เศรษฐกิจ

แท็กซี่เจอพิษโควิด จอดนิ่งเป็นปี ปรับแผนมาปลูกผัก-เลี้ยงกบประทังชีวิต

16 ก.ย. 2564

150 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

ภาวะเศรษฐกิจซบเซา จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้รถแท็กซี่หลายพันคันต้องจอดนิ่งกับที่ มานานเกือบ 2 ปี ทำให้ล่าสุดสหกรณ์บวรแท็กซี่ และสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ ปรับตัวใช้ประโยชน์จากรถที่จอดนิ่งนานแรมปี เอามาปลูกผักสวนครัว และเลี้ยงกบ เพื่อให้พนักงานในสหกรณ์ และพนักงานขับรถแท็กซี่ สามารถนำไปประกอบอาหารกินได้ฟรี


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังอู่รถแท็กซี่ของสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ ภายในซอยบางแวก 6 เขตภาษีเจริญ กทม. พบพนักงานกำลังรดน้ำ พรวนดิน แปลงผักสวนครัวบนหลังคารถแท็กซี่ ซึ่งมีมากกว่า 300 คัน ที่จอดนิ่งมานานเกือบ 2 ปี เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 จนทำให้พนักงานขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่เดินทางกลับต่างจังหวัด และรถที่จอดไว้ส่วนใหญ่เป็นรถใหม่ไม่เกิน 3 ปี



นายฐาปกรณ์ อัศวเลิศกุล ที่ปรึกษาสหกรณ์บวรแท็กซี่ และสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า รถแท็กซี่เหล่านี้ คือรถที่สมาชิกเอามาคืนตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกปีที่แล้ว เนื่องจากแบกรับภาระต่อไปไม่ไหว โดยมีจอดอยู่ตามจุดต่างๆ รวมกว่า 2,000 คัน


ส่วนหนึ่งก็เอามาจอดรวมกันไว้ที่นี่ประมาณ 300 กว่าคัน เป็นจุดที่สหกรณ์เช่าพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งในช่วงแรกทางสหกรณ์ก็ดูแลรถ ทำความสะอาดอยู่ตลอด แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นยืดเยื้อมาจนถึงขณะนี้ จึงดูแลต่อไปไม่ไหว และเกิดไอเดียในการทำแปลงผักสวนครัว เพื่อให้สมาชิกและพนักงานได้เอาผักมากินประทังชีวิตกัน ยังได้ประโยชน์มากกว่าจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ


โดยนอกจากปลูกผักแล้ว ตอนนี้ยังเริ่มเลี้ยงกบด้วย โดยเลี้ยงในยางรถยนต์ที่หน้ากระโปรงรถ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และกินได้ ซึ่งเริ่มปลูกผักมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว


ตั้งแต่ก่อตั้งสหกรณ์บวรแท็กซี่ปี 2518 และสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ปี 2559 ครั้งนี้ถือว่าวิกฤตรุนแรงที่สุด ยิ่งกว่าน้ำท่วมใหญ่ หรือการชุมนุมทางการเมืองใดๆ เพราะขณะนี้รถแท็กซี่ของสหกรณ์ ที่มีคนขับไปวิ่งบริการประชาชน คิดเป็นเพียงร้อยละ 10 แต่อีกร้อยละ 90 จอดนิ่งมานานแรมปี



เนื่องจากออกไปวิ่งก็ไม่มีลูกค้าใช้บริการ คนขับส่วนใหญ่ก็กลับต่างจังหวัดหรือหันไปทำอาชีพอื่น อย่างเช่น สหกรณ์บวรแท็กซี่ มีรถประมาณ 5,000 คัน ส่วนสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ มีรถประมาณ 2,000 คัน แต่ปัจจุบันมีรถวิ่งจริงๆประมาณ 1,000 คัน ที่เหลือจอดนิ่ง


ทำให้ขณะนี้ สหกรณ์เป็นหนี้ไฟแนนซ์มากถึงเกือบ 3,000 สัญญา รถรุ่นใหม่เป็นหนี้ 8-9 แสน รุ่นเก่าก็ 4-6 แสน แล้วแต่รุ่น ทางสหกรณ์ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยที่เดินทุกวัน ยังไม่รวมค่าเช่าที่จอดรถที่ต้องจ่ายทุกเดือน แม้ภาครัฐจะช่วยหาที่จอดรถให้บางจุดประมาณ 1-2 พันคัน แต่ยังไม่เพียงพอ


หากเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา ช่วยเจรจากับบริษัทไฟแนนซ์ให้พักชำระหนี้ หยุดดอกเบี้ย หรือปรับลดดอกเบี้ยช่วงโควิดออกไปก่อนได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา รายได้ไม่เข้า แต่ยังต้องมีรายจ่ายหลักแสนต่อเดือน และต้องดูแลพนักงานอีกหลายชีวิต และอยากให้ภาครัฐมีการตั้งกองทุนไฟแนนซ์รถแท็กซี่ ให้คนขับผ่อนกับกองทุนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อให้ทุกฝ่ายไปกันรอด


รวมถึงควบคุมราคาค่าแก๊ส ที่ปัจจุบันราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คนขับที่ยังวิ่งรถอยู่ก็ไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการ เนื่องจากติดเวลาเคอร์ฟิว และธุรกิจหลายอย่างยังปิดตัว หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป รับรองธุรกิจสหกรณ์แท็กซี่ ต้องปิดกิจการ หรือสูญพันธุ์แน่นอน


ขนาดพนักงานสหกรณ์ช่วยกันลดเงินเดือนคนละ 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงลดค่าเช่าแท็กซี่เหลือเพียงวันละ 300 บาทแล้ว คนขับก็ยังสู้ไม่ไหว ถือว่าย่ำแย่มากๆ กิจการคงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้


ทั้งนี้ นายฐาปกรณ์ยังกล่าวว่า สลดใจมาก ช่วงโควิดระบาดมีคนขับแท็กซี่ฆ่าตัวตายหลายราย บางรายก็จอดรถทิ้งไว้ตามปั๊มน้ำมัน แล้วบอกให้เราไปเอารถคืนเอง บางรายก็นำมาคืนที่สหกรณ์ พร้อมบอกว่าไปต่อไม่ไหว หาเงินไม่ได้ ไม่มีเงินไปให้ลูกเมียที่บ้าน ต้องพากันกลับไปอยู่ต่างจังหวัด


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NP8Jk4J-Bw


ข่าวยอดนิยม