อาชญากรรม

ไม่รอด! ทหารพรานรัวปืนใส่พ่อเลี้ยง ดับคาบ้าน ก่อนขับกระบะหนีข้ามอำเภอ แต่เจอตร.จับได้

08 พ.ย. 2564

1.2K view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ทหารพรานวัย 32 ปี กลับจากชายแดนใต้ ยิงรัวพ่อเลี้ยงวัย 37 ปี 5 นัด ดับคาบ้าน ตำรวจไล่สกัดจับได้ขณะหนีข้ามอำเภอ


วันนี้ (8 พ.ย. 64) เวลา 16.00 น. ร.ต.อ.บรรจบ กุมวิมล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งยิงกันตาย ภายในบ้าน ที่ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ชนะภัย บุญนาค สวป. ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อยู่ริมถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน พื้นที่ใกล้เขตติดต่อกับ จ.ระนอง ภายในบ้านใกล้กับประตูทางเข้า พบศพ นายนิรัช ปัจฉิมมา อายุ 37 ปี สภาพศพไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายขาวดำนอนหงามอยู่บนกองเลือด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่แก้มซ้าย 1 นัด ลำตัว 2 นัด ขาซ้าย 1 นัด และขาขวา 1 นัด รวม 5 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม.ตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน


เจ้าหน้าที่สอบถามนางกาญจนา ขุนภิรมย์ อายุ 50 ปี ภรรยาผู้ตาย ในสภาพมือเท้าเปื้อนเลือด ให้การเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ลงมือยิง นายนิรัช คือลูกชายแท้ๆของตนเอง ชื่อ นายชนม์ชนก ฤตชนม์ อายุ 32 ปี เป็นทหารพรานอยู่ จ.ปัตตานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนใต้ และเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะมิตซูบิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปแล้ว


นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ลูกชายตนเป็นทหารพราน อยู่ชายแดนใต้ประมาณ 7-8 ปี แล้ว นานทีจะกลับบ้าน ส่วนผู้ตายเพิ่งจะมาอยู่กินกับตนได้ 8 เดือน ทุกครั้งที่ลูกชายตนกลับบ้าน ก็พูดคุยกันด้วยดีกับพ่อเลี้ยง แต่ลูกชายตนจะเรียกพ่อเลี้ยงว่า “บ่าว” ทางใต้ความหมายคือพี่ชายนั่นเอง


ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายลากลับบ้านจากชายแดนใต้ เมื่อสองวันที่ผ่านมา โดยลูกชายบอกว่าจะไปนอนพักที่โรงแรมในตัวเมืองชุมพร และบ้านแฟนสาว ในตอนเช้าตนได้พาสามีคือผู้ตายไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 ที่โรงพยาบาลท่าแซะ ช่วงบ้านก็กลับบ้าน และมาพบลูกชาย ซึ่งมาหาที่บ้าน แต่ลูกชายมีอาการแปลกๆ และซื้อมาลัยดอกไม้มาให้ตนแล้วบอกว่าจะมาขอขมาแม่ และเห็นมือไม้ลูกชายสั่นๆ ตนก็ถามกลับไปว่ายังไม่ได้กลับแล้วเอาดอกไม้มาขอขมาทำไม แต่ลูกชายก็ไม่พูดอะไร


จากนั้นลูกชายได้ชวนตนไปกินอาหาร ในตัวเมืองชุมพร โดยตนได้พาสามี และหลานไปด้วย ลูกชายตนก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร และยังจ่ายเงิน 500 บาท เลี้ยงพวกตนด้วย


เมื่อกลับมาจากกินอาหารในตัวเมืองชุมพร ลูกชายก็ขับรถยนต์เข้ามาจอดข้างบ้าน แล้วยกต้นไม้ในกระบะหลังลง ส่วนสามีตนเดินเข้าไปเปลี่ยนผ้าในบ้าน และตนเดินเข้าไปในสวนข้างบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น


เมื่อวิ่งมาดู พบว่าสามีถูกลูกชายยิงล้มลงกองกับพื้นปูนในบ้าน ตนก็ถามลูกชายว่าทำไม่ต้องทำแบบนี้ และบอกกับตนว่าอย่าแจ้งความนะ และลูกชายก็ขับรถกระบะหลบหนีไป ส่วนตนก็โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ


ขณะที่ นางภาวิณี ปัจฉิมมา อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาจาก อ.ท่าแซะ มาดูศพลูกชายกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าลูกชายมาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่โรงพยาบาลท่าแซะ และยังมาหาตนที่บ้าน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงคล้ายลูกเลี้ยงโทรมาหาเรื่อง ชื่อว่า “บ่าวๆ” ให้กลับมาบ้านด้วย แล้วลูกชายตนก็รับกลับไปบ้านที่เกิดเหตุ


จากนั้นผ่านไปราว 2 ชั่วโมง ก็มีคนโทรมาแจ้งว่าลูกชายตนถูกยิงตายแล้ว ช่วง 7-8 เดือน ที่ลูกชายมาอยู่กับเมียคนนี้ ตนรู้สึกไม่ดีเลยเพราะลูกมีปัญหาและกลับมาบ้านหลายครั้ง แต่ลูกชายไม่เคยพูดว่ามีปัญหาอะไรกันบ้าง ตนก็แค่บอกลูกชายว่ายังไงก็ขอให้กลับบ้านเรา เพราะตนมีสวนทุเรียน มีสวนยางพารา บ้านไม่ได้ลำบากอะไรเลย จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น


ด้าน นางสาวชญนิษา ปัจฉิมมา อายุ 40 ปี พี่สาวผู้ตายกล่าวว่าน้องชายตนเลิกกับภรรยาเก่าทีมีลูกด้วยกัน 1 คน แล้วมาอยู่กับเมียใหม่คนนี้ ซึ่งเป็นแม่หม้ายได้ 8 เดือน และช่วง 8 เดือน น้องชายตนโทรมาปรึกษาปัญหาตลอด ว่ามีปัญหากับภรรยาใหม่ และกลับมาอยู่บ้านที่ อ.ท่าแซะ หลายครั้ง แต่ภรรยาใหม่โทรมาง้อ น้องชายตนก็กลับไปหาทุกครั้ง และที่ผ่านมาก็รู้ว่าผู้ก่อเหตุไม่อยากมีพ่อเลี้ยง ไม่ต้องการให้แม่ของตนเองมีสามีใหม่ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจดชุดสืบสวนเมืองชุมพรพร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจ 191 และตำรวจจราจร สภ.สวี จ.ชุมพร นำกำลังร่วมกันสกัดจับกุมตัว นายชนม์ชนก ฤตชนม์ อายุ 32 ปี ได้บนถนนสาย 4003 มุ่งหน้าเข้าอำเภอสวี ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ประมาณ 100 เมตร และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 กิโลเมตร ตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืน ชนิดแมกกาซีน ขนาด 9 มม. สีดำ 1 กระบอก วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ ภายในแมกกาซีนบรรจุกระสุนอยู่ 5 นัด ที่นั่งผู้โดยสารเบาะหลังมีเสื้อทหารพราน ระบุหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 วางอยู่ 1 ตัว และบนที่วางเท้าพบแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลข บร 5004 ชุมพร จำนวน 2 แผ่น วางอยู่ที่พักเท้าหลังคนขับ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน


นายชนม์ชนก บอกว่าตนเองเป็นทหารพราน อยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ได้ลาพัก 10 วัน หลังจากก่อเหตุยิงพ่อเลี้ยง ได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าลงใต้บนถนนเอเซีย 41 จนมาถูกสกัดจับได้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุนายชนม์ชนก พูดบอกว่าเนื่องจากแม่ได้ออกจากคุก และได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และบ้านตรงข้ามได้มั่วสุมเสพยาเสพติด แจ้งเพื่อนให้เข้าไปจับแล้วไม่มีผลอะไรก็ยังมั่วสุมกันอยู่ จึงก่อเหตุยิงดังกล่าว และพูดจาแบบวกวนเหมือนคนเลอะเลือน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเมืองชุมพรได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ข่าวยอดนิยม