ยายถูกหลอกซื้อมือถือ 6 เครื่อง เป็นหนี้แสนกว่า เครียดจัดผูกคอตาย ญาติช่วยทัน

สังคม

ยายถูกหลอกซื้อมือถือ 6 เครื่อง เป็นหนี้แสนกว่า เครียดจัดผูกคอตาย ญาติช่วยทัน

โดย sujira_s

23 ม.ค. 2565

23 views

ยายเครียด ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อมือถือ 6 เครื่อง เป็นหนี้กว่าแสนบาท หวังปลิดชีพเคราะห์ดีญาติช่วยทัน


เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2565 เวลา 09.00 น. ที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 7 ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น นางทองตัด สมณะ อายุ 77 ปี เจ้าของบ้านผู้เสียหาย นำหลักฐานข้อมูลการเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ซื้ออ้างว่าจะให้เงิน 1,000 บาท เป็นค่าจ้าง โดยที่ยายไม่ต้องเสียเงินใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ซึ่งมีทั้งสิ้นจำนวน 6 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ม.ค.2565 ตนเองนั่งเล่นอยุ่หน้าบ้านตามปกติ มีคนร้ายเป็นชายหญิงคู่หนึ่งจำได้ว่าอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง เข้ามาชวนคุยสักพัก ก่อนที่ทั้งคู่จะชวนซื้อโทรศัพท์ ซึ่งตนเองก็บอกไปว่าไม่มีเงินซื้อ



โดยคนร้ายบอกตนเองว่า ไม่ต้องใช้เงินแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวและเซ็นชื่อว่าเป็นญาติกัน พร้อมทั้งจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 1,000 บาทด้วยถ้าตกลงจะเอารถมารับ พอยายหลงเชื่อตกลงตามที่คนร้ายบอกทั้งคู่ก็กลับไปเอารถยนต์มารับที่บ้าน จึงให้วัยรุ่นข้างบ้านนั่งในรถพาไปด้วย โดยคนร้ายบอกตอนแรกจะพาไปเซ็นทรัลขอนแก่น แต่ได้พาไปซื้อโทรศัพท์มือถือในห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ จ.อุดรธานีถึง 3 แห่ง (โลตัส/บิ๊กซี/เซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานี) รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 เครื่อง ทั้งภายในศูนย์ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทั้ง 3 เจ้า และร้านค้าปลีกอีก 3 ร้าน โดยแต่ละร้านจะให้เซ็นต์ชื่อซึ่งยายอ่านหนังสือไม่ออกอ่านได้แค่ชื่อ ก็เซ็นไปตามที่คนร้ายและร้านค้าบอก และจะอ้างว่าเป็นญาติกัน ก่อนจะเสร็จในเวลาประมาณ 18.00 น. แล้วคนร้ายก็ได้ให้เงินค่าจ้าง 1,000 บาทตามที่ตกลง พร้อมพาไปรับประทานอาหารอย่างดี โดยไม่รู้ว่าตลอดทั้งวันนั้น คนร้ายได้แอบปิดเสียงเรียกเข้า และยกเลิกการสั่นในมือถือของตนเอง ทำให้ไม่มีใครสามารถติดต่อตนเองได้


ยายทองตัด บอกอีกว่าหากมีเอกสารใด ๆ ส่งมาที่บ้านให้ฉีกทิ้งและนำไปทิ้งถังขยะได้เลย เพราะไม่มีผลใด ๆตามมา จนกระทั่งตนเองกลับถึงบ้านเวลา 20.00 น. เมื่อเดินทางถึงบ้านพบว่าลูกหลานกำลังตามหา และรอด้วยความเป็นห่วง จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง จนทราบต่อมาว่าถูกหลอก ยายเสียใจมากเพราะต้องกลายเป็นหนี้กว่า 1 แสนบาท จึงตัดสินใจคิดสั้นฆ่าตัวตาย โดยตั้งใจจะผูกคอตายเพราะคิดว่าทุกอย่างจะได้จบลูกหลานจะได้ไม่เป็นหนี้ เพราะเงินหลักแสนคงไม่มีปัญญาหามาใช้หนี้ได้ ที่บ้านไม่มีไร่นา ลูกหลานก็ยากจนหาเช้ากินค่ำทุกคน กระทั่งหลานเข้ามาช่วยเอาไว้ทัน อยากให้ตำรวจเอาผิดคนร้ายทั้ง 2 คนนี้ให้ได้


ด้านนางอรทัย ยืนยาว อายุ 46 ปี ลูกสาวอีกคนของยายทองตัดฯ บอกว่า ยายทองตัดมีลูก 6 คนแต่อาศัยที่หมู่บ้านกับแม่เพียง 3 คนที่เหลือไปทำงานต่างจังหวัด โดยแม่จะพักอาศัยที่บ้านคนเดียว ตนและพี่น้องคนอื่น ๆ อยู่บ้านข้างเคียง ทุกคนมีอาชีพรับจ้าง เช้ามาก็ออกไปทำงานช่วงกลางวันจะปล่อยแม่ไว้คนเดียว พอเกิดเหตุขึ้นมาก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะทุกคนก็มีภาระทำงานหากินไปวันวัน จะเอาเงินแสนที่ไหนมาใช้หนี้ พยายามทวงถามหญิงที่มาหลอกแม่ ซึ่งทราบชื่อต่อมาว่านางรุ่งนภา ไขกันหา ซึ่งอาศัยหมู่บ้านข้างเคียงกัน และได้รับคำตอบว่า ที่ทำไม่ผิดกฎหมายใด ๆ และอ้างว่ายายยินยอมและยังให้เงินยายเป็นค่าจ้างไปแล้ว 1,000 บาท ไม่สามารถเอาผิดได้ พร้อมท้าทายให้ไปแจ้งความ ซึ่งหลังเกิดเหตุพอแม่รู้ว่าถูกหลอก ก็เสียใจมากร้องไห้ตลอดเวลากระทั่งคิดสั้นฆ่าตัวตาย อยากให้ตำรวจหรือหน่วยงานที่มำอำนาจทางกฎหมาย เอาผิดคนร้ายทั้ง 2 คนนี้ เพราะอาจจะมีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อได้อีก พร้อมอยากจะขอให้ผู้ให้บริการขายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ค่าย ช่วยเหลือยกเลิกสัญญาเช่าซื้อของคุณแม่ด้วย เพราะถูกมิฉาชีพมาหลอกทำการซื้อไป


ลูกสาวบอกอีกว่า ได้ไปสอบถามร้านที่คนร้ายพาแม่ไปซื้อโทรศัพท์พบว่า แม่ได้เซ็นสัญญาซื้อมือถือรวม 6 เครื่อง ประกอบด้วย ซื้อจากค่าย DTAC 1 เครื่อง ทำสัญญาผ่อน 12 งวดๆละ 600 บาท ซื้อที่ศูนย์ AIS จำนวน 2 เครื่อง ยี่ห้อ OPPO ทำสัญญาผ่อน 12 เดือนๆ ละ 599 บาท ยี่ห้อ IPHONE13 ทำสัญญาผ่อน 12 เดือนๆ ละ 1,600 บาท ส่วนที่ศูนย์ TRUE จำนวน 3 เครื่องไม่ทราบยี่ห้อ ทำสัญญาผ่อน 12 เดือนๆ 699 , 1,699 และ 1,699 บาท ซึ่งทั้ง 6 เครื่องไม่รวมค่าบริการรายเดือนอีก รวมมูลค่าแสนกว่าบาท ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์จำหน่ายมือถือ AIS และ TRUE แจ้งกลับว่าให้แจ้งความก่อน ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งเรื่องมาดำเนินการเอง ส่วน DTAC ต้องเดินทางกลับมาที่ศูนย์บริการที่ขอนแก่น ซึ่งทางศูนย์ต่างๆก็ช่วยเหลือทั้งข้อมูล และรับปากจะช่วยเหลือเท่าที่บริษัทจะช่วยได้



ขณะที่นางจำรัส เขียวโพธิ์ อายุ 54 ปี ลูกสาวยายทองตัด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเลิกงานมาพบว่าแม่หายตัวไป โทรศัพท์ติดต่อไปก็ไม่มีคนรับสายรู้สึกเป็นห่วงมาก สอบถามลูกสาวก็บอกเพียงว่ามีคนมารับไปจังหวัดอุดรธานีแต่ไม่รู้ว่าเป็นใครคิดว่าเป็นคนรู้จักกับยาย ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับกำนัน พอแม่กลับมาตอนค่ำก็ใจชื้นขึ้นมา สอบถามแม่บอกว่าเขาพาไปเอาเงินพันที่อุดรธานี แค่พาไปซื้อโทรศัพท์ ซึ่งสีหน้าแม่ตอนนั้นดีใจมากที่ได้เงินและยังบอกลูกหลานอีกว่า จะเอาเงินพันนี้ซื้อของอร่อยๆ ให้ลูกหลานกิน กระทั่งตนเองได้สอบถามรายละเอียดต่างๆพบว่าแม่ซื้อโทรศัพท์ 6 เครื่อง เครื่องละ 3-4 หมื่น จึงมั่นใจว่าแม่ถูกหลอกแน่นอน รวมมูลค่าก็หลักแสนบาท จึงพาแม่เข้าแจ้งความที่ สภ.ซำสูง แต่ไม่สามารถแจ้งความได้


ทางตำรวจบอกให้ไปแจ้งความที่ สภ.อุดรธานี เพราะเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ตนเองจึงยืมรถหลานพาแม่เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.อุดรธานี ตำรวจก็สอบถามข้อมูลว่ามารับยายที่ไหน ตนเองก็บอกที่บ้านที่ อ.ซำสูง ตำรวจก็ถามกลับว่าคนร้ายมารับที่ อ.ซำสูง ทำไมไม่ไปแจ้งความที่ สภ.ซำสูง ตนเองก็อธิบายให้ตำรวจฟังว่า ที่ สภ.ซำสูงบอกว่า เหตุเกิดที่อุดรธานี ต้องมาแจ้งที่นี่ ตำรวจอุดรธานีจึงลงบันทึกประจำวันไว้ให้พร้อมประสานไปที่ สภ.ซำสูง ทางตำรวจสภ.ซำสูงจึงยอมที่จะรับแจ้งความ โดยให้พาแม่เข้าแจ้งความในวันพุธที่ 26 ม.ค.65 นี้


ต่อมาคืนวันที่ 21 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา ตนเองไปเรียกแม่ แต่พบว่าไม่มีเสียงขานตอบ จึงได้ส่องดูทางช่องลม เห็นแม่ผูกคอกับวงกบประตูเปิดยังไงก็ไม่ออก จึงรีบบอกหลานเขยให้รีบปีนเข้าไปช่วยเอาไว้ทัน อยากให้ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีเพราะ เชื่อว่าเป็นขบวนการ อยากให้เร่งรัดคดีให้รวดเร็ว ตอนนี้แม่ต้องเป็นหนี้เพราะถูกหลอก


รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/rF5MdeSpLxQ

คุณอาจสนใจ