ในประเทศ

โฆษก รบ. ยันปรับปรุง กม.ที่ดิน เอื้อการลงทุน ไม่ใช่ขายชาติ หลังเจอกระแสโจมตีหนัก

20 ก.ย. 2564

59 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

รัฐบาลยืนยัน ยังไม่ได้ให้สิทธิ์ต่างชาติเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่าเสรี หลังมีกระแสไม่เห็นด้วยประเด็น ครม.เห็นชอบแก้หลักการกฎหมายที่ดิน


หลังจากครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ ในการดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยการเสนอแก้กฎหมายที่ดิน ปลดล็อกให้ชาวต่างชาติ สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินในไทยได้ ล่าสุด มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เเละเห็นเเย้งกับเรื่องนี้ 


ข่าว 3 มิติ ตรวจสอบเรื่องนี้ พบว่าคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เเละการลงทุนเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพสูงเข้ามาในประเทศ ตั้งเเต่วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา มี 4 มาตรการที่เสนอในที่ประชุม เช่น การถือวีซ่าของชาวต่างชาติแบบระยะยาว ให้อยู่ตามเวลาที่วีซ่ากำหนดได้เลย ไม่ต้องมารายงานตัวทุก 90 วัน


การซื้อคอนโดหรือห้องชุด กฎหมายเดิมให้ต่างชาติซื้อได้ไม่เกิน 49% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด เเต่หลักการใหม่ เสนอให้ไปพิจารณาขยายเพิ่ม ตามรายงานระบุว่า รัฐบาลอาจจะขยายเพิ่มไปถึง 70-80% ภายใต้เงื่อนไข เช่น ต้องเป็นคอนโดสร้างใหม่ มีเนื้อที่ 5ไร่ขึ้นไป หรือไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมกับนิติบุคคล เป็นต้น


การเช่าอสังหาริมทรัพย์ เดิมกฎหมายให้เช่าได้ไม่เกิน 30 ปี  มาตรการใหม่จะเพิ่มระยะเวลาให้ อาจจะ 40 - 50 ปี


ส่วนการซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งกฎหมายปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติทั่วไปซื้อได้ หรือถ้าจะซื้อ ต้องเป็นผู้ที่เข้ามาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ของใหม่จะอนุญาตให้ซื้อได้ แต่ราคาบ้าน อาจจะต้องสูงในระดับ 10 -15 ล้านบาทขึ้นไป


เเม้รัฐบาลจะชี้เเจงว่ามาตรการดังกล่าว เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เเต่หลายก็มีหลายฝ่าย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เห็นด้วย เเละมองว่ารัฐบาลเปิดช่องให้ต่างชาติมากเกินไป เช่น อ๋อม สกาวใจ ออกมาคัดค้าน และ ทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว มีคนเข้ามาเเสดงความคิดเห็นจำนวนมาก


เช่นเดียวกับ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเเละตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วรัฐบาล ต้องการเอื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติ ที่มีบ้านค้างสต๊อกขายไม่ออก จากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งตอกยํ้าถึงปัญหาความเหลื่อมลํ้าได้ชัดเจน


ล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า มาตรการดังกล่าว เป็นการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ให้เข้ามาทำงานหรือพักอาศัย ทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไป เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ จากภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง ยืนยันว่าต่างชาติที่เข้ามา จะช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาประเทศ และเพิ่มโอกาสการจ้างงาน ให้กับแรงงานในไทยมากขึ้น


โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ชัดเจน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง 2. กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย  4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ


แต่ก็มีเงื่อนไข คือเมื่อเข้ามาแล้ว จะต้องเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและการพัฒนาประเทศไทย เช่น ต้อง ลงทุนขั้นต่ำในพันธบัตรรัฐบาลไทย ตั้งแต่ 250,000 -500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีหลักฐานการลงทุนในประเทศไทย มีรายได้ขั้นต่ำ 80,000 ดอลลาร์ หรือเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น


และมาตรการนี้ ยังกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ทุก 5 ปี สามารถยกเลิก หรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ ไม่ใช่มาตรการถาวร


สำหรับมาตรการนี้ ทางสภาพัฒน์ฯคาดการณ์ว่า ภายใน 5 ปี จะช่วยเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติที่พักอาศัยในไทย ถึง 1 ล้านคน และเพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เเต่ก็ยังเป็นเพียงความเห็นชอบในหลักการเท่านั้น

ข่าวยอดนิยม