แม่ค้าร่ำไห้ โอดเลิกขาย! ถูกกรมการค้าภายใน บุกจับไข่แพง ตลาดดังกลางกรุง

เศรษฐกิจ

แม่ค้าร่ำไห้ โอดเลิกขาย! ถูกกรมการค้าภายใน บุกจับไข่แพง ตลาดดังกลางกรุง

โดย thichaphat_d

19 ม.ค. 2565

11.1K views

วานนี้ (18 ม.ค. 65) ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์  ประไพ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ออกตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 เกี่ยวกับการขายไข่เกินราคา ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 กรุงเทพฯ


ทั้งนี้ พบว่ามีแผงขายไข่ไก่จำนวน 1 ร้าน จำหน่ายไข่ไก่ในราคาสูงกว่าร้านอื่นในตลาดเดียวกัน   และแพงกว่าตลาดอื่นๆ เช่น ไข่ไก่เบอร์ 0 ฟองละ 4.80 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 4.0 บาท // ถ้าไข่เบอร์ 0 แผงละ 140 บาท ,ไข่เบอร์ 1 แผงละ 125 บาท,ไข่เบอร์ 2 แผงละ 115 บาท ,ไข่เบอร์ 3 แผง ละ 110 บาท  


จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแล้ว  


แม่ค้าที่ขายถึงกับนั่งกุมขมับร้องไห้บอกว่า “กูไม่เอาแล้ว กูเลิกขายแล้ว” เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงชี้แจงราคาไข่ไก่ ต้องให้เป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาไว้ และบอกว่า “มันอาจจะไม่ผิดก็ได้อย่าเพิ่งซีเรียส” เจ้าของร้านตอบกลับว่า “มาทำแบบนี้มันก็บั่นทอนเราอยู่แล้ว กูไม่เอาแล้ว ขายแล้วเป็น แบบนี้กูไม่เอาแล้ว”  


ขณะที่แม่ค้าร้านข้างๆ พูดว่า “คนทำมาหากินก็มาโดนเบียดเบียนแล้วจะไปเหลืออะไร ไหนจะภาษีอีก ก็มาเบียดเบียนแล้วจะไปเอากำไรตรงไหน”  ด้านเจ้าหน้าที่ของตลาดฯ รายหนึ่ง บอกว่า “มาอย่างนี้ตลาดประชานิเวศน์แย่เลย ยิ่งคนไม่เดินมาอย่างนี้แย่เลย ไม่ให้โอกาสผู้ค้าเลยเหรอ”  


สำหรับสินค้าไข่ไก่ กรมการค้าภายในได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่  สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่แปดริ้ว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มน้ำน้อย ผู้ผลิตรายใหญ่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้รับความร่วมมือจากผู้เลี้ยงไก่ไข่ โดยตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาท ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย  


ซึ่งกรมฯ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าตาม นโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอาหาร และสินค้าอุปโภค บริโภคอย่างใกล้ชิด


เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสจำหน่ายในราคาแพงเกินสมควร เพราะจะกระทบต่อค่าครอง ชีพของประชาชนผู้บริโภค โดยหากประชาชนพบเห็นการขายสินค้า และบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และมีเจ้าหน้าที่พาณิชย์ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามดำเนินการด้วย


ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจร้านจำหน่ายไข่ไก่อีกร้านหนึ่งซึ่งอยู่ในตลาดเดียวกัน พบว่า  ไข่เบอร์ 0 แผงละ 135 บาท, ไข่เบอร์ 1 แผงละ 130 บาท,ไข่เบอร์ 2 แผงละ 125 บาท,ไข่เบอร์ 3 แผงละ 105 บาท, ไข่เบอร์ 4 แผงละ 100 บาท โดยนางสมใจ พลีบัตร อายุ 60 ปี เจ้าของร้านเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการปรับราคาไข่ไก่ขึ้นแผงละ 6 บาท แต่ราคาก็ไม่เพิ่มมากกว่านี้ บางช่วงราคาขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้ขึ้นหรือแพงตลอด


ยอมรับลูกค้าซื้อลดน้อยลง ส่วนมากจะซื้อครั้ง 5-20 ฟอง ไม่ค่อยซื้อยกแผง แต่ละคนไม่ได้บ่นเรื่องราคา เพราะเห็นใจแม่ค้ารับมาแพง แม่ค้าก็ต้องขึ้นราคา ซึ่งราคาไม่ได้สูงมากเกินเหตุ  บางคนจำใจซื้อ เลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องซื้อกินอยู่แล้ว ขึ้นราคา 1 บาท ลูกค้าไม่สะเทือนหรอก ลูกค้าบอกพอซื้อได้ไม่ได้แพง อยากให้พูดถึงภาครัฐเลยไม่กล้าพูด แต่ก็เห็นเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาสุ่มตรวจราคาไข่ไก่และเนื้อหมู ตนไม่กล้าฉวยโอกาสราคาสูง กลัวเจ้าหน้าที่มาตรวจจับ ไม่คิดจะเอากำไรสูง  


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ไปสอบถามแม่ค้าขายผัก ให้ข้อมูลว่าราคาผักต่าง ๆ แล้วแต่กระแส รายวัน วันนี้อาจราคาถูก วันต่อไปราคาอาจจะขึ้นตามกลไกตลาด ตอนนี้ราคาผักยังคงที่ ไม่เหมือนเนื้อหมูที่ราคาแพงลิ่ว ร้านของตนขายผักได้บ้างไม่ได้บ้าง ยอดขายตกเยอะ เงียบไม่ค่อยมีลูกค้า อาจเป็นเพราะสถานการณ์โควิดหรือไม่ จนผักที่รับมาขายเน่าเสียต้องเก็บทิ้งยอมขาดทุน อีกทั้งร้านขายผักในตลาดก็เยอะเพราะต่างคนต่างหากิน    


“ไม่รู้จะให้ภาครัฐเข้ามาดูแลยังไง บอกไปแล้วจะลงมามั้ย ตนไม่รู้จะให้ช่วยเหลืออะไร มันชินแล้ว ไม่รู้จะให้แก้ไขตรงจุดไหน แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ราคาผักลูกค้ายอมรับได้ แต่เห็นใจ คนขายเนื้อหมู ต้นทุนมาสูงเขาก็ต้องขายแพง ทุกวันนี้คนจับจ่ายไม่ค่อยมี ไม่ค่อยกินไม่ค่อยซื้อ ทำให้เราขายไม่ได้ก็ต้องอยู่ตามสภาพนั่งมองหน้ากัน


เราบังคับให้ใครมาซื้อไม่ได้ ให้เงินเยียวยามา เราก็อยู่ไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายเดือนๆ นึง เยอะต้องสู้กันต่อไป หากมีลูกค้า เงินสะพัดเศรษฐกิจดีเหมือนสมัยก่อน เราก็ขายได้ ไม่ใช่เราคนเดียวที่ขายไม่ได้ พ่อค้าปแม่ค้าทุกคนเหมือนกันหมด  อยากให้ภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีกว่านี้  ทำยังไงก็ได้ให้ประชาชนอยู่ได้”


ส่วนนายประวิทย์  นาคสุข  อายุ 55 ปี พ่อค้าเขียงหมู เผยว่า ราคาหมูหน้าฟาร์มแพงทำให้ราคา เขียงหมูแพงไปด้วยอย่างหมูเนื้อแดงกิโลละ 240 บาท หมูสามชั้นกิโลละ 275 บาท  สันคอ 265 บาท หมูบดกิโลละ 220 บาท


ยอมรับลูกค้าลดลงเยอะ บางคนซื้อหมูสามชั้นไปทำหมูกรอบ ตอนนี้แทบขายไม่ได้ พ่อค้าไม่มีใครอยากขายแพง ถ้าขายถูกได้กำไรดีกว่ายอดขายเยอะด้วย ครั้งนี้หมูแพงมาก หวั่นว่าราคาจะขยับขึ้นอีก


“อยากให้คุมราคาหน้าเขียงไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลย จะอ้างไม่มีหมูหรือหมูเป็นโรคไม่ได้ หมูเป็นโรคก็ส่วนหมูเป็นโรค วัคซีนหมูป้องกันโรค ASF ทำไมไม่เอาเข้ามา ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่กังวัลว่า เนื้อหมูที่ขายจะเป็นโรค เพราะถ้าเป็นโรคเขาไม่ปล่อยผ่านออกมาสู่ตลาอดหรอก มีการตรรวจคัดกรองโรคอย่างดี


ทุกวันสินค้าแพงขึ้น ผู้นำของเราไม่เก่ง เอะอะอะไรก็แจกเหมือนเลี้ยงลูกด้วยเงิน ควรบริหารประเทศให้คนจนอยู่ได้ ไม่ใช่เอาแต่คนรวย คนรากหญ้าจะอยู่ไม่ได้แล้ว เงินไม่มีใช้ไม่มีกินกันแล้ว พูดแล้วขึ้นดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนบ้าง ”



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Onl-tnxtlLw

คุณอาจสนใจ

Related News