‘ประยุทธ์’ เตือน ถ้าอยากเลือกตั้ง สภาต้องไม่ล่ม พ้อไม่ได้สงวนเก้าอี้นายกฯ ตลอดชีวิต

การเมือง

‘ประยุทธ์’ เตือน ถ้าอยากเลือกตั้ง สภาต้องไม่ล่ม พ้อไม่ได้สงวนเก้าอี้นายกฯ ตลอดชีวิต

โดย nicharee_m

5 ก.พ. 2565

14 views

วานนี้ (4 ก.พ.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจ ว่าเรื่องใดก็ตาม ที่ไม่สมควรนำมาเป็นความขัดแย้ง ทำให้เกิดความแตกแยกสามัคคีก็ขอให้ลดๆ ลง เพื่อให้รัฐบาลได้มีสมาธิในการทำงาน สืบสานงานที่ยังไม่เสร็จ หลายปีที่ผ่านมา หลานคนจะมองว่า รัฐบาลทำอะไรมาบ้าง แต่สิ่งสำคัญทุกคนอาจจะลืม เรื่องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของกลไกและหลักคิดใหม่ๆ ในการทำงาน

พร้อมขอบคุณกระทรวงต่างๆ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานไปสู่ประชาชน พวกเราคือคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่บทบาทใด ทุกคนต้องมุ่งไปที่ประเทศชาติและประชาชน ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด การเมืองวันนี้ มีทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถ้ามัวแต่ว่ากันไปมา จะไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น อะไรที่จะช่วย ที่จะเตือน และพร้อมที่จะทำความเข้าใจให้ตรงกัน ปัญหาก็จะแก้ได้ อย่าทำลายโอกาส อย่าด้อยค่าการทำงาน ที่มันดีๆ ซึ่งตนว่าใครห้ามใคร ห้ามความคิดคนไม่ได้ แต่ยินดีที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตราบใดที่ยังต้องทำอยู่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการเร่งแก้ปัญหาที่เหลืออยู่ ว่าจะทำให้แล้วเสร็จ ต้องมีการวางแผนให้เป็นขั้นตอน จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ประชาชนที่เดือดร้อนมากที่สุดจะได้รับการแก้ปัญหาเร็ว เพราะมีทั้งคนที่ล้มและจะล้ม รัฐบาลใดที่จะเข้ามาก็ต้องทำแบบนี้ ซึ่งตนทำด้วยความสุจริตใจ ปัญหาเกิดก็ต้องแก้ ปล่อยให้หมักหมมไม่ได้ ขออย่างเดียวให้มีความรักความสามัคคีในหมู่ประชาชน ถ้าไม่ร่วมมือกัน แก้ปัญหาไม่ได้พวกเราคือคนไทยด้วยกัน จะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่ใช่ศัตรูกัน

ส่วนการแก้ความปรองดองในชาติ ต้องมองย้อนกลับไปในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่ตนเข้ามา ไม่ได้มีการเคลื่อนไหว ใช้อาวุธ หรือการตีกัน มีเพียงการชุมนุมประท้วง ตนก็เข้าไปแก้ไข คลี่คลาย สถานการณ์ ตั้งคณะทำงานเพื่อให้เกิดการพูดคุย จะบอกว่าไม่เกิดความปรองดรองไม่ได้ ควรคิดที่จะร่วมมือกัน ไม่ใช่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ตนไม่ต้องการให้คนไทยแบ่งเป็นฝ่ายใดทั้งสิ้น จะรักหรือไม่รัก ชอบหรือไม่ชอบตน สิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายที่สุด ไม่รักตน ก็ขอให้รักประเทศชาติ รักคนไทย เพื่อพี่น้องร่วมชาติ นี่คือสิ่งที่จะต้องคิด ตนคิดแบบนี้ จึงอยู่มาได้ถึงวันนี้ เพราะมีเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่น หลายคนห่วงสุขภาพ ก็ต้องขอขอบคุณ แต่ตนคิดว่าตัวเองยังมีแรง ที่จะทำตรงนี้ได้อยู่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสงบ บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ปฏิบัติตามกฏหมาย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ไม่มีการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ ยืนยัน ตรงนี้ทำเต็มที่ทุกเรื่อง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการประชุมสภา ที่เกิดเหตุการณ์สภาล่มบ่อยครั้ง ว่า ต้องดูสาเหตุ เพราะบางคนมาไม่ได้ ติดโควิด-19 หรือกักตัว บางพรรคมาร่วม แต่ไม่ลงชื่อ ต้องถามว่าใช่วิถีทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งในส่วนของกฏหมายลูกที่จะเข้าสู่สภา ตนอยากให้แล้วเสร็จตามกำหนด แต่ตนสั่งไม่ได้ ขึ้นอยู่กับ ส.ส. ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือกัน

ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ จะบอกเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ เพียงคนเดียวก็ไม่ใช่ เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ทุกอย่างถ้าร่วมมือกัน ไปได้ทั้งนั้น ถ้าทุกคนอยากเลือกตั้งก็ต้องทำกฏหมายลูกให้แล้วเสร็จ กฏหมายสำคัญก็ต้องผ่าน แต่ถ้าทุกอย่างวนกันไปหมด ก็แก้ไม่ได้ทั้งนั้น จะกลับไปสู่ที่เดิม เกิดความวุ่นวายมหาศาล มีบทเรียนมาแล้ว ก็เหมือนสึนามิ อยากให้ดูที่ผ่านมา อะไรดีขึ้นบ้าง อะไรที่แก้ไขตนก็รับผิดชอบทั้งหมด

พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึง โอกาสในการนั่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังไม่ได้ตอบอะไรทั้งนั้น ก่อนจะย้อนถามกลับสื่อ ว่ามีปัญหาอะไร พร้อมบอกอะไรที่ไม่จำเป็นก็จะยังไม่พูด เป็นเรื่องที่ตนจะต้องตัดสินใจเอง

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต้องตัดสินใจร่วมกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ แสดงสีหน้า ท่าทาง อารมณ์หงุดงิด ก่อนจะบอกว่า ถามแบบนี้ไม่รู้จะตอบอย่างไร ก่อนบอกสื่อว่าให้ไปคุยกับพลเอกประวิตร เอาเอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือการสร้างความรับรู้ทางสังคมกับประชาชนเปลี่ยนไปจากเดิมคุยกันปากต่อปาก แต่วันนี้โทรศัพท์มีการสร้างความขัดแย้งสร้างความไม่เข้าใจกว่า 80% อันไหนไม่เป็นประโยชน์ ไม่ควรจะอ่าน

บางอย่างพูดมาแล้วเชื่อถือไม่ได้ บางคนไม่มีเครดิตที่จะพูดแล้วไปเผยแพร่อยู่แบบนี้ ปัญหาบ้านเมืองจะจบหรือไม่ พร้อมย้ำว่าบ้านเมืองต้องการความสงบสุข ความรักและความสามัคคี ซึ่งไม่จำเป็นและไม่ใช่ว่าตนต้องสงวนเป็นนายกฯ ตลอดชาติตลอดชีวิต ตนทำเท่าที่ตนทำได้ ไม่ต้องมากังวลว่าอยากจะมีอำนาจต่อไป

ยืนยันตนมีอำนาจอยู่มา 7-8 ปี ไม่เคยมีผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น และไม่มีอะไรมาแตะถ่วงตนได้ทั้งนั้น เพราะเค้าดึงไว้ตนก็จะทำงานหนักขึ้นเป็น 2-3 เท่า ตนไม่เอาสิ่งนี้มาเป็นภาระที่จะนั่งสู้ให้เสียเวลา คนที่ทำหน้าที่อยู่แล้วก็ทำไป ส่วนหน้าที่ของตนคือการบริหารบ้านเมืองให้ดีที่สุด นี่คือเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นของตน อะไรที่จะทำให้มีปัญหาตนก็ไม่รับมา และอย่าถามคำว่าเบื่อการเมืองหรือไม่ เพราะตนเบื่อประเทศไทย เบื่อกับปัญหาไม่ได้ ต้องแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะมาอย่างไรตนสู้ทุกดอก พร้อมย้ำว่าสู้กับปัญหาไม่ใช่สู้กับคน ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น ต่างคนต่างมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่สภาการประชุม การผ่านกฎหมาย หากทุกอย่างดึงมาสู่การเมืองทั้งหมดอะไรจะเกิดขึ้น บ้านเมืองประเทศชาติจะดีขึ้นหรือไม่ ขอให้ย้อนคิดกลับไปจะรู้ว่าเป็นอย่างไร


รับชมทางยูทูบที่ :https://youtu.be/SiBC2bRHVXM

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ