อาชญากรรม

ฝากขังเดนคุกจี้ตัวประกัน ขอศาลเพิ่มโทษ เหตุทำผิดซ้ำ ประวัติติดคุกแล้ว 16 ครั้ง

23 ต.ค. 2564

223 view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10:20 - 12:20 น.

ตำรวจยานนาวา ฝากขังผู้ต้องหาจี้ตัวประกัน ผ่านคอนเฟอเรนซ์ ขอให้ศาลเพิ่มโทษ เหตุทำผิดซ้ำ พบประวัติติดคุกแล้วถึง 16 ครั้ง


พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง นายกำพล นามกระโทก หรือ หมี อายุ 31 ปี ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง


ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจับเจ้าของโรงแรมเป็นตัวประกัน ก่อนที่ตำรวจจะเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือตัวประกันไว้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งวันนี้ (23 ต.ค.64) จะเป็นการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคระบาด


ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา 6 ข้อหา ประกอบด้วย บุกรุกเคหสถาน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ชิงทรัพย์, กรรโชกทรัพย์, พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองยาแอมเฟตามีน (ยาเค) และยังไม่รวมข้อหาที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อเด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่ถูกทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วง


โดยวันนี้ จะมีการเด็กหญิงอายุ 14 ปี มาสอบปากคำ โดยสหวิชาชีพ จึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาที่ทำผิดเกี่ยวกับเด็กต่อไป เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวไว้ด้วย และในท้ายคำร้องจะมีการระบุ ถึงพฤติกรรมที่มีการกระทำความผิดซ้ำ โดยขอให้ศาลเพิ่มโทษตามดุลยพินิจ


ทางด้านพี่สาวและน้องสาวของผู้ต้องหา ได้กล่าวหลังเข้าเยี่ยมในช่วงเช้า โดยยืนยันว่า นายกำพล ไม่ได้กระทำชำเราหรือล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหญิงวัย 14 ปี หลานเจ้าของโรงแรมแต่อย่างใด ซึ่งน้องชายอ้างว่า เห็นเด็กผู้หญิงแต่งตัวไม่ค่อยมิดชิดและเดินผ่านไปมาอยู่บ่อยครั้ง จึงตามเข้าไปในห้องใช้เชือกมัดมือมัดเท้า และขู่บังคับเอาเงิน ส่วนคีย์การ์ดก็ไม่ได้ขโมยมา ซึ่งที่โรงแรมแห่งนี้น้องชายมาพักได้ 2 คืนเพราะเป็นสถานที่คุ้นชิน ใกล้กับบ้าน และที่ทำงาน


พร้อมยอมรับว่า หลังจากน้องชายพ้นโทษคดีชิงทรัพย์ร้านยาที่มีนบุรี มาได้ประมาณ 8 เดือน ก็เสพยาเสพติดมาโดยตลอด โดยนำเงินจากการประกอบอาชีพขายของเก่า และเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปซื้อยาเสพติด และเป็นค่าเช่าโรงแรม


ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวเคยสอน และห้ามปรามไม่ให้เสพยาและไปก่อเหตุต่าง ๆ ซึ่งตัวผู้ต้องหาเองก็รับปากว่าจะไม่ทำก่อเหตุรุนแรงอีก แต่ทางครอบครัวไม่เชื่อ เพราะรับปากมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำได้



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :https://youtu.be/TT9YOZJSDYI

ข่าวยอดนิยม