ปชป.เอาเรื่อง 'ปารีณา' โพสต์แซะ ชนะเพราะซื้อเก่งกว่า - 'จุรินทร์' ชี้เคยเตือนแล้ว พรรคร่วมแข่งกัน 'ได้ไม่คุ้มเสีย'

การเมือง

ปชป.เอาเรื่อง 'ปารีณา' โพสต์แซะ ชนะเพราะซื้อเก่งกว่า - 'จุรินทร์' ชี้เคยเตือนแล้ว พรรคร่วมแข่งกัน 'ได้ไม่คุ้มเสีย'

โดย thichaphat_d

18 ม.ค. 2565

3.6K views

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค. 65) น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ศาลมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไปตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2564 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เหตุผลเดียว ประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้ง ซ่อมเขต 2 เขต คือ ซื้อเก่งกว่าค่ะ” นั้น


ตนได้รับข้อร้องเรียนจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมาก ขอให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ตนจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และส่งรายละเอียดให้กับนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคฯ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความของพรรค เพื่อให้พิจารณาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


“ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจประชาชนที่มีผู้แทนฯ จากพรรคพลังประชารัฐ อย่างคุณปารีณา ที่วันๆ ใช้เวลาไปกับการโพสต์ข้อความลงสื่อออนไลน์โจมตีผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการกล่าวหาอย่างลอยๆ อย่างไม่มีข้อมูลหลักฐาน ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับสังคม มีแต่สร้างความแตกแยก และไม่ว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งไหนๆ ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะได้เห็นคุณปารีณาออกมาแสดงความเห็นโจมตีผู้อื่น แล้วชูตนเองและพวกเหนือกว่าคนอื่นเสมอ เป็นอะไรที่คนปกติเขาไม่ทำกัน”


น.ส.ศิริภา กล่าวต่อว่า ยันยันว่าในการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา รวมถึงในการเลือกตั้งทุกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเลือกตั้งด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเสมอมา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวใต้มาโดยตลอด


ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดชุมพรและสงขลา​ ที่พรรคประชาธิปัตย์​ ชนะการเลือกตั้ง​ในครั้งนี้ แม้จะมีความดุเดือดในการสู้ศึก เชื่อว่า ไม่มีปัญหา​


วันนี้การทำงานร่วมกันยังดีอยู่​ ไม่มีปัญหา การเลือกตั้งคือการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาก็เป็นลักษณะนี้มาโดยตลอด เหมือนจะขัดแย้ง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล​ ท้ายสุดก็ต้องทำงานเพื่อประชาชน เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ซึ่งการหาเสียงก็เห็นว่าดุเดือดกันมาแบบนี้ ใครจะชนะหรือแพ้ก็ยินดีด้วย


ส่วนที่มีการบอกว่าการหาเสียงครั้งนี้มีการตอบโต้กันไปมา และใช้คำรุนแรงนั้น พล.อ.ประยุทธ์​ ระบุว่า แต่ก่อนแรงกว่านี้ ขอให้ไปย้อนดู พร้อมยืนยันว่า​ พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา ก็มีการพูดคุยกันดี ซึ่งตนก็พูดเย้าแหย่ไปว่าให้กำลังใจทุกพรรค เป็นเรื่องของเขา​ รัฐบาลมีหน้าที่ในการทำงานตรงนี้ พร้อมบอกว่างานเยอะไปหมด จะเอาแต่เรื่องความขัดแย้งมาพูด ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อยู่เฉยๆ ทำงานดีกว่า


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอบคุณชาวจังหวัด ชุมพรและสงขลา ที่ให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 คน


ที่สำคัญขอขอบคุณผู้สนับสนุนที่หลั่งไหลมาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่เป็นกำลังใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเสียงสวรรค์ของประชาชนคือปัจจัยที่มีความสำคัญ และเป็นรูปธรรมที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ และจะทำให้พรรคทำงานหนักขึ้น และทำงานหนักต่อไป


ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ได้พิสูจน์ให้ ชาวสงขลาและชุมพร รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศเห็น คือ การลงมือทำทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง ทั้งงานของพรรค ที่มีความก้าวหน้าพัฒนาขึ้น มีผู้สมัครใหม่ๆ มีคนหน้าใหม่เลือดใหม่ มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคมากขึ้น


หรืองานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่ปรากฏผลสัมฤทธิ์ให้เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกร หรือในเรื่องของการเข้ามาดูแลกลุ่มเปราะบางต่างๆทั่วประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ที่ทำให้การส่งออกสามารถเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปได้และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้ง ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่ยืนยันประชาธิปัตย์ไม่โกงการเลือกตั้ง ทุกคะแนนเสียงเรามั่นใจว่าได้มาด้วยความบริสุทธิ์และเป็นเสียงสวรรค์จากประชาชนอย่างแท้จริง


พร้อมย้ำว่าเคยเตือนไปแล้วว่าสุดท้าย ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลมาแข่งกันเองจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่ทั้งหมดจะตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ถือหลักนี้ แต่เพียงผู้เดียวแต่พรรคอื่นไม่เอาด้วย ก็ไม่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันวันนึงในอนาคตถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะไม่แข่งกันเองในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะได้ไม่คุ้มเสียอย่างที่บอก และวันนี้ปรากฏผลให้เห็นอย่างที่ตนพูด


แต่ทั้งหมดแต่ละพรรค หลักคิดอาจมีความแตกต่างกัน แต่ประชาธิปัตย์มีประสบการณ์ เป็นสถาบันทางการเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และเข้าใจคาดเดาคาดการณ์ได้ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ สุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จึงถือหลักนี้มาตลอด


และขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรค พลังประชาร้ฐ เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา แต่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในรัฐบาลผสม ไม่เหมือนรัฐบาลพรรคเดียว การทำงานในรูปแบบรัฐบาลผสม ต้องยึดถือหลักการทำงานร่วมกัน ไม่มีใครได้อะไรทุกอย่าง เป็นเรื่องที่เราจะต้องเข้าใจเบื้องต้นก่อน เหมือนเราทำงานร่วมกันกับหมู่คณะหลายคน ต้องมีวัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลผสม อะไรควรจะเป็นอย่างไรคือสิ่งที่ตนคิดว่าเราจะต้องตระหนัก


ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา กล่าวถึงผลที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ที่ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้ง ว่า คะแนนที่เราได้ถือเป็นไปตามเป้าหมาย 4 หมื่นคะแนน แต่การเลือกตั้ง ก็เหมือนแข่งขันกีฬา เพราะเราซ้อมแล้วทำลายสถิติโลก แต่มีคู่แข่งที่ทำลายได้มากกว่า เราต้องยอมรับความพ่ายแพ้


“อย่างพื้นที่สะเดา ที่เราประเมินจะชนะ 7-8 พันคะแนน แต่สามารถชนะเพียง 1,500 คะแนน ส่วนบางพื้นที่จะแพ้น้อย ก็แพ้เยอะกว่า จึงสวนทางกันไปหมด”


ส่วนเมื่อถามประเด็นที่มองว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไปปราศรัยประเด็นคนรวยคนจน อาจเป็นจุดพลิกให้พรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ นายสุชาติ ระบุว่า “ต้องยอมรับเป็นประเด็นหนึ่ง ที่มีผลให้ฝั่งตรงข้าม หยิบมาเป็นวาทกรรมคนรวย คนจน ในโซเชียล"


เมื่อถามย้ำว่าวาทกรรมดังกล่าว เป็นจุดพลาดหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “คงพูดอย่างนั้นไม่ได้ แต่ยืนยัน เราทำดีที่สุดแล้ว เหมือนเวลาที่ผมได้รับมอบหมายให้ไปออกรบ เราต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า และเปลี่ยนแผน สู้ให้ได้ แต่เวลาที่น้อยทำให้แก้ไม่ทัน เมื่อออกรบแพ้ก็เป็นเรื่องปกติ”


เมื่อถามว่าผลเลือกตั้งซ่อมจะไม่มีการโบ้ยกันไปมา จนเป็นศึกภายในพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า “ตนเป็นลูกผู้ชาย จบแล้วก็จบ คงไม่โทษใครว่าผิด ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา”

คุณอาจสนใจ

Related News