้อมกับนางพิมพาผู้เป็นแม่ และชาวบ้านส่วนหนึ่งเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศุภชัย งามปลอด พนักงานสอบสวน สภ.ช้างกลาง ให้ดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ พร้อมลูกน้องทั้งหมดที่มาบุกรุกรื้อหลังคาบ้าน ทำลายข้าวของได้รับความเสียหายเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากยังมีวิธีการพูดคุยเจรจากันได้ โดยทาง น.ส.อรพันธ์พร้อมจ่ายเงินคืนทั้งต้นทั้งดอกให้จำนวน 700,000 บาท แต่นายทุนไม่ยอมบอกว่าถ้าจะซื้อกลับคืนต้องจ่ายที่ 1,500,000 บาท ทำให้ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในชั้นตำรวจที่จะต้องเรียกนายสมศักดิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานบุกรุกรื้อทำลายข้าวของดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนเรื่องเงินที่ทำสัญญาขายฝากก็ต้องไปว่ากันในชั้นศาล ให้นายสมศักดิ์แต่งตั้งทนายความฟ้องศาลให้ศาลเป็นผู้ขับไล่ต่อไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่มี ร.ต.อ.สุพจน์ คิดประเสริฐ รอง สวป.สภ.ช้างกลาง ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสองศูนย์สายตรวจรถยนต์ เดินทางมาพร้อมกำลังเพื่อตรวจดูความเสียหายพร้อมให้กำลังใจแก่นางพิมพาและลูกสาวเจ้าของบ้านที่พังเสียหาย โดยมีเพื่อนบ้านจำนวนมากทยอยเดินทางมาให้กำลังใจกันตลอดไม่ขาดสาย นางพิมพาและลูกสาวได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อคินที่ผ่านมาหลังบ้านถูกรื้อจนพังเสียหาย หลังคาบ้านเปิดโล่งทำให้ต้องนำเสื่อ นำหมอน ออกมานอนที่ลานดินหน้าบ้านตากน้ำค้าง โชคดีที่ไม่มีฝนตกลงมาทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอวอนให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยลงมาดูความเป็นอยู่ในขณะนี้ และหาทางช่วยเหลือพูดคุยเจรจากับนายทุนรายนี้ต่อไป

ด้านนายธีรพัฒน์ รัตนพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหลักช้าง ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลในเบื้องต้น ด้วยการไปนำเต็นท์มากางให้ก่อนเอาไว้หลบแดดหลบฝน จนกว่าจะได้รับการเยียวยาแก้ไขปรับปรุงจากผู้หลับผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

คุณอาจสนใจ