ต่างประเทศ

'ไฟเซอร์' เผยวัคซีนมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในเด็กอายุ 5-11 ปี

21 ก.ย. 2564

6 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

บริษัทไฟเซอร์ได้เปิดเผย ผลการทดสอบทางคลินิกของวัคซีนต้านโควิด-19 ระยะที่ 2 และ 3 ในเด็กที่มีอายุ 5-11 ปี โดยพบว่าวัคซีนมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทียบเท่ากับที่ฉีดให้กับกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-25 ปี อีกทั้งยังมีความปลอดภัยเทียบเท่ากับที่ฉีดให้กับผู้ใหญ่


โดยการทดลองนี้ มีอาสาสมัครอายุ 5-11 ปี เข้าร่วมทั้งหมด 2,268 คน โดยได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด 2 โดส ห่างกัน 21 สัปดาห์ ซึ่งการทดลองนี้ ใช้ปริมาณวัคซีน 10 ไมโครกรัม ซึ่งน้อยกว่าที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ใช้ปริมาณ 30 ไมโครกรัม


ส่วนในเรื่องผลข้างเคียงนั้นพบว่า มีเพียงแค่อาการปวดที่บริเวณจุดฉีด, มีไข้, และปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งเป็นอากาศชั่วคราวเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นวัยรุ่น


หลังจากนี้ ทางบริษัทไฟเซอร์จะเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลและยื่นเรื่องของอนุมัติการใช้งานฉุกเฉินกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อนำวัคซีนออกมาฉีดให้กับเด็ก ๆ ในช่วงอายุดังกล่าว


หลังจากนั้น ก็จะยื่นเรื่องต่อหน่วยงานของยุโรปและอังกฤษต่อไปตามลำดับ ซึ่งทาง ดร. ปีเตอร์ มาร์กส์ (Dr. Peter Marks) หัวหน้าของ FDA เคยให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว AP ว่า ทันทีที่ทางไฟเซอร์ได้ส่งผลการศึกษามา หน่วยงานของเขาจะเริ่มประเมินข้อมูลและคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ เพื่อตัดสินว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยกับเด็กที่มีอายุน้อยหรือไม่


ปัจจุบัน หลายชาติตะวันตกได้อนุมัติให้ใช้งานวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอนเทค เฉพาะกับเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น


ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกามีเด็กติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นถึง 240% ซึ่งมีสาเหตุมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ที่ทำให้ขณะนี้สหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น


ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน สะท้อนให้เห็นว่าวัคซีนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเชื้อเดลต้านั้นมีอันตรายกับเด็กมากน้อยเพียงใด

ข่าวยอดนิยม