การเมือง

'สมศักดิ์' ชี้ร่าง กม. JSOC ช่วยป้องกันคดีสะเทือนขวัญ ชงเร่งนำเข้าสภา พิจารณาโดยเร็ว

07 ธ.ค. 2564

25 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

ในวันที่ 5 ธ.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้า ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง (JSOC) ว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านการพิจารณาของครม. และส่งให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2564 แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยังพิจารณาไม่เสร็จ อาจจะเนื่องจากการเป็นกฎหมายรูปแบบใหม่


นายสมศักดิ์กล่าวว่า JSOC มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง ได้แก่ กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ กำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดเฉพาะราย การเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ การคุมขังภายหลังพ้นโทษ การคุมขังฉุกเฉิน และการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีประวัติเป็นผู้กระทำความผิดเหตุการณ์ที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งนักวิชาการบางท่าน อาจจะมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ตนคิดว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น ควรจะให้สำหรับปกติชน คนที่มีจิตใจปกติ แต่สำหรับคนที่มีจิตใจไม่ปกติผิดมนุษย์ ไม่ควรได้รับสิทธินั้น


“ประโยชน์ของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวนั้น ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือครอบครัวที่มีผู้หญิงและเด็ก เพราะเวลาที่มีข่าวคดีอาชญากรรมที่สะเทือนขวัญ ฆ่าข่มขืน ผู้คนในสังคมจะเกิดความหวาดกลัว วิตกกังวล และเกลียดสิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ เช่น กรณีของ ไอซ์ หีบเหล็ก หรือ สมคิด พุ่มพวง ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องและโรคจิต และผู้คนในสังคมจะรู้สึกเศร้าอย่างมาก เพราะกรณีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก


ดังนั้น หากเราสามารถทำกฎหมายออกมาใช้ได้เร็ว เราจะทำให้สังคมปลอดภัยมากขึ้น เพราะหากคนพวกนี้เมื่อพ้นโทษออกจากคุก หากสังคมไม่รู้ตัวจะเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกได้ เหมือนการปล่อยเสือเข้าป่า เพราะเมื่อถูกขัง เวลาถูกปล่อยออกมา จะมองคนในสังคมเป็นอาหารและเข้ากัดเข้าทำร้ายได้ตามสัญชาตญาณ แต่หากสังคมรับรู้ มีมาตรการป้องกันที่ดี จะช่วยลดการเกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างมากและเกิดขึ้นได้ยาก” นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐสภาชุดนี้ยังเหลือเวลาในการทำงานอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง แต่การประชุมสภาฯนั้น จะมีการเปิดและปิดสมัยประชุม อาจจะเหลือระยะเวลาพิจารณากฎหมายอยู่ประมาณแค่ 1 ปี ตนกังวลว่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เร่งพิจารณาให้เสร็จ ร่างกฎหมายอาจจะเสร็จไม่ทันในสมัยนี้ เพราะต้องผ่านทั้งการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ที่มี 3 วาระ และเมื่อผ่านก็ต้องเข้าสู่การพิจารณาของชั้นวุฒิสภาอีก ซึ่งทั้ง 2 สภาฯ ต้องใช้เวลาพิจารณาอีกหลายเดือน


ดังนั้น ตนจึงอยากขอร้องให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำเข้าสู่สภาฯโดยเร็ว เพื่อให้สังคมเกิดความปลอดภัยมากขึ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เพราะหากลูกหลานของใครไม่พบกับสถานการณ์แบบนั้นก็คงไม่ได้รับรู้ ไม่มีความรู้สึกอะไร แต่สำหรับครอบครัวที่เขาต้องประสบพบเจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนั้น เขามีความเจ็บปวดและเศร้าใจเป็นอย่างมาก เราไม่อยากให้ใครหรือครอบครัวใดต้องเจอกับความเลวร้ายและเศร้าใจแบบนั้นอีก


ทั้งนี้ นายกรัฐมตรี พร้อมที่จะกำชับให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เข้าสู่การบรรจุวาระของสภาฯ เพื่อให้เสร็จทันของสภาฯในสมัยนี้ เพราะถือว่าเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมเป็นอย่างมาก



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/2M15ZgdGoHQ

ข่าวยอดนิยม