คนละครึ่งแบบนี้ไม่ได้! มิจฉาชีพใช้แบงก์ร้อยครึ่งใบ ตระเวนซื้อของ

สังคม

คนละครึ่งแบบนี้ไม่ได้! มิจฉาชีพใช้แบงก์ร้อยครึ่งใบ ตระเวนซื้อของ

โดย passamon_a

16 ม.ค. 2565

1.2K views

วันที่ 15 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวสุชาดา จาดยางโทน อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเบ็ดเตล็ด คอนโดเมืองทองธานี ว่าถูกคนร้ายก่อเหตุใช้แบงก์ร้อยขาดครึ่ง เข้ามาซื้อของ แต่ไหวตัวทันนำแบงก์คืน คนร้ายรีบเดินหนีไป


จากการสอบถาม นางสาวสุชาดา เปิดเผยว่า คนร้ายเดินมาจากร้านผลไม้ มายังร้านตน แล้วถามราคามีดโกนหนวดและแมสก์ ตนเลยบอกราคาไป จากนั้นคนร้ายก็ต่อแถวรอจ่ายเงินแล้วหยิบแบงก์ร้อยขึ้นมาจ่ายเงิน ตนก็รับแล้วทอนเงินไป 60 บาท จากนั้นตนจับแบงก์ร้อยที่คนร้ายให้มาเพื่อจะเก็บเงินใส่ตระกร้า ปรากฏว่าแบงก์ร้อยมีแค่ครึ่งเดียว จึงขอเปลี่ยนแบงก์จากคนร้าย ทางคนร้ายก็อ้างว่าได้แบงก์ร้อยใบนี้มาจากร้านค้าอื่น แล้วก็คืนเงินทอนให้ตนจำนวน 60 บาท จากนั้นก็อ้างว่าจะไปเอามือถือมาสแกนจ่าย แล้วก็เดินหายไป


ตนมาทราบทีหลังว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาแล้ว 2 ร้าน จึงไล่ดูกล้องวงจรปิดร้านตน และร้านผู้เสียหาย จึงทราบว่าวันที่ 7 ม.ค. คนร้ายก่อเหตุที่ร้านผลไม้ มาก่อเหตุที่ร้านตน และก่อเหตุต่อที่ร้านตามสั่ง ขนมปังปิ้ง ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ มันเป็นภัยต่อพ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งเงินมันอาจจะไม่เยอะมาก แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้มันก็ถือว่าเยอะ ขายของธรรมดาก็ลำบากอยู่แล้ว แต่โชคดีที่ตนไหวตัวทัน เพราะตนเช็คเงินก่อนพอเห็นว่ามีครึ่งเดียวเลยรีบขอเปลี่ยน เขาดูปกติมาก ไม่ได้มีพิรุจหรือลุกลี้ลุกลน จึงอยากให้พ่อค้าแม่ค้าระมัดระวัง เพราะตอนนี้ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้


ขณะที่ นางจารุวรรณ เทพกอม อายุ 50 ปี เจ้าของร้านอาหารตุ้ยตามสั่ง ขนมปังปิ้ง และนางสาวอิสราภรณ์  จันทร์เหลือง อายุ 35 ปี เจ้าของร้านผลไม้ ซึ่งทั้ง 2 ราย เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ วันนี้จึงได้นำแบงก์ร้อยที่ถูกฉีกขาดทั้ง 2 ใบ นำมาต่อกันปรากฏว่าหมายเลขแบงก์ไม่ตรงกัน ซึ่งแน่นอนว่าแบงก์ร้อยที่ถูกฉีกขาดครึ่งไม่ได้มีใบเดียวแน่นอน


นางจารุวรรณ กล่าวว่า คนร้ายรายนี้ใช้คนละครึ่งผิดรูปแบบ ซึ่งถ้าฉีกขาดครึ่งแล้วนำไปซื้อของแน่นอนว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่คุณไม่น่าทำเพราะพ่อค้าหรือแม่ค้าแต่ละคนกว่าจะขายของเพื่อที่จะได้กำไร 10 บาท หรือ 20 บาท มันก็ลำบากอยู่แล้วมาทำแบบนี้ก็เหมือนมาซ้ำเติม อยากฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าทุกคนให้ระวังในการจ่ายเงิน แนะนำให้คลี่แบงก์ตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะทอนเงินให้ลูกค้ากลับไป เพราะจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแบบตน ซึ่งวันนี้ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านเบ็ดเตล็ดแล้วพบว่าคนร้ายรายนี้เป็นคนเดียวกันกับคนที่มาก่อเหตุที่ร้านตน



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xTFsPYijZV8

คุณอาจสนใจ