เดือด! ปชป.ซัด 'ธรรมนัส' ขี้แพ้ชวนตี เลือกตั้งซ่อม 'พิธา' ไม่หวั่นความพ่ายแพ้ ลุยหาเสียงหลักสี่ต่อ

การเมือง

เดือด! ปชป.ซัด 'ธรรมนัส' ขี้แพ้ชวนตี เลือกตั้งซ่อม 'พิธา' ไม่หวั่นความพ่ายแพ้ ลุยหาเสียงหลักสี่ต่อ

โดย thichaphat_d

17 ม.ค. 2565

99 views

วานนี้ (16 ม.ค. 65) ณ.สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง จังหวัดชุมพร นายชวลิต อาจหาญ "ทนายแดง" ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 4 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีตส.ส.ชุมพรพร้อมคณะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือก ตั้งกรณีมีผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง


โดยเหตุเกิดช่วงเช้า ในหน่วยเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 1 ชุมพร ปรากฎว่า มีนายซอแล๊ะ ลาสามัน ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่เขต1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 10 ต.วังไผ่ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพยืนยันการกาบัตรเลือกตั้งหมายเลข 1


คาดว่าจะนำไปเป็นหลักฐานเบิกเงินจากผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งตนเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงมายื่นกกต. ให้ตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งซ่อมส.ส.จังหวัดชุมพรเป็นไปอย่างบริสุทธ์ยุติธรรม

"ผมมายื่นหนังสือถึงกกต.ให้ตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่ หากพบผิดจริง ก็ให้เอาผิดผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด" ทนายแดงกล่าว


ด้านนายศิริศักดิ์ กล่าวว่า "เหตุการณ์ที่พบผู้กระทำผิดชัดเจนวันนี้ ถือเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งชุมพร จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งนั้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่ให้คนทำผิดรอดพ้นกฎหมาย ดังนั้นจึงขอฝากให้ตำรวจและกกต.ช่วยตรวจสอบขยายผลเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธ์ยุติธรรม


"ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เพราะระหว่างนี้ไปจนถึงปิดหีบเลือกตั้งยังมีเวลาอีกมาก และอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกหรือไม่" นายศิริศักดิ์ กล่าว


มีรายงานว่า ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเมืองชุมพร  บริเวณลานจอดรถโรงเเรมภราดอน จนท.ตำรวจได้ควบคุมตัวชายอีกคนหนึ่ง ที่ถ่ายรูปในคูหากับบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนหมายเลข 1 ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเช่นเดียวกัน สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า จะนำไปใช้เป็นหลักฐานรับเงิน กับบุคคลที่ติดมาก่อนหน้านี้ แต่ถูกจนท.ควบคุมตัวไว้ดังกล่าว ซึ่งจนท.จะทำการขยายเอาผิดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


นอกจากนี้ จนท.ตำรวจสภ.เมืองชุมพร ยังรับแจ้ง มีผู้กระทำผิดคล้ายกันอีก 2 คน ในหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 1 ต.ท่ายาง ซึ่งจนท.จะเร่งตรวจสอบขยายผลเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้นใครอย่างแน่นอน


ในวันเดียวกัน ช่วงบ่าย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะผอ.เลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร ได้มอบหมาย ให้ทนายความ ไปดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองชุมพร


เพราะ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีตส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ (ปัจจุบันลาออกมาช่วยผู้สมัครส.ส.ชุมพร พรรคพลังประชารัฐ) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “จับแล้วผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งถ่ายรูปในคูหากาเบอร์ 1 รับสารภาพ ว่า ใช้เป็นหลักฐานไปรับเงิน เหตุเกิดที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ม.10 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร ขอบคุณที่ช่วยกันแชร์ครับ”


ดังนั้น การโพสต์ข้อความพาดพิงมาถึงผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เราได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ว่า “เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น”


ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวีแห่งหนึ่ง ถึงผลการเลือกตั้งซ่อมอย่างไม่เป็นทางการว่า "ผลที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ พลังประชารัฐได้คะแนนมากกว่าเมื่อการเลือกตั้ง ปี62 แต่จะมากเท่าไหร่ค่อยดู ผลอย่างเป็นทางการอีกที ส่วนผลคะแนนของคู่ต่อสู้พลังประชารัฐ ก็อย่างที่ได้มีการนำเสนอไป เราต้องยอมรับว่าการเตรียมการของเขา เตรียมการมาดี ของเราเองต้องยอมรับว่าเตรียมการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะในพื้นที่มันมาช้าไปนิดนึง อันนี้ไม่ใช่การแก้ตัว แต่ว่าการเลือกตั้งมันยังไม่จบ"


"แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า การเลือกตั้งในวันนี้ มีการจับการทุจริต แบบเห็นจะๆ หลักฐานแบบจะๆ มีการโอนเงินผ่านบัญชี มีการกาหมายเลขที่ตัวเองรับเงินมาอย่างชัดเจนมาก ผมก็ไม่เคยเห็นการเลือกตั้ง การโกงกันแบบนี้มาก่อน เป็นเรื่องที่ต้องสู้กันต่อไป"


"จากหลักฐานวันนี้ที่ทางเรา โดยทนายแดง ได้ร้องต่อกกต. ชุมพร และเห็นหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ เวลานี้ ค่อนข้างจะชัดเจนว่า มีการทุจริตกันอย่างชัดเจนมาก อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายของบ้านเมืองเลย ไม่น่าเชื่อว่าพรรคพรรคหนึ่งที่มีภาพทางการเมืองบริสุทธิ์มาตลอดจะเป็นอย่างนี้"


ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงชัยชนะหลังพรรคฯ ได้รับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเหนือพรรคพลังประชารัฐว่า


"การเลือกครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครังประวัติศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น มีการใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ใช้อิทธิพลทุกชนิด แต่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนนำพรรคพลังประชารัฐเกือบ 17,000 คะแนน จึงขอประกาศชัยชนะ และกราบขอบพระคุณประชาชนชาวชุมพรทุกคน ที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ส.ส.ลูกหมี


โดยเฉพาะชาว กปปส. และ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้คืนความเป็นธรรมให้นายจุมพล และยังเป็นการต้อนรับนายอิสรพงษ์ มากอำนาจ ผู้สมัครของพรรคฯ เป็น ส.ส.จากผลการเลือกตั้งครั้งนี้"


นายสาทิตย์ ยังย้ำว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการ ยืนยันว่า อำนาจรัฐที่ฉ้อฉล และอิทธิพลที่ข่มขู่ผู้คน ไม่อาจชนะคนที่รักความเป็นธรรมได้ และบทเรียนการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องสั่งสอนผู้ที่คิดว่า ตนเองมีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ ประกาศแพ้ไม่ได้ เพราะท้ายที่สุด มือของคนที่รักความเป็นธรรม และมีศรัทธาในคุณความดี จะต้องเป็นฝ่ายชนะ และไม่สามารถเอาชนะหัวใจของคนที่รักความเป็นธรรมได้


นายสาทิตย์ ยังกล่าวถึงสัมพันธภาพระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคพลังประชารัฐ โดยเห็นว่า ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ควรพูดคุยกัน เพื่อรักษาสัมพันธภาพ เพราะการเลือกตั้งจังหวัดชุมพร และจังหวัดสงขลา เห็นได้ชัดว่า มีการใช้อำนาจรัฐเต็มรูปแบบ ทั้งบน และนอกเวที ที่มีการกระทบกรทั่งกัน ไม่เหลือความเป็นเพื่อนระหว่างกัน


โดยเฉพาะกลุ่มเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกระทบต่อจิตใจของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่การเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งที่ควรปรับท่าที แต่กลับไม่ปรับ และยังก้าวร้าวต่อผู้ใหญ่ในพรรค ซึ่งไม่เหมาะสม ดังนั้น หากพูดภาษาชาวบ้าน ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ควรจะต้องดีดปากสั่งสอนกันบ้าง


ส่วนการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หลังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ถอนตัวจากการเป็นร่วมรัฐบาลนั้น นายสาทิตย์ เห็นว่า จะต้องรอดูท่าทีของพรรคพลังประชารัฐก่อน เพราะหลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ยังมีความพยายามกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ กระทำผิดการเลือกตั้ง ทั้งที่ผู้สมัครของพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่กลับพยายามเชื่อมโยง และกล่าวหามาถึงพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมยืนยันว่า การมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทั้ง 5 กรณีที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะพรรค ยืนยันอยู่หลักการที่ถูกต้องของกฎหมายทุกประการ


ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีข่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ท่านธรรมนัสพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่า "ผมไม่เคยเห็นการโกงการเลือกตั้งอย่างนี้มาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าพรรคพรรคหนึ่ง ที่มีภาพทางการเมืองที่บริสุทธิ์เป็นแบบนี้" ผมคิดว่าวันนี้การแข่งขันถือว่ายุติลงแล้ว การที่ท่านธรรมนัสซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐกล่าวอย่างนี้ เสมือนว่าแพ้แล้วชวนตี ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอย่างนี้


ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการแข่งขันกันตามกติกาในระบอบประชาธิปไตย เรามีคณะกรรมการเลือกตั้งคอยกำกับคอยดูแล คุณธรรมนัสจะมาทำตัวกล่าวหาคนอื่นแทนคณะกรรมการเลือกตั้ง จึงไม่ใข่วิสัยที่จะทำ แต่ถ้าคุณธรรมมนัสมีพยานหลักฐานก็สามารถเอามาแสดงที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ ซึ่งเขามีหน้าที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่แล้ว


ซึ่งการที่พอแพ้แล้วกล่าวหาการเลือกตั้ง ถือว่าไม่ใช่นิสัยของคนที่มีน้ำใจนักกีฬา ฉะนั้นการที่จะกล่าวหาคนอื่นให้เสียหาย ว่ามีการโกงการเลือกตั้งจึงต้องระมัดระวัง ไม่ใช่พูดเอามันเข้าว่า หากทำให้พรรคเสียหาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายได้


ฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้ฝากเตือนสติว่าจะทำอะไรต้องให้เกียรติคนอื่นบ้าง ผมคิดว่าเมื่อเป็นผู้ใหญ่กันแล้วจะทำอะไรต้องระมัดระวัง ไม่ใช่กล่าวหาคนอื่นได้รับความเสียหาย หรือทำให้คนอื่นต้องมัวหมองไปด้วย ไม่ใช่ว่าตนเองแพ้การเลือกตั้ง ไม่รู้จะไปอธิบายกับใครอย่างไร ก็กล่าวหาคนอื่นโกงการเลือกตั้ง


นิพนธ์ กล่าวต่อว่า ผมจึงขอถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องประชาชนว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และไม่พูดจาอะไรให้คนอื่นเสียหาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ย้ำตลอดว่าในระบบประชาธิปไตยนั้น ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ฉะนั้นถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องว่าพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการทางการเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ตามแนวทางของพรรค และจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายแน่นอน นี่คือสิ่งที่ยืนยันกับพี่น้องประชาชนได้



ด้าน อินสตาแกรมส์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความว่า “ลุยต่อที่หลักสี่ !!ไม่ได้หวั่นไหวกับความพ่ายแพ้ แต่กลับเข้มแข็งกว่าเดิม” หลังผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมพรรคก้าวไกลที่จ.ชุมพร และ จ.สงขลาแพ้การเลือกตั้ง


โดย นายพิธาโพสต์ข้อความต่อว่า ขอปลุกใจทุกคนให้ลุยต่อ ผมเลือกที่จะยอมรับ เรียนรู้ และสนุกไปกับมัน ในขณะเดียวกัน เราจะทบทวน ปรับตัว ปรับกระบวนทัศน์เพื่อการพัฒนายิ่งๆขึ้นของพรรคเรา ที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้เรา สัญญาว่าสู้ต่อไปด้วยกันกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แน่นอนครับ


ทั้งนี้หลังโพสต์ดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ก็มีคนเข้ามากดหัวใจและแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจทางนายพิธา และพรรคก้าวไกลกันอย่างต่อเนื่องคึกคัก โดยส่วนใหญ่บอกว่าขอให้สู้ต่อ อย่าย้อมแพ้


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GONp5GrPmtU

คุณอาจสนใจ