การเมือง

'ก้าวไกล' ชี้นายกฯ คะแนนรองบ๊วย สะท้อนความชอบธรรม นักวิชาการ คาด ยังยากที่จะยุบสภา

04 ก.ย. 2564

34 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไป หลังได้รับมติไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับอีก 5 รัฐมนตรี แต่จากคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจของ นายกรัฐมนตรี ที่มีมากที่สุด และได้รับความไว้วางใจรองบ๊วย ทำให้พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้ยุบสภา เพราะรัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว




ขณะที่การลงมติครั้งนี้ยังเห็นปรากฏการณ์นอกจาก งูเห่าฝ่ายค้าน ยังมี 5 เสียง กบฏพรรคร่วมรัฐบาล ที่ประกาศว่าลงมติตามเสียงของประชาชน ขณะที่นักวิชาการ มองว่า การเมืองหลังจากนี้โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภา หรือ ลาออก เป็นไปได้ยาก สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้คือการปรับคณะรัฐมนตรี


ผลการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 6 รัฐมนตรีได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจมากกว่ากึ่งหนึ่ง โดย พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 264 เสียง ไม่ไว้วางใจ 208 เสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงสาธารณสุข ได้รับความไว้วางใจ 269 เสียง ไม่ไว้วางใจ 196 เสียง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน ได้รับความไว้วางใจ 263 เสียง ไม่ไว้วางใจ 201 เสียง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม ได้รับความไว้วางใจ 269 เสียง ไม่ไว้วางใจ 195 เสียง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตร ได้รับความไว้วางใจ มากที่สุด 270 เสียง ไม่ไว้วางใจ 199 เสียง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ได้รับความไว้วางใจ 267 เสียง ไม่ไว้วางใจ 202 เสียง ถึงอย่างนั้นนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่หนักใจ จะทำงานต่อไป และมีกำลังใจ เพราะมีหัวใจเท่ากำปั้น


นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยอมรับว่าผิดหวังกับการลงมติในวันนี้ แต่ว่าในทางการเมืองถือว่ามีความสำเร็จ ที่ควบคุมวาระทางสังคม ได้เพราะเห็นชัดว่า สังคมไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว และคะแนนเสียงของนายกรัฐมนตรี ที่รองบ๊วย และ มีคะแนนไม่ไว้วางใจ สูงสุด แสดงว่า รัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือการยุบสภา




ในขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอบคุณทุกคะแนนเสียง และเห็นว่าไม่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เช่นเดียวกับนายเฉลิมชัย ที่ได้คะแนนเสียงไว้วางใจสูงสุด เห็นว่ารัฐบาลได้รับความไว้วางใจให้ทำงานต่อได้ และพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น ส่วนมีการเรียกร้องให้ยุบสภา เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ที่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะยังมีงานที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ


ผลการลงมติที่มีคะแนนต่างกัน พบว่าตัวแปรสำคัญ มาจากพรรคเล็ก ที่พบว่า มี 3 เสียงจากพรรคเล็กที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี คือ นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.พรรคประชาธิปไตยใหม่ นายพีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค ส.ส.พรรคไทยรักธรรม และ นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย โดยประกาศขอเป็นกบฏพรรคร่วมรัฐบาล ที่ฟังเสียงประชาชน


นอกจากนี้ในส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ นอกจากนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยังมีนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ที่หันมาลงมติไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี ส่วนคะแนนเสียงของนายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม มากกว่านายกรัฐมนตรี ไป 5 เสียง จาก 5 ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ที่แสดงตัวย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว และมีเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล งดออกเสียง มากถึง 8 เสียง มีทั้ง นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ จากพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศโหวตสวนมติพรรค ลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และงดออกเสียง 5 รัฐมนตรี และยังมีมาดามเดียร์ นางสาววทัญญ วงศ์โอภาสี มีพรรคประชาธิปัตย์ สองคน คือนายพนิต วิกฤตเศรษฐ และนายอันวาร์ สาแระ และพรรคเพื่อชาติ 4 เสียง ลงให้นายศักดิ์สยาม เหมือนกัน รวมถึงนายสุชาติ ที่ มีพรรคเล็ก 3 เสียงไม่ไว้วางใจ คือนายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.ครูไทยเพื่อประชาชน ไม่ไว้วางใจ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.เพื่อชาติไทย และ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.ไทรักธรรม ส่วนคะแนนของนายเฉลิมชัย ที่มากที่สุด พบว่า 1 เสียงที่ไว้วางใจมาจาก นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ยอมรับขอไว้วางใจคนเดียว


ส่วนพรรคเพื่อไทย พบว่า มี 6 ส.ส.แตกแถว โหวตสวนมติพรรค เช่นนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถุ์ ที่ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และงดออกเสียง 5 รัฐมนตรี ส่วนอีก 5 คน ที่ไม่มาลงคะแนน ให้นายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังไม่แถลงท่าที แต่เตรียมพิจารณาตามขั้นตอน และเห็นว่า แม้จะแพ้ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือไปแล้ว โดยเฉพาะกรณีอื้อฉาวกลางสภา


สำหรับผลการลงมติที่แม้จะผ่านความไว้วางใจ แต่ยังต้องจับการการเปลี่ยแปลงทางการเมือง ที่นักวิชาการมองว่า โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภา หรือลาออกในเวลานี้ ยังเป็นไปได้ยาก มากที่สุดอาจปรับคณะรัฐมนตรี และสิ่งที่น่าสนใจคือการกล้าโหวตสวนของ กบฎพรรคร่วมรัฐบาล ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญ

ข่าวยอดนิยม