จับตาทิศทาง พปชร.หลังแพ้เลือกตั้งซ่อม พท.แนะยุบสภาเพื่อประชาชน

การเมือง

จับตาทิศทาง พปชร.หลังแพ้เลือกตั้งซ่อม พท.แนะยุบสภาเพื่อประชาชน

โดย panwilai_c

31 ม.ค. 2565

29 views

ผลพวงจากการเลือกตั้งซ่อมเขต 9 กทม. ที่ มีผลสะเทือนทางการเมืองมากพอสมควร หลังพรรคพลังประชารัฐ แพ้การเลือกตั้ง และได้รับเลือกตั้งในอันดับที่ 4 ซึ่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า เคารพการตัดสินใจของประชาชน พร้อมถอดบทเรียนที่เกิดขึ้น ขณะที่พรรคเพื่อไทย เห็นว่า นายกรัฐมนตรี ควรตัดสินใจยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน ที่หากเป็นไปได้ควรก่อนครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคม ด้านนักวิชาการมองว่า ความพ่ายแพ้ของพรรคพลังประชารัฐ อาจส่งผลต่อการจัดกระบวนทัพใหม่ในการเลือกตั้งใหญ่



นายสุรชาติ เทียนทอง ว่าที่ส.ส.เขต 9 กทม.ขึ้นรถแห่ ขอบคุณประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร ที่ให้โอกาสได้กลับเข้าทำงานในสภาผู้แทนราษฏร โดยยืนยันจะตั้งใจทำงานการเมืองสร้างสรรค์ อย่างที่ทำมาตลอด 17 ปี แม้จะมีอายุในสภาอีกกว่า 1 ปีก็ตาม แต่ภาคภูมิใจกับชัยชนะในครั้งนี้ เพราะเป็นชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย ที่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำด้วยว่า เป็นการส่งสัญญานของประชาชน ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องรับฟัง และใช้ติดสินใจ ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน



หากเป็นไปได้ก็ควรก่อนที่จะครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคม ถ้าทำได้ก็พร้อมจะไปกราบขอบคุณ รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะประชาชนแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการพรรคการเมืองที่ไม่มีแนวทางประชาธิปไตย ถ้าหากไม่ปรับตัว อาจกลายเป็นพรรคที่มี ส.ส.ต่ำ 50



นายแพทย์ ชลน่าน ไม่ขอให้ความเห็น กรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ออกมาโพสต์ข้อความชื่นชมการมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย และคำว่า ศัตรู ของ ศัตรู คือมิตร จะหมายถึงพรรคเพื่อไทยหรือไม่



ซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลสะเทือนไม่น้อย แต่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าการเป็นพรรคการเมืองมีหน้าที่ทำเพื่อบ้านเมืองจะมองใครเป็นศัตรูไม่ได้ ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมาพ่ายแพ้ ก็ต้องเคารพเสียงของประชาชน และต้องมาถอดบทเรียนว่าเกิดจากอะไร โดยจะสำรวจความต้องการของประชาชนในการผลักดันนโนยบายต่างๆ และเชื่อว่าการแพ้เลือกตั้งไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลขาลง หรือความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ ลดลง



เพราะกว่า 7 ปี ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร ได้ทุ่มเทแก้วิกฤตบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ต้องเชิดชู ชื่นชม ความทุ่มเทในการดูแลประชาชน และผลงานล่าสุดของรัฐบาล กับการกลับมาฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดิอารเบียในรอบ 32 ปี



สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งในหลายประเด็น โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ของพรรคพลังประชารัฐ มีการวิเคราะห์ว่า อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ ส.ส.ภายในพรรค ว่าจะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ หลังร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า นำทีม ส.ส.แยกตัวออกไปก่อนหน้านี้ ส่วนกระแสนิยมของพลเอกประยุทธ์ อาจถูกประเมินได้ว่าลดต่ำลง



แต่ในกรณีที่พรรคกล้า พรรคไทยภักดี และพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ในการหาเสียง มีคะแนนรวมกันกว่า 33,000 คะแนน อาจน้อยกว่าคะแนนของฝ่ายประชาธิปไตย ที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล มีคะแนนรวมกันกว่า 5 หมื่นคะแนน แต่มีผลต่อฝ่ายรัฐบาลต้องจัดกระบวนทัพ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าจะยังชูพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่



แต่จะส่งผลต่อการยุบสภาหรือไม่ อาจมีส่วนให้เกิดขึ้นก่อนครบวาระ ซึ่งอาจจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าก่อนนายกรัฐมนตรีครบวาระ 8 ปี แต่จะมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อใด หากจัดการเลือกต้ังในขณะที่กระแสนิยมรัฐบาลลดลง



ในขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล แม้จะมองว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย แต่ในการเลือกต้ังใหญ่ ก็จะกลายเป็นคู่แข่งกันเอง ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้คิดถึงยุทธศาสตร์ร่วมของฝ่ายประชาธิปไตยมากขึ้น

คุณอาจสนใจ

Related News