อาชญากรรม

พบแล้ว 1 ศพ เรือล่มหน้าวัดพนัญเชิง ลอยไกลเข้าเขตปทุมฯ นักประดาน้ำช่วยทีมหมูป่าร่วมกู้ซากเรือจม

01 ต.ค. 2564

47 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

ความคืบหน้าเหตุอุบัติเหตุเรือลากจูงล่ม บริเวณสามแยกมาบรรจบกันของแม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก หน้าท่าเรือวัดพนัญเชิง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยวไหลแรงเรือได้เสียการทรงตัวและเอียง ก่อนที่เรือจะพลิกคว่ำจมลงในแม่น้ำทันที ทำให้สองสามีภรรยาสูญหาย 2 ราย คือ นายสมชาย ธารกุล อายุ 64 ปี คนขับเรือ และนางนฤมล จันทรโชติ ภรรยา อายุ 51 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายท้ายเรือ


โดยวานนี้ (30 ก.ย.) เวลา 10.00 น.บริเวณท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย พร้อมทีมงานกรมเจ้าท่า ชุดประดาน้ำ สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัย ร่วมวางแผนค้นหาเรือลากจูงที่จมน้ำและผู้สูญหาย 2 ราย ซึ่งได้นำเรือลากจูง 2 ลำ ขับประกบคู่ เว้นระยะห่าง แล้วนำโซ่เหล็กขนาดใหญ่ยาว 40 เมตร ทิ้งลงน้ำเพื่อไล่ตามหาเรือที่จมอยู่ในน้ำ


โดยวิธีนี้ทำเป็นช่วงแรก ถ้าไม่พบจะเปลี่ยนการวางแผนเป็นการใช้วิธีโซนาร์สแกน เพื่อหา ตำแหน่งของเรือลากจูงที่จมอยู่ ถ้าพบจะให้ชุดประดาน้ำลงไปตรวจสอบหาผู้สูญหาย คือ นายสมชาย คนขับเรือ ซึ่งคาดว่าน่าจะติดอยู่ภายในเรือ ส่วนนางนฤมล ภรรยานั้นคาดว่าอาจติดใน เรือหรือน่าจะไหลออกไปตามน้ำ ขณะเดียวกันกรมเจ้าท่าได้แจ้งเรือบรรทุกทุกลำห้ามวิ่งผ่านบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงโดยเด็ดขาด เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน


รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย กล่าวว่า ปฏิบัติการวานนี้ (30 ก.ย.) มุ่งเน้นไปที่การค้นหาระบุตำแหน่งเรือให้ชัดเจนว่าอยู่บริเวณไหน เพื่อวางแผนค้นหาช่วยเหลือผู้สูญหายเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนกู้ซากเรือขึ้นมาจากลำน้ำ ซึ่งทางกรมเจ้าท่าได้นำเรือโซนาร์ สแกนพร้อมนักประดาน้ำมาสนับสนุนปฏิบัติการค้นหา


ซึ่งอุปสรรคคือกระแสน้ำเชี่ยวแรง เป็นวังน้ำวน เนื่องจากเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ที่ต่างมีการระบายน้ำจากเขื่อนเพิ่ม ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและน้ำขุ่น ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำที่ลงไปค้นหา


กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. ชุดปฏิบัติการใต้น้ำ 2 คนแรก ขึ้นจากการประดาน้ำจุดเรือล่มหน้าวัดพนัญเชิง ระบุว่า ได้ดำน้ำลงไปลึก 20 เมตร พบวัตถุเป็นลักษณะเหล็กทรงกลมคล้ายเก๋งเรือ แต่ไม่สามารถเข้าค้นหาได้ เนื่องจากทัศนวิสัยเป็นศูนย์ ตั้งแต่ระยะ 1 เมตร ไม่สามารถเห็นแม้แต่การใช้ไฟฉายส่องใต้น้ำ กระแสน้ำแรงมาก ตำแหน่งเรืออยู่จุดน้ำวน


นักประดาน้ำ บอกว่าระหว่างทำการผูกมัดโซ่กับตัวเรือ กระแสน้ำพัดตัวนักประดาน้ำแรงกะพือคล้ายกับถูกแกว่งอยู่ในเปลญวนตลอดเวลา กระแสน้ำยังได้พัดเอาเศษขยะ เศษเชือกติดพันตามลำตัวเป็นอ้นตรายมาก จนต้องตัดสินใจขึ้นสู่บนผิวน้ำเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ได้ค้นพบไม้พาย ซึ่งทางญาติบอกว่าเป็นไม้พายของเรือนายสมชาย ญาติต่างพากันจุดธูปบนบาน ศาลกล่าวขอให้เจอสามีภรรยาด้วย


เวลาต่อมาเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี หลังเรือยนต์ 2 ลำ ที่ลากจูงโซ่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบสิ่งกีดขวางใต้น้ำเป็นวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นซากเรือลำที่อับปาง จึงใช้นักประดาน้ำของกรมเจ้าท่า ชุดมัจฉานุ จำนวน 2 นาย ลงงมสำรวจ ใช้เวลาในการดำน้ำอยู่ประมาณ 15 นาที นักประดาน้ำยืนยันพบเรือยนต์ลากจูงที่จมน้ำแล้ว ลอยจากจุดที่จมในแม่น้ำป่าสักไปพบในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกลางสามแยกวังวนแม่น้ำ ห่างไปประมาณ 200 เมตร


นายพิชญ แซ่เฮง อายุ 29 ปี นักประดาน้ำ กล่าวว่า พบเรืออยู่ในลักษณะตะแคงกับแม่น้ำป่า สักความลึกประมาณ 20 เมตร กระแสน้ำไหลแรงมาก น้ำสี่ขุ่นมาก ใช้ไฟฉายส่องใต้น้ำไม่ สามารถมองเห็นต้องใช้มือสัมผัสพบโครงหลังคาของเรือ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างค้นหาซากเรือ บรรดาญาติ เพื่อน ๆ ของผู้สูญหายต่างพากันมาเฝ้ารอปฏิหาริย์อยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนี้มีนายกฤษฏา ธารกูล อายุ 25 ปี ลูกชายนายสมชาย คนขับเรือ บอกว่า ตนหวังจะได้พบพ่อเผยมีลางสังหรณ์ก่อนที่พ่อเรือจะล่ม แม่ (ภรรยาคนที่ 3 ของนายสมชาย ) ที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล อยู่ๆ ก็นานสะดุ้งตกเตียงทำให้ทุกคนตกใจ หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที พี่สาวได้โทรมาแจ้งว่าพ่อขับเรือล่มหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหารยัง หาตัวไม่พบ เชื่อว่าจุดที่เรือล่มมีอาถรรพ์ที่ชาวเรือทราบกันดี


ส่วนชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ทราบดีกระแสน้ำหน้าวัดพนัญเชิงเชี่ยวเป็นน้ำวน ใต้น้ำกระแสไหลแรงมาก เมื่อกระแสน้ำสองสาย ทั้งเจ้าพระยา และป่าสักมาบรรจบกันจะกลายเป็นน้ำวนดูดเรือชาวเรือจะรู้ดี แต่ละปีจะมีเรือถูกน้ำวนดูดจมลงประจำ กลายเป็นสายน้ำอาถรรพ์ชาวเรือรู้จักดี เรือทุกลำที่จะผ่านช่วงน้ำวน ต้องจุดธูปบอกกล่าวเสียก่อนที่จะนำเรือผ่านไปได้อย่างปลอดภัย


นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย เผยว่า การปฏิบัติการ ค้นหาเรือที่จมเป็นความร่วมมือกันของกรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ ปภ.4 เขต 4 พร้อมกับนักประดาน้ำของสมาคมอยุธยารวมใจ กลุ่มผู้ประกอบการเดือนเรือ ใช้โซ่ขนาดใหญ่มีความ ยาวลากตามลำน้ำ และใช้เครื่องโซ่น่าสแกน ค้นหาจนพบจุดเรือจมแล้ว กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ยังไม่สามรถกู้เรือขึ้นมาได้เรือมีน้ำหนักประมาณ 67 ตัน


เบื้องต้นนักประดาน้ำจะดำน้ำลงไปเพื่อผูกทุ่นกับเรือที่จมน้ำเอาไว้ก่อน ใช้เชือกใสล่อนผูกนำทางชักลวดสลิงเข้าไปผูกยึดกับตัวเรือ จากนั้นจะทำการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยทางกลุ่มผู้กอบการเดินเรือจะใช้วิธีโซ่ที่คล้องอยู่กับตัวเรือ ขณะนี้ได้ลากเรือให้ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด ลากเข้าฝั่งช่วงลำน้ำป่าสัก ที่เป็นจุดน้ำนิ่ง จึงจะสามารถดำน้ำลงไปค้นหาผู้สูญหายได้


จากการตรวจสอบเรือลากจูงลำที่อับปางจดทะเบียนและดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ขับเรือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ เบื้องต้นคาดว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และให้รายงานผลภายใน 7 วัน


ล่าสุดมีรายงานจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้งว่า พบร่างนางนฤมล 1 ในผู้ดูแลเรือที่สูญหาย โดยพบศพที่บริเวณช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากจุดที่จมไปไกลกว่า 10 กม. ล่าสุดยังไม่สามารถนำศพขึ้นจากน้ำได้ และขณะนี้ศพลอยเข้าเขต จ.ปทุมธานีแล้ว


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/aKwrsooBWug

ข่าวยอดนิยม