อาชญากรรม

รวบ ”โอ คิ้วยักษ์” ก่อเหตุยิงตำรวจ พบปืน-กระสุน-ยาบ้า ชี้ ประวัติโชกโชน หมายจับอีก 2

07 ธ.ค. 2564

1.5K view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

วันนี้ (7 ธ.ค.) พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู แถลงข่าวการจับกุม สองผัวเมียวัยรุ่น นายกมล หรือโอ พลขยัน หรือโอ คิ้วยักษ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่156 ม8 ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานีและนางสาว จารุวรรณ หรือฟาง วงค์ธรรม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่6 ม5 ต.หนองภัยศูนย์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้ที่บ้านพักใน ม. 10 ต.นิคมสงเคราะห์อำเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี พบปืนพกสั้นพร้อมกระสุน และยาเสพติดจำนวนหนึ่ง และนำตรวจค้นตามคำสารภาพที่บ้านญาติในสวนยาง อำเภอนาด้วงจังหวัดเลยพบปืนไทยประดิษฐ์ดัดแปลงอาวุธมีดด้ามยาวกระสุนปืนชนิดใช้กับปืนแบบ เอ็ม16 กว่า10 นัดแต่ไม่พบตัวปืน ยึดรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำ ทะเบียน วฉ 447 กทม.แต่งซิ่งคันก่อเหตุ ยึดรถจักรยานยนต์ทั้งบิ๊กไบค์และธรรมดาอีก4 คัน เพื่อตรวจสอบและยึดโทรศัพท์ไอโฟน2 เครื่อง กล้องวงปิด2 ตัว วิทยุสื่อสารสำหรับดักฟังคลื่นตำรวจ 2เครื่อง


พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ แถลงว่าเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่18ต่อกับ19พฤศจิกายน2564 ระหว่างเวลา24.00 น-01.00น. ที่ผ่านมาโดย กก.สืบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง ทลกก.4 บก.ทล.ว่า มีเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่รถตำรวจทางหลวงหลายนัด แต่กระสุนไม่ถูกรถ ระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ บนทางหลวงในเขตพื้นที่ ต.โพธิ์ชัย อำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภูและขับรถหลบหนีไปได้ โดยตำรวจทางหลวงบนรถทั้ง2นายจำได้ว่าเป็นรถยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซีวิคสีดำทะเบียน วฉ.447 กทม.ได้เพราะขับรถไล่ตามอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะพลัดหลงกันไป จากการสืบสวนพบว่าเจ้าของรถคือนายกมลหรือ โอ มีหมายจับคดีฆ่าคนตายและมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกเพียบและนายโอมีแฟนคือ นส.จารุวรรณหรือฟาง วงค์ธรรมมีหมายจับเกี่ยวพันกับยาเสพติดและจะเข้าออกพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภูและจังหวัดเลย จึงวางสายหาข่าวก่อนจะเข้าจับกุมได้ในพื้นที่ ม.10 ตำบลนิคมสงเคราะห์อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีและนำสืบค้นในพื้นที่จังหวัดเลยจนนำมาสู่การแถลงข่าวดังกล่าว ในวันนี้


ขณะที่ พ.ต.อ.ปฐวี ก้อนวิมล ผกก.สืบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภูได้แถลงเพิ่มเติมว่า ตำรวจมีข้อมูลว่าแก๊งค์นี้ยังมีอาวุธปืน เอ็ม16 อยู่แต่ในการตรวจค้นยังไม่เจอจะขยายผลไปที่ผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนหนึ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ในทางการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหานำเงินจากการค้ายาเสพติดไปใช้ในการรับจำนำรถเพื่อทำการฟอกเงินจึงได้ยึดมาตรวจสอบ ส่วนกล้องวงจรปิดนั้นผู้ต้องหาได้ติดตั้งไว้ที่ปากทางเข้าบ้านที่ อำเภอนาด้วงซึ่งห่างกันประมาณ300 เมตรเพื่อดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่จะได้หลบหนีทัน หลังจับได้ผู้ต้องหารับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน มีและใช้อาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย


ตำรวจนายหนึ่งเล่าว่าผู้ต้องหาชะล่าใจหลังก่อเหตุยิงรถตำรวจทางหลวงแล้วก็ไปหลบซ่อนตัวที่ อำเภอนาด้วงจังหวัดเลยไม่นานก็ปลอมแปลงหมายเลขทะเบียนรถโดยใช้สติ้กเกอร์สีดำตัดเป็นเลข7 แปะติดเพิ่มเลขทะเบียนเป็น วฉ 7447 กทม โดยนึกว่าตำรวจรู้ไม่ทันขับออกเดินทางไปจังหวัดอุดรธานีก่อนโดนรวบตัวได้ในที่สุด


ตำรวจทางหลวงนายหนึ่งที่ประจำรถทางหลวงหมายเลขทะเบียน กต.4412 กทม.มีหมายเลขข้างรถ 4410 เล่าว่าคืนเกิดเหตุตนนั่งข้างคู่ตำรวจอีกคนที่ขับรถ ขับมาถึง 4 แยกทางรอบเมืองใกล้กับบริษัท ทีโอที พบรถคันดังกล่าววิ่งสวนมาเมื่อเห็นรถตำรวจทางหลวงก็แสดงพิรุธด้วยการเลี้ยวกลับเหมือนจะหลบหนีรถตำรวจทางหลวงจึงวิ่งเร่งเข้าจะขอตรวจค้นแต่รถคันดังกล่าวยิ่งเร่งความเร็วหลบหนีเมื่อเห็นรถตำรวจทางหลวงเข้าใกล้จึงเปิดกระจกยื่นปืนออกมายิงสกัดใส่ประมาณ4-5 นัดแต่ไม่ถูกใครจนรถทางหลวงต้องลดความเร็วลงรถคันดังกล่าวจึงเร่งความเร็วหลบหนีเข้าซอยในพื้นที่บ้านโนนสงเปลือย ม.1ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมือง และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจมีของดีอะไรจึงทำให้ผู้ต้องหายิงไม่ถูกทั้งที่อยู่ไม่ไกลกัน ตำรวจทางหลวงนายนั้นจึงควักเหรียญพระหลงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาให้ดูบอกว่าตนพกพระองค์นี้ ขณะที่ตำรวจคนที่เป็นคนขับรถบอกว่าตนมีของดีคือผ้าคาดพุงผืนเล็กที่ตนเอาไปให้หลวงปู่บุญช่วยเหยียบมาพับวางไว้ในรถเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำรถ ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป



ข่าวยอดนิยม