การเมือง

ส.ส.เพื่อไทย หวั่นไทยเสีย "สมบัติชาติ" เป็นค่าโง่ คดี คสช.สั่งปิดเหมืองทองอัครา

19 ต.ค. 2564

108 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

พรรคเพื่อไทย เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านการยกสมบัติชาติ ชดใช้ความผิดพลาด ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากคำสั่ง คสช.ปิดเหมืองทองอัครา เมื่อปี `2559 ส่งผลให้ต้องมีการต่อสู่คดีในคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีการตัดสินชี้ขาดในวันที่ 31 ตุลาคมนี้  มีแน้วโน้มที่ผลการเจรจาจะเป็นประโยชน์กับเอกชน ทำให้ไทยต้องเสียค่าโง่ ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตุถึงการอนุมัติอาชญาบัตรสำรวจแร่ให้กับบริษัทคู่พิพาท ที่มีแนวโน้มมากกว่า 1 ล้านไร่



โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมแถลงข่าวเชิญชวนประชาชน ลงชื่อคัดค้านการยกสมบัติชาติ ชดใช้ความผิดพลาด ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 72/2559 ระงับการทำเหมืองทองคำและประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ จะมีคำชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดท จํากัด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด กับราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้



ซึ่งจากการติดตามของพรรคเพื่อไทย พบว่า บริษัท คิงส์เกตฯ ได้แถลงต่อตลาดหลักทรัพย์ ในลักษณะของการเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการเจรจากับฝ่ายรัฐบาลไทยจะได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายบริษัท ซึ่งทำให้พรรคเพื่อไทยกังวลว่าอาจเป็นความเสียหายแก่ประเทศและประชาชนไทย


นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จ.น่าน ที่อภิปรายเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2562 ระบุว่า ในหนังสือชี้แจงความก้าวหน้าในการเจรจาต่อตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทเอกชนคู่พาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ระบุว่า อาจมีการได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเหมืองใหม่ทั้งหมด การสามารถได้รับการอนุญาตให้ทำเหมืองในพื้นที่ใหม่ นอกเหนือจากเหมืองทองเดิมที่มีอยู่แล้ว หากอนุญาโตตุลาการชี้ขาดว่าทางการไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต้องปฏิบัติตามคำชี้ชาด ก็จะทำให้ประชาชนไทยต้องเป็นผู้ร่วมกันชดใช้ ทั้งๆที่พลเอกประยุทธ์ เคยประกาศจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง


นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ระบุว่า รัฐบาลไม่เคยชี้แจงเรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ ทั้งๆที่มีความสำคัญหากต้องเสียค่าโง่จำนวนมหาศาล และที่ผ่านมากรณีเหมืองทองอัครา ไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ‘จะแพ้คดีก็เสียหาย จะเจรจาก็เสียเปรียบ’ เพราะระหว่างที่มีการเจรจาในคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ กลับพบการอนุมัติอาชญาบัตรสำรวจแร่ให้กับบริษัทเอกชนคู่พิพาทกับรัฐบาลไทย ไปแล้วกว่า 4 แสนไร่ และมีแนวโน้มจะอนญาตเพิ่มอีกกว่า 6 แสนไร่ รวมแล้วกว่า 1 ล้านไร่ ที่อาจต้องสังเวยค่าโง่นี้


การแท็คทีมแถลงเรื่องนี้ของพรรคเพื่อไทย มีการชี้ให้เห็นถึงความเสียหายจากการใช้อำนาจมาตรา 44 ของพลเอกประยุทธ์ จนทำให้ประเทศชาติและประชาชนต้องมาร่วมรับผิดชอบ ทั้งจากการใช้งบประมาณแผ่นดินต่อสู้คดีไปแล้วหลายร้อยล้านบาท

ข่าวยอดนิยม