พ่อค้ารถ (มือที่7) แจงขายบิ๊กไบค์ให้ ส.ต.ต. ด้าน ผกก.พญาไท ยันย้ายรถมาเก็บที่ สน. แล้ว

อาชญากรรม

พ่อค้ารถ (มือที่7) แจงขายบิ๊กไบค์ให้ ส.ต.ต. ด้าน ผกก.พญาไท ยันย้ายรถมาเก็บที่ สน. แล้ว

โดย thichaphat_d

26 ม.ค. 2565

392 views

สำหรับประเด็นการครอบครองรถบิ๊กไบค์ คันที่พุ่งชนหมอกระต่ายเสียชีวิต ผู้สื่อข่าว ได้คุยกับนายปณิธาน  (พ่อค้าขายรถมือสอง) ซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองรถบิ๊กไบค์มือสุดท้าย ก่อนจะขายให้ ส.ต.ต นรวิชญ์

นายปณิธาน เปิดเผยว่า รถคันนี้ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่รถประกอบ หรือรถเถื่อน ซื้อมาในราคา 80,000 บาท เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 จากจังหวัดสมุทรสาคร

จากนั้น นำรถมาหน้าจอดร้านได้เพียง 2 วัน  ส.ต.ต.นรวิชญ์ ก็ติดต่อมาขอซื้อ โดยมาดูรถที่ร้านก่อน ตอนแรกตั้งราคาไว้ที่ 125,000 บาท

ต่อมา ลดให้เหลือ 113,000 บาท (ลดให้ 12,000 บาท) เพราะเห็นว่า ส.ต.ต นรวิชญ์ สนใจจริง และอยากได้รถคันนี้มาก

โดยทำสัญญาซื้อขาย วันที่ 14 ธันวาคม 2564 ส.ต.ต.นรวิชญ์ ได้นำเงินสด จำนวน 113,000 บาท มาซื้อรถ โดยมีเอกสารซื้อขาย วันนั้นจำได้ว่า ส.ต.ต. นรวิชญ์ ดีใจมาก ที่ได้ซื้อรถคันนี้ เพราะเป็นรถคันแรกในชีวิต และเป็นรถที่ชอบ

การทำสัญญาซื้อขาย เป็นการโอนลอย และแจ้งให้ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ไปดำเนินการโอนเอง เมื่อซื้อขายจบ ก็ไม่ได้ติดต่อกัน จนมารู้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุ

หลังทราบข่าว ตอนแรกตกใจ ว่า ทำไมชนแรงขนาดนี้ พอเห็นภาพวงจรปิด ก็เห็นว่า ส.ต.ต.นรวิชญ์ ขับมาด้วยความเร็ว จังหวะนั้นเบรกยังไงก็เบรกไม่ทัน เบรกไม่อยู่ เพราะขับเร็ว  

รถรุ่นนี้ ความพิเศษคือ เครื่องยนต์พลังแบบ L-Twin 803 ซีซี เครื่องแรง  ยิ่งขับเร็วจะยิ่งขับมันส์ คนที่ชื่นชอบบิ๊กไบก์จะรู้ดี และที่สำคัญ ระบบเบรกของรถรุ่นนี้ ไม่มีเบรกเอบีเอส เหมือนรุ่นใหม่ๆ

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ตำรวจนครบาล มีข้อมูลของรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด มีการเชิญเจ้าของร้าน ที่ขายรถให้ ส.ต.ต.นรวิชญ์  มาสอบปากคำแล้ว โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวรถทั้งหมด มอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบ ซึ่งพบว่าเป็นเอกสารจริง

พนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางบก ให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ต้องรวบรวมลงในสำนวนคดี

นอกจากนี้ได้ส่งรถไปตรวจสภาพ ตั้งแต่ตัวถัง ระบบเบรค คันเร่ง ระบบไฟฟ้า ระบบโซ่  สายพานระบบน้ำมัน รวมถึงยางรถ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อให้ทราบว่า ก่อนและหลังเกิดเหตุ นั้น สภาพรถมีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานหรือไม่ และมีส่วนใดที่เกิดความขัดข้อง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ  รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง คาดจะทราบผลภายใน 7 วัน

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ ที่นักข่าวไปเจอรถดูคาติ ของ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ถูกจอดไว้ที่ หน้าแฟลตตำรวจ ซึ่งเป็นจุดจอดรถของตำรวจ สน.พญาไท ที่พักในแฟลตนี้ และไม่ใช่จุดจอดรถของกลาง ของ สน.พญาไท  แต่อย่างใด  

เรื่องนี้ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท บอกว่า นักข่าวตาไวมาก ทำไมถึงเห็นรถได้ แม้จะไปจอดหลังโรงพัก ซึ่งจุดจอดนี้ ตำรวจนำไปจอดชั่วคราวเท่านั้น  

“หลังจากเอารถไปตรวจสภาพเพื่อประกอบในสำนวนคดี  เมื่อเสร็จแล้วจึงเอามาจอดไว้ตรงนั้นก่อน เพียงแค่ข้ามคืน นักข่าวก็มาเห็น”  

ขณะนี้ ให้ตำรวจนำรถคันดังกล่าว ไปเก็บไว้ในจุดจอด รถจักรยานยนต์ ของ.สน.พญาไท  ซึ่งเป็นคอกด้านหลัง  มีลูกกรงล้อมรอบ และล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา แล้ว

โดย พ.ต.อ. บวรภพ ยังย้ำว่า รถดูคาติ ของ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ไม่ใช่รถของกลาง และได้รถมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  

ส่วนประเด็นเรื่องความเร็ว ที่ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ระบุว่า ขับมาด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันคำให้การของผู้ต้องหาได้ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบสภาพ และการคำนวณความเร็ว จากผู้เชี่ยวชาญก่อน



คุณอาจสนใจ

Related News