พาณิชย์แจ้งความเอาผิด ห้องเย็นสงขลา ไม่แจ้งสต็อกหมู 2 แสนกิโล

สังคม

พาณิชย์แจ้งความเอาผิด ห้องเย็นสงขลา ไม่แจ้งสต็อกหมู 2 แสนกิโล

โดย passamon_a

22 ม.ค. 2565

75 views

วันที่ 21 มกราคม 2565 จากกรณี นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา นายสัตว์แพทย์ กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายสัตวแพทย์ณัฐชัย วรสุทธิ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ต.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบพบเนื้อหมู 2 แสนกว่ากิโล ภายในห้องเย็นของบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ จำกัด


ก่อนมีการอายัดเนื้อหมูทั้งหมดเพื่อทำการตรวจสอบที่มาที่ไป พร้อมให้ทั้ง 2 บริษัท นำเอกสารการรับเข้าส่งออกของเนื้อหมูมาทำการชี้แจงต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ว่าเข้าข่ายกักตุนหรือไม่ หากพบมีการกระทำผิดเข้าข่ายก็จะดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมาย ต่อมาทราบว่าเนื้อหมูภายในห้องเย็นเป็นของบริษัทเบทาโกร พัทลุง ซึ่งได้มาเช่าห้องเย็นของบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ เพื่อทำการแช่แข็งเนื้อหมูเพื่อรอจำหน่ายออก


ล่าสุด นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา นายสัตว์แพทย์ กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายสัตวแพทย์ณัฐชัย วรสุทธิ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา และ พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้แถลงข่าวผลสรุปตรวจสอบเอกสารรับเข้าส่งออกจำนวนของเนื้อหมู ของบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ จำกัด และ บริษัทเบทาโกร พัทลุง ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา


นางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่หนึ่งทางบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ ได้ฐานะห้องเย็นรับฝากสินค้า เค้าไม่แจ้งปริมาณการครอบครองตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 2 /2565 ข้อนี้เป็นความผิดของปิติซีฟู๊ดส์ ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ก็เป็นตัวแทนของจังหวัดและได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ไปแจ้งความต่อ สภ.จะนะ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาไม่แจ้งปริมาณในครอบครอง


ส่วนประเด็นที่สองบริษัทเบทาโกร โรงงานแปรรูปสุกรพัทลุง ได้แจ้งปริมาณไม่ตรงกับในสต็อกที่ห้องเย็นปิติซีฟู๊ดส์ ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ทางบริษัทเบทาโกร ได้แจ้งปริมาณครอบครอง ตามแบบ ศก01 ฉบับที่ 2 /2565 ซึ่งในประกาศฉบับที่ 2 มีได้ระบุว่า ทางผู้ครอบครองชำแหละสุกร ผ่าซีก ที่แยกออกเป็นชิ้นส่วนเนื้อไหล่ เนื้อสะโพก เนื้อสันคอ เนื้อสันนอก เนื้อสันใน 3 ชั้น ซึ่งทางบริษัทเบทาโกรได้แจ้งตามแบบแจ้งปริมาณที่แจ้งมา 50,000 กิโลกรัม ซึ่งทางห้องเย็นของบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ที่ตรวจสอบเนื้อหมูมีอยู่ 2 แสนกว่ากิโลกรัม ที่เบทาโกรไปฝากไว้ ดังนั้นมันจะมีส่วนต่างอยู่ 105,000 กว่ากิโล ตรงนี้เป็นรายการที่ไม่มีอยู่ในแบบแจ้งอย่างเช่นหมูบด ขาหมูขาว ซี่โครง 3 ชั้นแผ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีในแบบแจ้ง ดังนั้นตรงนี้ก็ไม่ถือว่าทางบริษัทเบทาโกรแจ้งความเท็จต่อพนักงาน ตรงนี้บริษัทเบทาโกรไม่ได้มีความผิด


ส่วนประเด็นที่ 3 ทั้งบริษัทเบทาโกร และบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ เค้าได้จัดทำบัญชีคุมถูกต้องตามประกาศคณะกรรมกลางว่าด้วยราคาสินค้าและการบริการฉบับที่ 2/2565 ซึ่งบริษัททั้ง 2 ได้นำเอกสารมามอบให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ตรวจสอบเมื่อช่วงเวลา 09.00 -11.00 น. ปรากฏว่าทั้ง 2 บริษัท ได้จัดทำบัญชีคุมถูกต้อง


ส่วนประเด็นที่ 4 ว่าทั้ง 2 บริษัทเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบมีการจัดทำบัญชีรับเข้ามาแล้วก็จ่ายออกไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 จนมาถึงเดือนมกราคม 2565 เป็นปกติตามที่บริษัททำอยู่ ซึ่งทางเบทาโกรได้นำหมูไปฝากห้องเย็นบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถือว่าเป็นปกติจึงไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้า ส่วนผู้กระทำผิดจึงเป็นบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ กรณีไม่แจ้งปริมาณในครอบครอง


ทางด้าน พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวานมีการตรวจสอบเบื้องต้นและวันนี้รอเอกสารจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อมาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทางผู้ว่าฯจังหวัดสงขลาได้ชี้แจงให้ทุกท่านได้รับทราบแล้ว เมื่อวานได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ ในความผิดที่แจ้งในการครอบครองซากสุกร ซึ่งขั้นต้นนั้นได้ร้องทุกข์ต่อบริษัทซีฟู๊ด ซึ่งในครั้งนี้จะดำเนินการขั้นตอนต่อไปจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในด้านเอกสารและบันทึกถ้อยคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


ส่วนคดีนี้ไม่มีความซับซ้อน คาดว่าเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้วน่าจะสัปดาห์หน้าทุกอย่างจะดำเนินการเรียบร้อย ส่วนโทษผู้ครอบครองไม่ได้แจ้งตามประกาศ คณะกรรมการกลาง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนและมีบทกำหนดโทษลงโทษในส่วนนี้คือติดคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละ 2 พันบาท ปรับจนกว่าจะแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจากการดูอัตราโทษแล้วจะอยู่ในอำนาจของศาลแขวงและจะเร่งทำให้เกิดความกระจ่างเร็วที่สุด


อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้านี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ จะดำเนินการออกหมายเรียกเจ้าของบริษัทปิติซีฟู๊ดส์เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาไม่ชี้แจงปริมาณครอบครองซากสุกรต่อไป

คุณอาจสนใจ