การเมือง

ศาลฎีกานัดชี้คดี "ปารีณา" 7 เม.ย. 65 พร้อมสั่งห้ามทำหน้าที่ กมธ.งบฯ 65

09 พ.ย. 2564

271 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ศาลฎีกา นัดฟังคำพิพากษาคดี "ปารีณา" ทำผิดจริยธรรม 7 เม.ย. 2565 พร้อมออกคำสั่งห้ามเป็น กมธ. งบ และยกคำร้องที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564 ศาลฎีกา ได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกและตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.ราชบุรี


ซึ่งศาลได้ให้ทั้ง2ฝ่าย ยื่นรายชื่อพยาน และกำหนดวันนัดไต่สวน โดยพยาน ของฝั่ง ป.ป.ช. มีทั้งสิ้น 12 ปาก จะสืบพยานในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2565 และพยานของ น.ส.ปารีณาจำนวน 10 ปากจะสืบในช่วงเดือนมีนาคม 2565 และกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 เม.ย.65 เวลา 10.30 น.


การพิจารณาคดีนัดแรกวันนี้ ศาลฎีกาได้พิจารณาคำร้อง เพิ่มเติมอีก 2 คำร้อง โดยคำร้องแรกเป็นคำร้องที่ ป.ป.ช. ยื่นขอให้ศาลพิจารณาว่า หลังจากศาลฎีการับคดีนี้ไว้พิจารณาและสั่งให้ น.ส. ปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 แต่ น.ส.ปารีณา ยังคงไปทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร กรณีดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืน คำสั่งศาลหรือไม่


โดยศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎร การทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ดังนั้น น.ส.ปารีณา เมื่อได้รับคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมาธิการได้


‘ปารีณา’ ยันบริสุทธิ์ ขึ้นศาลฎีกาปมรุกป่า เตรียมพยานต่อสู้คดี 10 ปาก

“เอ๋ ปารีณา” โพสต์ เราไม่ใช่ลูกทักษิณ ฝากน้องๆเอนทรานซ์ต้องตั้งใจ


นอกจากนี้ศาลได้พิจารณาคำร้องที่ น.ส.ปารีณา ขอให้ศาลพิจารณว่ากระบวนการยื่นคำร้องของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องส่งให้ศาลรัญธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ กรณีที่คณะกรรมการ ปปช. ไต่สวนคดีจริยธรรมร้ายแรงจากข้อกล่าวหาบึกรุกที่ป่าสงวน โดยไม่ผ่านการวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ ไม่ได้ตัดอำนาจ ป.ป.ช. ในการไต่สวนความผิดทางจริยธรรม เองได้ กรณีนี้จึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงมีคำพิพากษา ยกคำร้อง


ขณะที่ นายทิวา การกระสัง ทนายความของ น.ส.ปารีณา กล่าวภายหลังการพิจาณาว่า กรณีที่ศาลพิพากษาว่า น.ส.ปารีณา ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้นั้น ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ ทำให้หลังจากนี้ ส.ส. ที่อยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะไม่สามารถทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญได้ แต่กรณีนี้ ศาลไม่ได้ชี้ว่า เป็นประเด็นที่มีผล ต่อการปฎิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาหรือไม่ ดังนั้นยังถือว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ผ่านมา เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจะต้อง คืนเบี้ยประชุมแกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่นั้น เรื่องนี้ศาลไม่ได้ระบุไว้ แต่เป็นเรื่อง ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจในการพิจารณา เพื่อให้มีผลผูกพันรัฐสภาต่อไป เนื่องจาก การเข้าปฎิบัติหน้าที่กรรมาธิการขอล น.ส. ปารีณา เป็นไปตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบรรทัดฐานเดียวกับ กรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ปี 2564 ทั้งที่อยู่ระหว่างศาล รัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการเสนอชื่อดังกล่าว เป็นการแสดงชื่อตามสัดส่วนโควตาคนนอก เช่นเดียวกับกรณี ของ น.ส. ปารีณา ไกลคุปต์


ดังนั้นกรณีนี้จึงไม่ส่งผลทำให้งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ต้องเป็นโมฆะ เป็นเพียงแค่การสร้างบรรทัดฐานใหม่เท่านั้น แต่หากมีข้อสงสัยในประเด็นนี้ ควรจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเพื่อความชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยของซาลฎีกาไม่ได้ผูกพันทุกองค์กร รวมถึงรัฐสภา


ด้านน.ส.ปารีณา ยืนยันว่า เคารพการตัดสินใจของศาล ส่วนจะส่งผลต่อการลงพื้นที่ในช่วงนี้หรือไม่ ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะระหว่างที่ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ข่าวยอดนิยม