ตร.เปิดกล้องโต้กลับ พ่อค้าลูกชิ้นโวยถูกทำร้ายจนแขนหัก ยันไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

สังคม

ตร.เปิดกล้องโต้กลับ พ่อค้าลูกชิ้นโวยถูกทำร้ายจนแขนหัก ยันไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

โดย thichaphat_d

1 ก.พ. 2565

142 views

นนทบุรี-นายสหรัช อายุ 28 ปี  อาชีพค้าขาย พร้อมด้วยนายนิฐิพงศ์ อายุ  34 ปี  เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากนายเกียรติคุณ  ต้นยาง หรือทนายโป้ง ประธานชมรมทนายความจิตอาสา ว่าถูกตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี  รวมทั้งหมด 6 นาย ทำร้ายร่างกาย ด้วยการ ตบและล็อกแขน ล็อกคอจับกุม จนแขนซ้ายหัก โดยแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฏหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้งที่ไม่ได้ต่อสู้และหนีการจับกุมแต่อย่างใด

โดยนายสหรัช และนายนิฐิพงศ์  มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด  ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 23.55 น. ในภาพมีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ พยายามควบคุมตัวชายคนหนึ่ง บริเวณริมถนน โดยชายที่ถูกควบคุมตัว พยายามดิ้นรนหนีออกมา แต่ไม่สามารถหนีได้ เพราะอีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่า แต่ภาพกล้องวงจรปิดมีความยาวเพียง 28 วินาที และเป็นภาพที่ค่อนข้างไกลพอสมควร  

นายสหรัช  เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนเองกับหลาน ชื่อ นายนัฐพงษ์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการทางสติปัญญา ประเภท 5 ขี่ จยย.มาซื้อลูกชิ้นทอดที่ตลาดสมบัติ จากนั้นก็ขี่รถกลับบ้าน  แต่ขณะที่ขี่รถมาถึงหน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ถ. พิบูลสงคราม  จ.นนทบุรี  

มีตำรวจชุดไล่ล่า ขี่ จยย.มาตีคู่ และเรียกให้ลงจากรถ เพื่อขอค้นตัว ค้นรถ และตรวจปัสสาวะ ซึ่งตนเองก็ยินยอมให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจจับหลานแยกไปตรวจปัสสาวะอีกทาง  ด้วยความเป็นห่วงหลาน เพราะหลานพิการทางสมอง พุดคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงขอให้ตำรวจพาหลานมาตรวจพร้อมกัน ใกล้ๆ กัน แต่ตำรวจไม่ยอมและยังยืนรุมถามชื่อหลาน จนหลานสับสนตอบไม่ได้  และจากการค้นตัว ก็ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เว้นแต่รถ จยย.ของตนเองไม่ติดป้ายทะเบียน แต่ป้ายทะเบียนกับเล่มทะเบียนอยู่ใต้เบาะรถ

จากนั้นตำรวจขอตรวจบัตรประชาชน แต่ตนไม่ได้เอาบัตรประชาชนมา เพราะคิดว่าแค่ขี่รถมาซื้อลูกชิ้น สักพักเมื่อคิดว่าตำรวจจะปล่อยตัว ก็เดินไปที่รถ เพื่อจะขี่กลับบ้าน แต่กลับถูกตำรวจรุมจับตบหน้า ล็อกแขน และล็อกคอ จับตัวลงกับพื้นจนทำให้แขนหัก  ระหว่างนั้นมีตำรวจนายหนึ่งตะโกนว่า แขนมันหักแล้ว  

ตำรวจจึงเรียกกู้ภัยให้พาไปส่งโรงพยาบาล เมื่อรับการรักษาแล้ว ตำรวจก็พาไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งข้อหาว่า ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฏหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่  ถูกขัง 1 คืน  เช้าวันรุ่งขึ้นต้องไปที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อเสียค่าปรับ ตอนนี้รู้สึกแย่มาก เพราะทำงานก็ไม่ได้  แม่ก็ป่วยด้วย

ขณะที่นายนิฐิพงศ์ ซึ่งเป็นแฟนของผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด มองว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ แค่ไม่ได้พกบัตรประชาชนและไม่แสดงใบขับขี่  ซึ่งหลังเกิดเรื่องได้ติดต่อไปที่ ผู้กำกับ สภ.เมืองนนทบุรี  เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และทางผู้กำกับเองก็ยอมรับว่า เกินไปจริงๆ แต่จะขอสอบถามจากลูกน้องก่อนแล้วค่อยเจรจาเรื่องค่ารักษาพยาบาล  

ส่วนเรื่องค่าปรับยังต้องจ่ายให้เรียบร้อยตามกฎหมาย แต่พอแฟนจ่ายค่าปรับแล้ว ทางผู้กำกับ กลับบอกว่า จ่ายค่าปรับแล้วแสดงว่ายอมรับผิด ยอมรับว่าขัดขืนเจ้าหน้าที่  รวมทั้งบอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ  

ต่อมา มีคำชี้แจงจาก พ.ต.ท.เฉลิมพล ซื่อสัตย์ สวป.สภ.เมืองนนทบุรี  ที่เปิดหลักฐาน ภาพจากกล้องติดหน้าอกเจ้าหน้าที่ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นนายสหรัช ซึ่งช่วงที่ขอตรวจทะเบียนรถ พบว่า ถูกเก็บไว้ใต้เบาะและมีสภาพชำรุด

ในคลิป นายสหรัชพูดทำนองว่า ไม่ให้ยึดรถ เพราะต้องขายของ ก่อนจะก้าวขาคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อจะขี่ออกไป ตำรวจจึงดึงแขน ล็อกคออกมา และควบคุมตัวไว้ สักพักนายสหรัช ร้องว่าแขนหัก ตำรวจนายหนึ่ง บอกว่า แล้วดิ้นอะไรขนาดนั้น อยู่เฉยๆ  อย่าต่อสู้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพาไปโรงพยาบาล  ซึ่งนายสหรัชก็เถียงว่า ต่อสู้อะไร

พ.ต.ท.เฉลิมพล  ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี  ออกตรวจไล่ล่าติดตามรถต้องสงสัย โดยเฉพาะรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงพบรถ จยย.ต้องสงสัยคันดังกล่าว และเรียกตรวจค้นเบื้องต้น  พบว่าใต้เบาะมีแผ่นป้ายทะเบียนชำรุดและคู่มือทะเบียนรถ  

เจ้าหน้าที่ให้นายสหรัช ยืนยันตัวตนโดยการแสดงบัตรประชาชน แต่นายสหรัช ไม่ยินยอมที่จะบอกชื่อตัวเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า นายสหรัช เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะต้องการจะยืนยันว่าชื่อเจ้าของรถในคู่มือทะเบียนกับบัตรประชาชน ตรงกันหรือไม่  

เมื่อไม่สามารถตรวจสอบได้  จึงต้องเขียนบันทึกขอยึดรถไปตรวจสอบ แต่นายสหรัช ไม่ยินยอมและก้าวขาขึ้นรถ เพื่อที่จะบิดรถหนี   ตำรวจก็ไม่รู้เจตนาจริงๆ ว่าสาเหตุที่ไม่ให้ความร่วมมือเพราะอะไร  จึงใช้ยุทธวิธีควบคุมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย โดยนำตัวลงมาจากรถ เพื่อควบคุมตัวใส่กุญแจมือ  

ซึ่งนายสหรัชขัดขืน จึงเกิดอุบัติเหตุแขนหัก  เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่านายสหรัชแขนหัก จึงยุติการจับกุม และพาส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หลังจากนั้นก็ทำบันทึกจับกุมและไปพาตัวนายสหรัชมาจากโรงพยาบาล ซึ่งหมอลงความเห็นว่ากลับบ้านได้ และค่ารักษาพยาบาล  3,000 บาท เจ้าหน้าที่เป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

ส่วนเรื่องการชดใช้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้คงเป็นเพราะตัวผู้บาดเจ็บเองที่จะหลบหนีหรือขัดขืนการควบคุมตัว และมีกล้องติดหน้าอกเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย รวมทั้ง แพทย์ที่ทำการรักษาก็ไม่ได้ลงความเห็นว่าเป็นการทำร้ายร่างกายใดๆ เพราะไม่มีรอยฟกช้ำตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง  

โดยเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้นำตัวนายสหรัช ไปฟ้องต่อศาลแขวง จ.นนทบุรี  ประกอบกับนายสหรัชที่เป็นจำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ศาลแขวง จ.นนทบุรี มีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้องแต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา และปรับเป็นเงิน 2,000 บาท


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x17Gi7n8NAQ


คุณอาจสนใจ

Related News