ต่างประเทศ

ผลวิจัยชี้ เด็กมหา’ลัย ได้วัคซีนครบโดส ก็ยังจำเป็นต้องตรวจโควิด ลดติด-ลดป่วย

19 ต.ค. 2564

50 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ผลวิจัยต่างประเทศชี้ แม้เด็กมหา’ลัย ได้วัคซีนครบ 100% แล้ว ก็ยังมีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด ก่อนเข้าสถานศึกษา เพื่อเป็นการลดอัตราติดและป่วย


สำนักข่าวซินหัว (xinhua) รายงาน ผลการศึกษาร่วมของกลุ่มมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (18 ต.ค.) พบการตรวจเชื้อและการกักตัวผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังคงเป็นยุทธศาสตร์บรรเทาโรคระบาดที่สำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยต่างๆ แม้มหาลัยนั้นจะมีอัตราการฉีดวัคซีนให้นักศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว


ซึ่งการวิจัยร่วมโดยมหาวิทยาลัยฟลอริดาแอตแลนติก มหาวิทยาลัยดุ๊ก และมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ศึกษาข้อมูลจำลองของนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 5,000 คน เพื่อประเมินระดับประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และยุทธศาสตร์ด้านการบรรเทาโรคระบาด


โดยผลการศึกษาในวารสารเจเอเอ็มเอ เฮลธ์ ฟอรัม (JAMA Health Forum) พบว่าหากประชาชนร้อยละ 100 ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีประสิทธิผลร้อยละ 90 การตรวจโรคและการกักตัวจะไม่สัมพันธ์กับการลดลงของจำนวนผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ


หากประสิทธิผลของวัคซีนลดลงเหลือร้อยละ 75 การตรวจโรคทุกสัปดาห์จะสัมพันธ์กับการลดลงของจำนวนผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ และหากประสิทธิผลลดลงเหลือร้อยละ 50 การตรวจโรคและการกักตัวจะสัมพันธ์กับการลดลงของจำนวนผู้ป่วยคาดการณ์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีคาดการณ์ว่าการตรวจโรคโควิด-19 จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้ถึงร้อยละ 93.6 หากประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ที่ร้อยละ 50-75


ฟรานซิส มอตตา ผู้นำการวิจัยและรองศาสตราจารย์จากภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟลอริดาแอตแลนติก กล่าวว่า “การค้นพบดังกล่าวบ่งชี้ว่าการตรวจโรคโควิด-19 และการกักตัวผู้ป่วย ยังคงเป็นยุทธศาสตร์บรรเทาโรคระบาดที่มีความสำคัญ แม้นักศึกษาจะมีอัตราการรับวัคซีนร้อยเปอร์เซ็นต์”


“ยุทธศาสตร์บรรเทาโรคโควิด-19 จะช่วยเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มประชากรนักศึกษาอย่างจำเป็น ดังนั้นหากไม่มีการตรวจโรค การจำกัดจำนวนผู้ป่วยในสถานศึกษาจะต้องพึ่งพาความสามารถของวัคซีนเป็นหลักเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ” ฟรานซิส มอตตา ระบุ

ข่าวยอดนิยม