ศูนย์จีโนมฯ ชี้โอมิครอนไทย มีแนวโน้มเข้าสู่โหมด 'End Game' แต่ย้ำห้ามประมาท

สังคม

ศูนย์จีโนมฯ ชี้โอมิครอนไทย มีแนวโน้มเข้าสู่โหมด 'End Game' แต่ย้ำห้ามประมาท

โดย thichaphat_d

28 ม.ค. 2565

46 views

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ว่า


“โอมิครอน” มีวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อ “Endgame” การระบาดของโควิด-19 แบบ “Pandemic” หรือไม่?

จากข้อมูลล่าสุดมีแนวโน้มจะเป็นไปได้  

ปรับปรุง 27/1/2565 เวลา 10.15

ข้อมูลจาก Dr. Ridhwaan Suliman นักวิจัยชั้นยอดของประเทศแอฟริกาใต้ได้นำเสนอกราฟที่น่าสนใจ  แสดงให้เห็นจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนในแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง  “2 เดือน” โดยมีผู้เสียชีวิตต่ำมาก ในขณะที่ช่วงเวลาการติดเชื้อระลอกแรก (อู่ฮั่น) ระลอกสอง (เบตา) และระลอกสาม (เดลตา) ใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือน และมีผู้เสียชีวิตสูงกว่าหลายเท่าตัว

และจากการที่ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี เฝ้าติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 มาตลอด 3 ปี  โดยล่าสุดได้สุ่มดาวน์โหลด รหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของ BA.1 BA.2 BA.3 อย่างละ 100 ตัวอย่าง


รวมทั้งรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของชาวต่างชาติจากเอเชียใต้หนึ่งรายที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และติดเชื้อ BA.2  มาวิเคราะห์การกลายพันธุ์แบบแผนภูมิที่แสดงถึงสายวิวัฒนาการแตกกิ่งก้านสาขาคล้ายต้นไม้ (phylogenetic tree) พบความสัมพันธ์ด้านจีโนมระหว่างโอมิครอนทั้ง 3 สายพันธุ์ มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน B.1.1 ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกับไวรัสดั้งเดิม "อู่ฮั่น" มากกว่าสายพันธุ์ อัลฟา เบตา แกมมา เดลต้า ฯลฯ

BA.1 กลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม “อู่ฮั่น” ประมาณ 60-70 ตำแหน่ง

BA.2 กลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม “อู่ฮั่น” ประมาณ 70-80 ตำแหน่ง

BA.3 กลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม “อู่ฮั่น” ประมาณ 55-65 ตำแหน่ง

ทำให้เห็นแนวโน้มว่าสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ต่างจากอู่ฮั่นไป “น้อยกว่า 60 ตำแหน่ง” เช่น อัลฟา เบตา แกมมา เดลต้า ฯลฯ รวมถึงสายพันธุ์ที่เคยพบมากในประเทศไทย อาทิ A.6 จากคลัสเตอร์สนามมวย หรือ B.1.36.16 จากคลัสเตอร์สมุทรสาครและปทุมธานี ได้เข้าสู่หรือกำลังเข้าสู่โหมดของการสูญพันธุ์หรือ “Endgame” ไม่หวนกลับมา


เพราะไม่ฟิตที่จะแข่งขันกับสายพันธุ์ใหม่ที่มีการกลายพันธุ์ไปข้างหน้าอย่างเช่น "โอมิครอน" ที่เข้ามาแทนที่ โดยมีการกลายพันธุ์ต่างไปจากอู่ฮั่นถึง 80-100 ตำแหน่ง และที่แปลกประหลาดคือโอมิครอนยังกระตุ้นให้ร่างกายผู้ติดเชื้อสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านสายพันธุ์ "เดลตา" ที่ครองพื้นที่อยู่เดิมไม่ให้เพิ่มจำนวนกันได้อีกต่อไป


ในส่วนของโอมิครอนเองนอกจากจะมีสายพันธุ์หลัก BA.1 แล้ว ยังมีสายพันธุ์น้องสาวอุบัติตามกันมาคือ BA.2 และ BA.3  โดยเฉพาะ BA.2 มีอัตราการเพิ่มจำนวนเป็น 120% เมื่อเทียบกับ BA.1 และจากข้อมูลทางคลินิกเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้พบว่าอาจ “ไม่ก่อโรครุนแรง”เช่นเดียวกับ BA.1

ทำให้เหมือนว่าธรรมชาติได้ส่ง BA.1 มาแล้วยังส่ง BA.2 ตามมาด้วยเพื่อชะลอหรือยุติการระบาดโควิด-19 ทั่วโลก (Pandemic)  

คงต้องมาติดตามกันต่อไปว่าการคาดคะเนโดยอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยังมีจำกัดจะคลาดเคลื่อนไปมากน้อยเพียงใด

"คำเตือน" โรคโควิด-19 ยังถือว่าเป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่เรายังไม่เข้าใจธรรมชาติของการเกิดโรคอย่างถ่องแท้  ดังนั้นต้องไม่ประมาทการ์ดหรือมาตรการต่างๆ ที่เราร่วมปฏิบัติกันมาอย่างเข้มข้นต้องไม่ลดหย่อน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3_EYoBbwm8c


คุณอาจสนใจ

Related News