อาชญากรรม

พ่อเลี้ยงโหดไม่ปริปาก ทำแผนฆ่าเด็ก 8 ขวบ เผยแม่มีสามี 4 คน เคยรักลูกมาก แต่เปลี่ยนไปหลังคบคนนี้

22 ต.ค. 2564

857 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

จากกรณีการเสียชีวิตของน้องเหนือ เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ขณะกำลังหลบหนี ที่อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธุ์


วานนี้ (21 ต.ค.) ตำรวจ สภ.หนองแคได้คุมตัว นายวิรัช แซ่เอ้ง ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเช่าหลังเกิดเหตุ ในเขตเทศบาลต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยทันทีที่มาถึง มีชาวบ้านมารออยู่กันเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น และพยายามเข้ามาทำร้ายนายวิรัช เจ้าหน้าที่จึงรีบพาตัวเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุ


โดยการทำแผนภายในบ้าน มีทั้งหมด 6 จุด

จุดที่ 1 นำเด็กแขวนโยงกับกำแพงห้องนอนเด็ก โดยใช้สายเคเบิ้ลไทร์

จุดที่ 2 ก่อเหตุใช้เท้าเตะเด็กกลางห้องนอนเด็ก

จุดที่ 3 จุดที่เด็กปัสสาวะ แล้วนายวิรัช บังคับให้เด็กกินปัสสาวะหน้าห้องนอน

จุดที่ 4 จุดที่ก่อเหตุแขวนเด็กไว้กับราวตากผ้าในห้องน้ำ โดยใช้สายเคเบิ้ล

จุดที่ 5 ทางเข้าห้องครัวที่มีการใช้สายเคเบิ้ลมัดเด็กไว้กับเหล็กดัดห้องครัว

จุดที่ 6 ห้องนอนพ่อ-แม่ ซึ่งนายวิรัช บังคับให้เด็กกินพริกป่น แล้วเด็กอาเจียน จึงบังคับให้กินอาเจียนตัวเอง


ซึ่งการทำแผนใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงได้คุมตัวนายวิรัชกลับไปที่รถตู้ แต่ระหว่างนั้นเกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อกลุ่มชาวบ้านรวมถึงญาติของเด็ก ที่มารอดูการทำแผน รู้สึกโกรธแค้นนายวิรัช จึงได้พากันกรูเข้าไปพยายามรุมประชาทัณฑ์นายวิรัช


ทั้งทุบ ต่อย และสาดน้ำใส่ ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่ง จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบเอาตัวนายวิรัชกลับไปเข้าในบ้าน ก่อนนำรถตู้มาจอดเทียบหน้าบ้าน แล้วนำตัวนายวิรัชขึ้นรถตู้กลับไปยัง สภ.หนองแค จากเหตุการณ์นี้ ทำให้หลอดไฟหน้าบ้านแตก


ขณะที่ระหว่างทำแผน นางยุวดี แม่ของเด็ก ได้ออกมาจากบ้านเพื่อเลี่ยงการเจอนายวิรัช ซึ่งก็ถูกชาวบ้านตะโกนด่าทอที่ไม่ปกป้องลูกชายตัวเอง พร้อมกับมีการขว้างปาหินและสิ่งของใส่นางยุวดี


นางยุวดี เผยกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่นำความเดือดร้อนมาให้ครอบครัว ยืนยันว่ารักลูกมาก จนบางทีลูกสาวคนโตยังน้อยใจเลยว่าแม่รักแต่น้อง ซึ่งตนก็ไม่อยากพูดอะไรแล้ว เพราะสังคมประณามไปแล้วว่าไม่ปกป้องลูก ทั้งที่ไม่รู้ความจริง


ยอมรับว่าที่ผ่านมาอยู่ในเหตุการณ์ที่สามีทำร้ายลูกหลายครั้ง โดยเคยเห็นแค่เขาใช้ไม้ตี เพราะลูกอ่านหนังสือไม่ออกแต่ไม่ได้ทำร้ายหนัก ซึ่งตนไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะกลัวสามีจะลงมือทำร้ายลูกหนักกว่าเดิม และสามีมักจะแอบทำร้ายตอนที่ตนไม่อยู่ พอกลับจากทำงานเห็นบาดแผล ตนก็ถามลูกว่าโดนอะไร แต่ลูกก็ไม่ยอมบอก


วันเกิดเหตุ ตนนอนอยู่ในห้อง จึงไม่ทราบว่าลูกโดนอะไร มาทราบตอนที่สามีมาเรียก ตอนนั้นลูกตัวอ่อนไปแล้ว ตนก็ตกใจ รีบพาส่งโรงพยาบาล ตนมาทราบภายหลังว่าเขาให้ลูกดื่มปัสสาวะของตัวเอง ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนั้น เพราะตนไม่เห็น เห็นเพียงแต่ขวดวางไว้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นขวดอะไร


ยอมรับว่า ตอนนี้เครียดมาก ไม่อยากพบหน้าสามีแล้ว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันแล้ว และไม่อยากพูดอะไรแล้ว ซี่งตนแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่เพราะยังมีลูกสาวอีก 1 คนที่ต้องดูแล หลังจากนี้ก็จะพากันหนีไปหาที่อยู่ใหม่ลำพัง จะไม่กลับไปอยู่กับครอบครัวและญาติพี่น้อง เพราะมองว่าไม่มีใครเข้าใจ ทั้งนี้ไม่ขอโทษใคร ขอโทษตัวเอง ที่ปกป้องลูกไม่ได้


ด้านพี่สาวน้องเหนือ วัย 16 ปี เผยพฤติกรรมเคยถูกพ่อเลี้ยง เคยกอด และหอมแก้ม บอกว่าพ่อรักหนูนะ ซึ่งจะทำเฉพาะช่วงที่แม่ไม่อยู่บ้าน แต่ยืนยันไม่มีพฤติกรรมไปมากกว่านี้


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนายวิรัช 3 ข้อหา

1.ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย

2.ข่มขืนใจผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย

3.หน่วงเหนี่ยวกักขังให้ถึงแก่ความตายโดยเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก


ซึ่งได้มีการฝากขังต่อศาลจังหวัดสระบุรี ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ สำหรับกรณีแม่ของเด็กนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้อง ก็จะต้องดำเนินการตามกฏหมาย


ด้าน นางธนภรณ์ ป้าของน้องเหนือ พี่สาวของนางยุวดี เผยว่า น้องสาวมีสามีมาแล้ว 4 คน ลูกสาวคนโตวัย 16 ปี เกิดกับสามีคนแรก ส่วนน้องเหนือเกิดกับสามีคนที่ 2 ซึ่งเป็นชาว จ.นครราชสีมา หลังน้องเหนือคลอดไม่นานก็เลิกรากัน แล้วให้ฝ่ายแม่สามีเลี้ยงดูลูกชาย


จากนั้นน้องสาวได้ไปทำงานที่ภูเก็ต และคบหากับสามีคนที่ 3 แล้วจึงมารับลูกไปอยู่ด้วย ซึ่งคนนี้เป็นคนดี รักเด็กทั้งสองคนมาก กระทั่งน้องสาวเลิกรามาคบกับนายวิรัชได้ประมาณ 1 ปี ก่อนมาเกิดเหตุดังกล่าว ปกติน้องสาวเป็นคนที่รักลูกมาก แต่หลังจากคบหากับนายวิรัชก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน


หลังจากที่พากันย้ายจากภูเก็ตกลับมาอยู่สระบุรี น้องสาวก็ให้แม่เลี้ยงหลานแทน แล้วย้ายมาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุกับสามีเพียงสองคน แต่ภายหลังที่เด็กๆมาอยู่กับแม่ไม่นาน น้องเหนือก็เริ่มมีอาการซึม เงียบ ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อนจากที่น้องเหนือเคยวิ่งเล่นกับเพื่อน อารมณ์ดี อ่านหนังสือได้ แต่ภายหลังคาดว่ามีความกดดัน กลัวพ่อแม่จะตีจึงทำให้น้องอ่านหนังสือไม่ได้ ซึ่งตนก็ห้ามปรามแล้วว่าอย่าไปบังคับเด็กมาก


หลังจากที่น้องเหนือเสียชีวิต ตนก็ไม่ได้พูดคุยกับน้องสาวเลย เพียงแต่บอกให้เขาพูดความจริงให้หมด เพราะอยากให้หลานได้รับความยุติธรรม ส่วนตัวพ่อแท้ๆของน้องเหนือก็ไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว จึงไม่ทราบว่าเขาทราบข่าวว่าลูกเสียชีวิตหรือยัง ซึ่งยังไม่มีการติดต่อมา


ส่วนหากน้องสาวตนมีส่วนรู้เห็นในการที่หลานถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ตนก็อยากให้น้องสาวได้รับบทลงโทษตามกฎหมายเพื่อเป็นบทเรียนให้กับเขา ต่อไปจะได้ไม่ทำผิดพลาดแบบนี้อีก แม้ว่าตนจะไม่ได้เลี้ยงหลานมากตั้งแต่เด็ก แต่ก็รับไม่ได้ที่เห็นสภาพของหลานถูกทำร้ายหนักขนาดนี้


จึงอยากให้นายวิรัชมากราบขอขมาศพหลาน เพราะเขาดูไม่มีความรู้สึกผิดกับการกระทำของเขาเลย และอยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากประหารได้ก็อยากให้ประหาร


ขณะที่พฤติกรรมของน้องเหนือ ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กังพ่อเลี้ยง จากข้อมูลของญาติๆ บอกว่า น้องเหนือ จะเป็นเด็กร่าเริง เวลาอยู่กับเพื่อน แต่บางครั้งก็เป็นเด็กเงียบ และเป็นคนมีน้ำใจ รักพี่สาว และเพื่อนฝูง


แต่พอย้ายมาอยู่กับพ่อเลี้ยง ปรากฎว่า มีอาการซึมเยอะขึ้น แต่เวลาเล่นก็จะเล่นรุนแรงกว่าเดิม มีอาการหวาดกลัวเยอะขึ้น โดยเฉพาะเวลาเจอพ่อเลี้ยง กับแม่ ก็จะเงียบ วิ่งเข้าบ้านทันที



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0u3YH0VRhaI

ข่าวยอดนิยม