การเมือง

นายกฯ ปลดฟ้าผ่า "ธรรมนัส-นฤมล" พ้นรัฐมนตรี ลือแตกหักจากศึกซักฟอก

09 ก.ย. 2564

92 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ชิงแถลงลาออก ลั่นเคลียร์ไม่จบ ปมขัดแย้งนายกรัฐมนตรี ก่อนคำสั่งปลดฟ้าผ่าถูกเผยแพร่ 30 นาที ด้านนายกรัฐมนตรี รับทำเอง ปรับ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ " พ้นครม.


(9 ก.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564




โดยก่อนที่จะมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ประมาณ 30 นาที ร้อยเอกธรรมนัส ได้แถลงข่าวที่รัฐสภา พร้อมแสดงหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดยยืนยันว่าได้ยื่นใบลาออกไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน เหตุผลไม่ใช่ถูกบีบออก แต่อึดอัดใจในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงขอไปเป็นเพียง ส.ส. จ.พะเยา ที่เลือกทางเดินของตัวเอง และยอมรับว่า ไม่สามารถเคลียร์ใจกับนายกรัฐมนตรี ให้จบได้ แม้จะขอโทษไปแล้วก็ตาม ส่วนเรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นเลขาธิการพรรค ยอมรับว่าต้องทบทวน แต่ใจนั้นไปแล้ว


ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังร้อยเอกธรรมนัส แถลงลาออก โดยระบุว่า น่าจะเป็นการตัดสินใจของร้อยเอกธรรมนัส ที่เคยพูดอยู่แล้วว่า ไม่ต้องเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส.ก็สามารถช่วยประชาชนได้ แต่เมื่อถูกถามถึงเนื้อความในราชกิจจานุเบกษา ทำให้นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ได้เสนอปรับทั้ง 2 รัฐมนตรี ด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งสองรัฐมนตรีชี่วย ทำงานเป็นอย่างไรให้ประชาชนดูกันเอง แต่จะยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้


ทางด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากประกาศราชกิจจานุเบกษาให้ 2 รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ถือเป็นการปลดออกจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ร้อยเอกธรรมนัส และ นางนฤมล พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากพระบรมราชโองการได้อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 ที่บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 1 นาฬิกาของวันที่ 8 กันยายน ดังนั้นไม่มีผลต่อกรณีที่ร้อยเอกธรรมนัส ได้ยื่นใบลาออก โดยหลังจากนี้ไม่ตจำเป็นต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่มาทำหน้าที่แทนก็ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีรัฐมนตรีไม่เกิน 36 คน หากจะปล่อยให้ตำแหน่งว่างก็ได้ เพราะมีรัฐมนตรีว่าการปฏิบัติหน้าที่อยู่


สำหรับการปลด 2 รัฐมนตรี ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งน่าจะเป็นผลทางการเมืองต่อเนื่องมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ที่มีกระแสข่าวการคว่ำนายกรัฐมนตรี เพื่อแลกกับการปรับคณะรัฐมตตรี ของกลุ่ม 3 ช.จน นายกรัฐมนตรี ออกมาประกาศว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมตตรี พร้อมทั้งเตือนผู้ที่แอบอ้างเบื้องสูงมาหวังผลทางการเมือง ก่อนจะมีการเคลียร์ใจ ระหว่างพี่น้อง 3 ป.และระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ ร้อยเอก ธรรมนัส โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่เป็นกาวใจ ก่อนการลงมติที่นายกรัฐมนตรีผ่านการไว้วางใจมาได้ และไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีการเสนอปลด 2 รัฐมนตรี แทนการปรับ ครม.


การปลด ร้อยเอกธรรมนัส ยังส่งผลต่อเสถียรภาพภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้อยเอกธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค และประกาศตัวเป็นพ่อบ้านใหญ่ของรัฐบาล แม้จะถูกปลดจากรัฐมนตรี แต่ ร้อยเอกธรรมนัส ยังเป็น ส.ส. และยอมรับว่า อาจไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ในขณะที่ภายในพรรค มีรายงานข่าวว่า หากพลเอกประวิตร ปล่อยมือให้ ร้อยเอกธรรมนัส และนางนฤมล ไม่เข้ามามีบทบาทภายในพรรค จะทำให้พรรคสามัคคีขึ้น และกลุ่มส.ส.ที่เหลือ จะร่วมกันสร้างพรรคให้แข็งแรงขึ้นเพื่อสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี




ส่วนการลงติร่างรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย.) ที่จะมีการโหวตวาระที่ 3 สาระสำคัญ คือการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะโหวตให้ผ่านความเห็นชอบ


สำหรับการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ น่าจับตาจะผ่านหรือไม่ เพราะก่อนหน้าที่นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แม้เป็นร่างที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสนอด้วย มีแนวโน้ม เสียง ส.ส.จะผ่านกว่ากึ่งหนึ่ง และต้องใช้เสียง ส.ว.อีกกว่า 84 เสียง แต่เมื่อเกมเปลี่ยนมาอยู่ข้างพลเอกประยุทธ์ จึงต้องติดตามว่า ร่างรัฐธรรมนูญวันพรุ่งนี้จะผ่านหรือไม่

ข่าวยอดนิยม