เปิดที่มาบิ๊กไบค์ ส.ต.ต.นรวิชญ์ พบขายต่อโอนลอย 9 ทอด ไม่ต่อทะเบียน

สังคม

เปิดที่มาบิ๊กไบค์ ส.ต.ต.นรวิชญ์ พบขายต่อโอนลอย 9 ทอด ไม่ต่อทะเบียน

โดย pattraporn_a

27 ม.ค. 2565

151 views

การดำเนินคดีกับสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ บอกว่า เบื้องต้นตั้งไว้ 7 ข้อหา และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม หากมีหลักฐานก็สามารถแจ้งเพิ่มได้


ทั้งนี้ หนึ่งในปมที่หลายคนสงสัย ก็คือที่มาของรถบิ๊กไบค์ของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ ซึ่งเมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่า แม้จะออกรถใหม่ในปี 2562 แต่เพียง 2 ปี มีการโอนลอยขายต่อกันมากถึง 9 ครั้ง และสถานะหลังสุดในวันเกิดเหตุก็ไม่มีข้อมูลว่าได้โอนเป็นชื่อของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์และไม่มีการต่อภาษีกับกรมการขนส่งทางบก ขณะเดียวภายหลังเกิดเหตุแล้ว ยังปรากฎภาพรถบิ๊กไบค์คันเดียวกันถูกด่านตำรวจเรียกตรวจสอบมาก่อน แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ 


โดยภาพของการถูกยึดรถไปตรวจสอบ มีข้อมูลว่าเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ขณะสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ ขับขี่ผ่านด่านตรวจ ซึ่งตำรวจตั้งด่านอยู่ เพื่อขอตรวจสอบเอกสาร ทำให้เกิดภาพ มีการยื่นบัตรข้าราชการตำรวจ โดยรถยังมีป้ายทะเบียน หลังจากนั้นรถถูกนำรถออกมาขับขี่กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยไม่สวมป้ายทะเบียน


ทีมข่าว 3 มิติได้เดินทางไปยัง สน.ที่ปรากฎตามภาพ และได้ติดต่อไปยังผู้กำกับ ระบุว่า ไม่มีคดียึดรถ และ ภาพที่ปรากฎน่าจะเป็นภาพถ่ายล้อเล่นกับเพื่อนๆ อย่างไรก็ตามโฆษก บชน.จะเป็นผู้ชี้แจง


พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บชน.ชี้แจงว่า เป็นภาพถ่ายเหตุการณ์ในวันที่ 23 ธันวาคม 2564 พื้นที่สน.ชนะสงคราม ได้ตั้งด่าน กวดขันอาชญากรรมในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ซึ่งในวันนั้น สิบตำรวจตรีนรวิชญ์ ได้ขับขี่รถไป จึงได้มีการเรียกตรวจสอบตามปกติ แต่ไม่พบความผิด จึงไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นการเรียกตรวจใบขับขี่ก่อน แต่ภาพถ่ายที่ปรากฏออกมาว่าถ่ายกับบัตรข้าราชการตำรวจนั้น เกิดจากตำรวจที่ตั้งด่านรู้จักกับสิบตำรวจตรีนรวิชญ์เป็นการส่วนตัว จึงมีการถ่ายรูปเล่นแกล้งกันในกลุ่มเพื่อน คาดว่าจะเป็นการส่งมาพูดคุยกัน ภายหลังเกิดอุบัติเหตุขับรถชนหมอกระต่าย


ปมสงสัยในที่มาของรถ ซึ่งถูกโอนลอยต่อกันมาหลายทอดกว่า 9 คน ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่ารถคันเดียวกล่าวมีที่มาถูกต้องหรือไม่ แม้จะมีการโอนลอยมาหลายทอด แต่ชื่อเจ้าของรถยังเป็นของนายไพฑูรย์ ผู้ซื้อคนแรก โดยทีมข่าวได้ติดต่อกับผู้ขายรถรายหนึ่ง ระบุว่า ครอบครองรถอยู่ 2 ปี แต่ขับไม่ถึง 50กิโลเมตร จึงโพสต์ขายต่อในราคา 83,000 บาทเมื่อเดือนธันวาคมปี 2564 โดยมีนายปฏิภาณ ซึ่งเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อต่อ แต่ไม่ได้พบตัวนายปฏิภาณ เนื่องจากมีตัวแทนมารับรถแทน



ทีมข่าว 3 มิติ ติดต่อกับ นายปฏิภาณ ชี้แจงว่ารถบิ๊กไบค์มาอยู่กับตนได้ 4 วัน โดยไม่ได้ถูกยึด ก็มีสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ติดต่อขอซื้อ จึงขายในราคา 1 แสน 1 หมื่นบาท โดยโอนเงินมาให้แล้ว


เมื่อตรวจสอบบิ๊กไบค์คันดังกล่าวพบว่าขาดต่อภาษีมาตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม ปี 2562 เป็นรถเถื่อนร่วม 2 ปี กระทั่งมาอยู่ในความครอบครองของ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ก็ยังไม่มีการต่อภาษีและหากไม่ต่อภาษีติดต่อกัน 3 ปี ทะเบียนก็จะถูกอายัด


ส่วนความเร็วของรถ บิ๊กไบค์ขณะเกิดเหตุ จะเร็วเกินกว่า 80 กม./ชม หรือไม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ขณะที่วันนี้ บิดาของหมอกระต่าย และครอบครัว ทำพิธีเก็บอัฐิ และเห็นด้วยที่จะมีการเข้มงวดด้านกฎหมายกับผู้กระทำผิดฝ่าฝืนการจราจรและหลังจากนี้จะติดตามด้านคดีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา



ส่วนเรื่องสำนวนเจ้าหน้าที่คาดว่าจะยังคงสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องภายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผลตรวจพิสูจน์ต่างๆ จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และหากผู้ต้องหาต้องโทษอาญาก็ถึงจะมีการพิจาณาในเรื่องการรับราชการต่อไป

คุณอาจสนใจ