พระราชสำนัก

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมงานในพื้นที่ปฏิบัติงานของมูลนิธิโครงการหลวง

12 ม.ค. 2565

36 view

ข่าวในพระราชสำนัก

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 20.05 - 20.20 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 19.55 - 20.15 น.

องคมนตรี ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบายครั้งที่ 4/2565 และตรวจเยี่ยมติดตามงานในพื้นที่ปฏิบัติงานของมูลนิธิโครงการหลวง



วันนี้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบาย ครั้งที่ 4/2565 ในรูปแบบการประชุมทางไกล เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พบว่าผลผลิตเมืองหนาวที่ส่งเสริมแก่เกษตรกร มีปริมาณการผลิตพืชผักมากที่สุด รองลงมา คือ กาแฟ ไม้ผล พืชไร่ มีเกษตรกรในความดูแล รวม 228 ราย



ที่ผ่านมาสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ร่วมสำรวจบริเวณพื้นที่ป่าฟื้นฟู และไร่สวนของเกษตรกรในพื้นที่ พบว่ามีพืชอาหาร พืชสมุนไพร และไม้ใช้สอยกว่า 120 ชนิด อาทิ ส้มผด ก่อเดือย สารภีป่า ที่ชุมชนนำไปเป็นอาหาร ยารักษาโรค ประกอบพิธีทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ในการสำรวจแหล่งบริการสุขภาพชุมชน ในพื้นที่บ้านห้วยโป่ง และบ้านเลอตอ จัดฝึกอบรม อสม.น้อย แก่เยาวชนในพื้นที่จำนวน 25 คน เพื่อส่งเสริมให้ทำงานด้านสาธารณสุขในชุมชนของตนเองได้



โอกาสนี้ องคมนตรี ได้เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทั้งการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ การขุดเจาะน้ำบาดาล การทำอ่างเก็บน้ำ(ธนาคารน้ำใต้ดิน) รวมถึงการสำรวจตาน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ และให้มีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



ในช่วงบ่าย พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ไปติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา อำเภอแม่ริม ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2524 เริ่มจากการส่งเสริมการปลูกสตรอว์เบอร์รี และขยายไปสู่พืชผัก ไม้ผล และไม้ดอก ปัจจุบัน มีพื้นที่รับผิดชอบ 1,578 ไร่ มีประชากร 87 ครัวเรือน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และคนพื้นเมือง จากการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปีละกว่า 13,000 บาท พืชที่สร้างรายได้มากที่สุดคือ มะเขือเทศโครงการหลวง พริกหวานสีเขียว แดง เหลือง และแตงกวาญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งผลิตกุหลาบตัดดอก



โอกาสนี้ องคมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือการพัฒนางานในพื้นที่ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือ สร้างความอยู่ดีกินดีแก่ราษฎร มุ่งรักษาและสร้างสมดุลระบบนิเวศน์ในพื้นที่ รณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรผลิตพืชปลอดภัย โดยเน้นการใช้สารชีวภัณฑ์ การสร้างอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ มีรายได้ที่พอเพียง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

ข่าวยอดนิยม