การเมือง

เปิดคำวินิจฉัย ศาล รธน.ชี้ 3 แกนนำราษฎร ล้มล้างการปกครอง 'รุ้ง' ยันจะเคลื่อนไหวต่อ

11 พ.ย. 2564

12 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของ 3 แกนนำกลุ่มราษฎร คือ นายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสั่งให้เลิกการกระทำ


โดยศาลเริ่มออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15 นาฬิกา ซึ่งในช่วงเริ่มต้นทนายของนายอานนท์ และ นายภาณุพงศ์ รวมทั้งรุ้ง ซึ่งเข้าฟังการที่ห้องพิจารณาคดีพยายามขอให้ศาลเปิดไต่สวนก่อนมีคำวินิจฉัย โดยมีการระบุว่าวันนี้ได้เตรียมพยาน คือ นายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ มาด้วย


อย่างไรก็ตามศาลยืนยันว่ามีการแสวงหาข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว และการยืนยันงดการไต่สวน ทำให้ฝ่ายผู้ถูกร้องรวมทั้งรุ้ง แจ้งว่า หากไม่มีการไต่สวนทางผู้ร้องก็จะออกจากห้องประชุมไม่ร่วมฟังการวินิจฉัยของศาล


โดยช่วงหนึ่งรุ้งระบุว่า "การได้มาซึ่งความยุติธรรมควรรับฟังทุกอย่างที่จะรับฟังได้" ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าให้ความยุติธรรมครบถ้วนแล้ว -ที่สุด ศาลได้เริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.21 น. ใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยทั้งหมดประมาณ 25 นาที โดยช่วงหนึ่งได้ระบุถึงพระมหากษัตริย์กับประวัติศาสตร์การปกครองของไทยด้วย


และสุดท้ายได้สรุปว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 3 คน คือ นายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ในการปราศรัยในการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ปราศรัยข้อเรียกร้อง 10 ข้อต่อการปฏิรูปสถาบันฯ และมีการปราศรัยในลักษณะเดียวกันในการชุมนุมอีกหลายครั้ง ถือเป็นการกระทำที่มีเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงสั่งให้ทั้งสามรวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าว


หลังฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เสร็จสิ้นรุ้ง ได้อ่านแถลงการณ์ ยืนยันว่า ข้อเรียกร้องไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยืนยันจะเคลื่อนไหวล่ารายชื่อเพื่อยกเลิกมาตรา 112 ต่อไป


ทั้งนี้ ทันทีที่ศาลอ่านแถลงการณ์เสร็จกลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวอยู่ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมกันโปรยข้อความมากมาย เต็มพื้นที่ด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112


มีคำถามตามมาหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาดังกล่าวว่า จะมีผลอย่างไร ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ไม่ได้บัญญัติโทษของการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองไว้ เพียงแต่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เลิกการกระทำนั้น และจะส่งผลเพิ่มน้ำหนักต่อการดำเนินคดีอาญาในศาลยุติธรรม หากมีผู้ไปร้อง


โดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 113 ซึ่งเป็นความผิดฐานกบฏ ที่มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต รวมถึงคดีอาญา ในมาตรา 112 และคดีอาญามาตรา 116 เกี่ยวกับการยุยง ปลุกปั่นด้วย


ขณะที่นายณัฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องในคดีนี้ กล่าวภายหลังการวินิจฉัยคดีเสร็จสิ้นว่า กระบวนการหลังจากนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอัยการ ที่จะนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฟ้องร้องอาญา และเชื่อว่า กกต.จะนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ไป ประกอบคดียุบพรรคก้าวไกลที่ตนเคยยื่นไว้ก่อนหน้านี้


ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โพสต์แสดงความเห็นระบุ กังวลว่าผลของคำวินิจฉัยในวันนี้อาจจะนำพาสังคมไทยมุ่งหน้าไปบนเส้นทางที่น่าเป็นห่วง สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญทำในวันนี้เป็นมากกว่าคำวินิจฉัย แต่เป็นการขีดอนาคตประเทศไทยให้เดินไปตามเส้นทางที่สุ่มเสี่ยงและคับแคบ



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0L2So8Y5pGM

ข่าวยอดนิยม