อาชญากรรม

'ทนายตั้ม' ประกาศถอนตัวช่วย 'ลุงพล - ป้าแต๋น' คดีน้องชมพู่ เผยทำงานฟรีแต่คนคิดว่าโกยเงินเข้าตัว

28 พ.ย. 2564

200 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

จากกรณีของนายไชย์พล วิภา และนางสาวสภาพร หลาบโพธิ์ หรือลุงพล ป้าแต๋น ที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีฆาตกรรมน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ หลานสาวตัวเอง โดยศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้นัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ตรวจพยานฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งทางลุงพล และป้าแต๋น มอบหมายให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เป็นคนดูแลคดีน้องชมพู่ ส่วนคดีอื่นๆให้ ทนายรัชพล ศรินสาคร เป็นคนดูแล


ล่าสุด (28 พ.ย. 64) ทนายตั้ม โพสต์ผ่านเพจ 'ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ' ระบุว่า "วันนี้ผมและทีมทนาย ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นทนายคดีลุงพลแล้วนะครับ เนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ไม่ได้มีปัญหาหรือผิดใจอะไรกัน สิ่งหนึ่งที่ผมเงียบมาตลอด และปล่อยให้สังคมพูดกันไปโดยแทบไม่มีใครปกป้องคือ ในการทำคดีนี้ ผมไม่ได้รับเงินเพื่อช่วยทำคดีแต่อย่างใด ทำด้วยใจล้วน ๆ แต่มาถึงวันนี้ผมขอใช้เวลาของผมไปทำคดีให้กับคนที่เห็นคุณค่าดีกว่า และขอให้ลุงพลและป้าแต๋นโชคดีครับ"



โดยก่อนหน้านี้ (27 พ.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า 'Pratitta Biebangkerd' ซึ่งเป็นภรรยาของทนายตั้มได้ทำการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเอฟซีลุงพลเข้าใจผิด คิดว่าทนายตั้มได้เงินจากคดีนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่เข้าไปช่วยแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ซ้ำยังเข้าช่วยไปช่วยลุงพลแม้กำลังขาลง แต่พอตอนนี้ถูกถามเรื่องค่าทนายกลับอำอึ้ง ไม่ชัดเจน ทั้งที่ควรจะปกป้องคนที่เข้ามาช่วยเหลือ แนะจะคบหากันต้องจริงใจก่อนอันดับแรก พ้อบางงานทำไปเสียทั้งเงินเสียทั้งใจ 


ซึ่งเนื้อหาใจความประมาณว่า "เอาจริง ๆ ทุกปีวันเกิดเรา สามีจะให้ความสำคัญ เราจะอยู่ด้วยกันกินข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ เรียกว่าทุกปีตลอด 20 กว่าปีที่คบกันมาเลยดีกว่า ไม่เคยขาดสักปี มาปีนี้ด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้นัดคดีได้ยาก วันนัดจึงตรงกับวันเกิดเรา เราอยู่ด้วยพอดี สามีหันมาถามว่าได้ไหม ? (ต้องไปทำงาน) เราพยักหน้า เพราะเรารู้ว่าสำหรับทนายตั้ม งานสำคัญที่สุด เราเข้าใจได้ เราต้องเสียสละปล่อยให้สามีไปทำงาน แต่ในใจลึก ๆ ก็มีนิดหนึ่งว่า ปีนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ อันนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่จะพูดคือ ทนายตั้มเนี่ยทำงานด้วยใจนะ ใจเป็นหลัก


เราเป็นคนชัดเจน งานไหนเราทำเรารับผิดชอบเต็มที่ แม้จะได้เงินไม่ได้เงิน อันไหนเป็นงานช่วยก็คือช่วย ทนายตั้มเข้ามาในคดีลุงพล เรียกว่าลุงพลกำลังขาลงแล้วนะตอนช่วงดัง ๆ พีค ๆ เราไม่เคยเข้ามาเลย และการเข้ามาตรงนี้ลุงพลเป็นคนขอความช่วยเหลือมาเองด้วยนะ เราเข้ามาช่วงที่แกเริ่มไม่ดีกระแสไม่ดีแล้วนะ การที่เราเข้ามาช่วยก็เหมือนปกป้องลุงพลแล้วนะ ช่วยเรียกหาช่วยพิสูจน์ความยุติธรรมให้ ต้องเดินทางไกลมาก ๆ ทุกครั้ง ต้องไปขึ้นเขา ต้องฝ่ากระแสลบโดนด่าไปด้วย


ซึ่งทนายตั้มไม่เคยท้อ ก็เดินหน้าทำหน้าที่ทนายตัวเองไป แต่ถ้าใจมันได้ว่าทางลุงพลเต็มที่กะเรา ปกป้องทนายตั้มจากมลพิษทางโซเชียลบ้างน่าจะเป็นการดีนะ ไม่ใช่ว่ามีคำถามไม่รู้จบเกี่ยวกับว่า ทนายตั้มได้เงินทำคดีนี้เยอะ เพราะน่าจะดูจากความทุ่มเทของทนายอะนะ ก็ปล่อยให้เขาพูดเขาว่า เขามีคำถามคาใจ ทั้งที่ลุงกับป้ารู้ดีที่สุดว่าให้ หรือไม่ให้เงินเรามา ทำให้เรื่องเงินมาเป็นประเด็นสำคัญกว่าการที่ทนายลงมาช่วยป้ากับลุงด้วยใจนี่นะ พอคนถามลุงจะตอบไม่ได้ และก็พูดอะไรจับใจความสำคัญไม่ได้เลย แต่มีบอกนะ ทุกอย่างในโลกต้องใช้เงินทั้งนั้นแหละ กำกวม ๆ


เอองง ใช่ค่ะ ไปทำคดีทุกครั้งขับรถไปเติมน้ำมันค่ะ ใช้ใจไปขอเขาเติมก็ไม่ได้ แต่เราก็ทำ ทำเพื่ออะไรก็ไม่รู้เลยค่ะเนี่ยงงไปหมดแล้ว ลุงโยนให้มาถามทนายตั้มเอง บอกว่า "ตามที่ทนายตั้มตอบ อย่ามาถามผม" อ้าว เรื่องแบบนี้มาให้เราตอบทางเดียวได้ยังไงล่ะ นี่คือคำตอบคือก็งง เป็นเราก็คิดว่าให้เงินมาแต่ไม่กล้าบอกว่าให้ทำนองนั้น เพราะดูมันพูดยากมากกกก ยากจริง ๆ แค่บอกว่าไม่ให้เงินทนายตั้ม เป็นชั่วโมงยังพูดออกมาไม่ได้


คนเราจะคบหากันมันต้องชัดเจน ต้องจริงใจก่อนอันดับแรก เป็นเราถ้าคนที่ยื่นมือมาช่วยเราโดนคนทางเราหรือเอฟซีของเราเข้าใจผิดแม้แต่น้อยในทางไม่ดี เราจะรีบปกป้องและเคลียร์ความจริงให้กระจ่างโดยเร็วที่สุดไม่รีรอ เพราะนี่เป็นการแสดงความจริงใจโดยไม่ต้องใช้เงินทองใด ๆ ใช้ใจใช้ความรู้สึกได้เลย คุณว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยความเสียสละของเราไหม


ในฐานะหลังบ้านทนายตั้ม ขอออกมาปกป้องสามีนะคะ เราไม่เคยได้เงินจากคดีลุงพลและดิฉันไม่เคยยุ่งวุ่นวายในโลกโซเชียล นี่เป็นข้อความแรกข้อความเดียวจากหลังบ้านทนายตั้ม และบอกตรงนี้เลยนะคะว่าไม่เคยมีนามแฝงเป็นใครทั้งสิ้นค่ะอย่าเลอะเทอะ ดิฉันกล้าพอที่จะพูดความจริงทั้งหมดอย่างเช่นวันนี้ ไม่มีมาพูดวกวนปล่อยให้คนคิดไปเอง ปล่อยให้พูดกันไปมั่ว ๆ จนเรื่องราวมันบานปลายขนาดนี้ #บางงานทำก็ได้ทั้งเงินทั้งใจ #บางงานทำไปเสียทั้งเงินเสียทั้งใจจริง ๆ






ซึ่งศาลมุกดาหาร จะนัดพร้อมพยานอีกครั้งในวันที่ 8 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 น.

ข่าวยอดนิยม