ในประเทศ

สาวร้องสามีตำแหน่งใหญ่ แอบไปแต่งงาน ไล่ออกจากบ้าน ซ้ำกล่าวหาลูกเป็นลูกชู้

20 ต.ค. 2564

3K view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

สาวขอนแก่นสุดทนร้องสื่อ สามีตำแหน่งใหญ่ ระดับผอ.กรมทางหลวง แอบไปแต่งงานกับสาวอีกคน ทั้งที่เมียท้อง พอจับได้ว่าคบซ้อน กลับถูกบอกเลิก อ้างว่าลูกชู้


นางสาวเก๋ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น นำเอกสารซึ่งเป็นภาพถ่ายของสามีที่ไปแต่งงานกับหญิงอื่น เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายวัยขวบเศษ และให้สามีส่งเสียเลี้ยงดู


นางสาวเก๋ เปิดเผยว่า ตนเคยทำงานในกรุงเทพฯ ช่วงอายุ 24 ปี ได้รู้จักกับนายพจน์(นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยศูนย์ฯ แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายไม่เจอกันอีก ตนได้แต่งงานกับอดีตสามี มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ก็เลิกรากันไป


จากนั้นในช่วงปี 2560 นายพจน์ ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฯ ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งตรงกับช่วงที่ตนเลิกกับอดีตสามีพอดี และเป็นช่วงที่เปิดร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพในเมืองขอนแก่น เมื่อนายพจน์ย้ายมาก็มีโอกาสไปมาหาสู่กัน และขอคบเป็นแฟน พร้อมทั้งเอาทะเบียนหย่ากับภรรยาเก่ามาให้ตน และญาติพี่น้องดูว่าไม่มีพันธะ ทุกคนก็เห็นว่านายพจน์ มีหน้ที่การงานมั่นคงและไม่มีพันธะอะไร น่าจะเลี้ยงดูตนได้ จึงตัดสินใจคบหา


ต่อมานายพจน์ อยากมีลูก จึงปล่อยให้ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ตอนนั้นนายพจน์ถามว่าต้องแต่งงานมั้ย ด้วยความที่ตนคิดว่าสิ้นเปลือง และถ้าคน 2 คน เข้าใจกันรักกัน ก็ไม่ต้องมีพิธีแต่งงานก็ได้ ช่วงที่ตนตั้งท้องได้ 3 เดือน จึงพากันไปหาซื้อบ้านและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยนายพจน์ให้เงินใช้จ่ายเดือนละ 50,000 บาท


นางสาวเก๋ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ย้ายไปอยู่ในบ้านด้วยกันและท้องได้ 3 เดือนนั้น เริ่มสังเกตได้ว่า สามีเปลี่ยนไป แอบคุยโทรศัพท์ และมักจะไปคอมเม้นท์ใต้โพสต์ของหญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานีอยู่บ่อยๆ จึงเก็บความสงสัยเอาไว้ ส่วนท้องก็โตขึ้นทุกวัน ความเปลี่ยนแปลงของสามีก็มีมากขึ้น


นายพจน์ยังให้ตนออกจากงาน ปิดร้านอาหารมาอยู่บ้านเฉยๆ ตนจึงแอบค้นเฟซบุ๊กของสามี กระทั่งไปเจอภาพสามีเข้าพิธีแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง จัดงานใหญ่โตในโรงแรมที่อุดรธานี เมื่อสามีกลับมาที่บ้าน จึงเอาภาพให้ดูพร้อมกับถามว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ สามีตอบว่า จำเป็นต้องแต่ง และไม่พูดอะไรอีก ส่วนตนก็ไม่ได้โวยวายเพราะกำลังท้อง อดกลั้นใช้ชีวิตอยู่คนเดียว รอจนลูกคลอดออกมา สามีก็เซ็นรับรองบุตรในฐานะพ่อเด็ก แต่ชีวิตไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะสามีไม่มาสนใจดูแลไม่ให้เงินทองเหมือนเดิม


ในเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา นายพจน์ ก็ไล่ตนออกจากบ้าน ตนพร้อมลูกต้องกลับมาอยู่บ้านกับแม่และพี่สาว ส่วนสามีก็ไม่เคยโทรหาและไม่มาดูแลลูก และส่งเงินให้เลย


นางสาวเก๋ บอกด้วยว่า ตนเองได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่มีไปปรึกษาทนายความ และนำข้อความที่ถูกนายพจน์ต่อว่า เข้าแจ้งความกับตำรวจ และยังเข้าร้องเรียนกับอธิบดีกรมทางหลวง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูก ให้นายพจน์มารับผิดชอบลูก แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง หนำซ้ำยังกล่าวหาว่าเป็นลูกชู้ โดยนายพจน์ยืนยันว่าตัวเองเป็นหมัน มีลูกไม่ได้ ท้าทายให้ไปตรวจดีเอ็นเอ


ขณะเดียวกันก็มีคลิปเสียงที่นายพจน์ ข้าราชการระดับ ผอ.พูดจาในลักษณะข่มขู่พี่สาวของนางสาวเก๋ ด้วย



ข่าวยอดนิยม