ในประเทศ

เปิดจุดเกิดเหตุ บ่อน้ำพุร้อน อ.ปาย หลังสื่อนอกตีข่าว แม่ชาวรัสเซียโวยลูก 7 ขวบพลัดตก

15 ต.ค. 2564

2K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

สื่อต่างประเทศเผยข่าว กรณีนักท่องเที่ยวหญิงชาวรัสเซียคนหนึ่ง ขอความช่วยเหลือให้กับลูกชาย ด.ช.วัย 7 ปี หลังพลัดตกบ่อน้ำร้อนเอกชนในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถูกน้ำร้อนลวกตามร่างกาย อาการสาหัส ก่อนนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม อ.เมืองเชียงใหม่




พอไปแจ้งความขอให้ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยว ไป 3 รอบ ตำรวจไทยกลับเพิกเฉย พร้อมขอความช่วยเหลือ หลังค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงหลักล้านบาท โดยแม่เด็กได้อัดคลิปร้องไห้ขอความช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา


ล่าสุดมีการชี้แจงเรื่องบ่อน้ำร้อนอยู่ในความรับผิดชอบของใคร? โดยนายวรรณศักดิ์ แก่นทรัพย์ ปลัด อบต.เมืองแปง อ.ปาย ระบุว่าลูกชายนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่พลัดตกบ่อน้ำร้อนนั้น เป็นโป่งน้ำร้อนเหมืองแร่


ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านสับสา หมู่ 2 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ปิง ไม่ใช่โป่งน้ำร้อนเมืองแปง หมู่ 4 ตามที่สื่อโซเชียลมีเดียเผยแพร่ ซึ่งโป่งน้ำร้อนดังกล่าวติดตั้งป้ายเตือนเป็นภาษาไทย และอังกฤษแล้ว เนื่องจากมีอุณหภูมิสูงถึง 90-95 องศาเซียลเซียส



หลังเกิดเหตุ มีสารวัตรท่องเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน โทรสอบถามข้อมูลและข้อเท็จจริง เพื่อติดตามช่วยเหลือ เยียวยาผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้ติดต่อกลับมาที่สารวัตรท่องเที่ยว และอบต.อย่างใด เรื่องดังกล่าว เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเท่านั้น


ส่วนกรณีที่อ้างว่า มีการแจ้งความ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงพัก สภ.ปาย ไม่พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปาย


ในเวลาต่อมา ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รุดเยี่ยมผู้เสียหายจากเหตุดังกล่าว โดยผู้เป็นแม่วัย 35 ปี เล่าว่า ตนเองพร้อมสามีและลูกชายได้เดินทางมาจากพัทยา เพื่อมาเที่ยวภาคเหนือโดยลงเครื่องที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นได้เช่ารถไปเที่ยวที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 4 ตุลาคม


ระหว่างทางได้แวะน้ำพุร้อนและถ่ายรูป ซึ่งลูกชายได้พลัดตกลงไปในบ่อน้ำร้อนประมาณ 5 วินาที เธอจึงได้รีบนำตัวลูกชายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลปาย ซึ่งโรงพยาบาลปายไม่สามารถรักษาอาการได้ จึงส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม



ซึ่งขณะนั้นร่างกายของลูกชายผิวหนังพุพอง เริ่มยุ่ยหมดแล้ว เมื่อมาถึงโรงพยาลบาลเชียงใหม่ราม แพทย์ต้องเร่งทำการรักษา ซึ่งลูกชายมีอาการมีอาการโดนน้ำร้อนลวกตั้งแต่บริเวณท้อง แขน ขา ต้องทำการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง จนล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู


หลังเกิดเหตุได้ประสานเพื่อนที่อยู่พัทยาและติดต่อทางล่ามเพื่อช่วยเหลือ กระทั่งมีการนำเรื่องดังกล่าวโพสต์ลงเพจ ปัญหาที่กังวลคือเรื่องค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากไม่ได้ทำประกันไว้ โดยขณะนี้ค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท ในส่วนนี้จะได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิออร์โธด็อกซ์ในกรุงเทพมหานคร แต่ค่ารักษาที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ยังไม่มี


ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เบื้องต้นมีกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวในเรื่องของการรักษาพยาบาล แต่จะต้องดูด้วยว่าเกิดจากความประมาท หรือ ความบกพร่องอื่นของแหล่งท่องเที่ยว


วันนี้ได้มาสอบถามข้อมูลและได้รับเรื่องเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา ระหว่างนี้ก็จะมีการประสานงานกับทุกหน่วยงานช่วยเหลือดูแล รวมทั้งจะประสานงานอำนวยความสะดวก หากต้องการย้ายไปรักษาในกรุงเทพมหานครหรือเดินทางกลับประเทศ



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FEwLPhJubxM

ข่าวยอดนิยม