อาชญากรรม

รวบหนุ่มอินเดีย ฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติ อ้างแค้นถูกผู้ตายแจ้งตร.จับ เป็นบุคคลต่างด้าว

02 ก.ย. 2564

5 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

วานนี้ (1 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ตำรวจ สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


ภายในซอยรังสิตนครนายก 17 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฆ่าหั่นศพเป็นชายชาวอินเดีย นำมาทิ้งป่าหญ้าข้างทาง ก่อนจะควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมาเป็นเพื่อนร่วมสัญชาติเดียวกัน


จากการตรวจสอบสภาพศพถูกหั่นเป็น 2 ท่อน โดยท่อนล่างยัดใส่ถุงพลาสติกสีแดงหอด้วยผ้านำไปทิ้งในซอยดังกล่าว ส่วนท่อนบนตั้งแต่เอวถึงศีรษะถูกมัดด้วยเชือกยัดใส่ถุงดำหลายชั้น ใส่กระสอบปุ๋ยสีเขียว ผู้ตายสวมเสื้อเชิ้ตสีแดงศีรษะถูกตีด้วยของแข็งหลายแผล นำมาทิ้งในป่าหญ้าข้างทางซอยเดียวกันห่างจากจุดแรก ประมาณ 500 เมตร


คดีนี้เมื่อวัน ที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณเที่ยงคืน MR.SURYA PRATAP SHAHI (สัญชาติอินเดีย) อายุ 38 ปี ไปแจ้งความพนักสอบสวน สภ.คลองหลวง ว่า MR.MAHESH SINGH อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพี่ชาย ได้หายตัวออกจากบ้านพักพร้อมรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 10.30 น. โดยแจ้งว่าจะไปหาเพื่อน ยังไม่กลับบ้านเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน


ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง สืบทราบว่าตามวันเวลาที่ได้รับแจ้ง ก่อนที่ MR.MAHESH SINGH (ผู้ตาย) จะหายตัวไปได้มีการนัดพบกับ MR.RAVIPRAKASH SING อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนรู้เห็นในการหายตัวไปดังกล่าว


โดย MR.RAVIPRAKASH SING (ผู้ต้องสงสัย) ถูกจับกุมตัวในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (OVER STAY)” และประกันตัวออกมาจนในวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ได้เดินทางไปขึ้นศาล และศาลตัดสินให้ผลักดันออกนอกราชณาอาจักรและนำตัวมาฝากขังไว้ที่ สภ.คลองหลวง เพื่อรอผลักดันต่อไป


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เบิกตัวผู้ต้องสงสัย มาเพื่อสอบถามและรับว่าตนเองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายใช้ท่อนเหล็กตีจน MR.MAHESH SING เพื่อนร่วมสัญชาติเดียวกัน เสียชีวิติที่ห้องพักของตนเอง โดยช่วงเช้าของวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ผู้ก่อเหตุได้โทรหาผู้ตาย บุคคลที่หายตัวไปให้เข้ามาพบตนเองที่หอพักไม่มีชื่อ ห้อง 6 ซอยคลองหลวง 8 ม.1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


โดยก่อเหตุจากความขัดแย้ง ปัญหาเรื่องข้อพิพาทที่ดินของทั้งคู่ในประเทศอินเดีย และความแค้นถูกผู้ตายแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมผู้ก่อเหตุ กรณี OVER STAY ถึง 2 ครั้ง


โดยผู้ก่อเหตุเชื่อว่าผู้ตายเป็นผู้แจ้งตำรวจมาจับตนเอง หลังก่อเหตุได้ใช้อาวุธมีดหั่นศพผู้ตายออกเป็นสองท่อน และนำชิ้นส่วนศพไปทิ้งริมถนนภายในซอยรังสิต-นครนายก 17 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่ใต้สะพานลอยหน้าบริษัท บริสโตน และเก็บดอกกุญแจรถของผู้เสียชีวิตไว้


พี่ชายของผู้เสียชีวิต เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้สอบถามผู้ก่อเหตุบอกว่าวางแผนลงมือฆ่ามานาน 2 เดือน โดยก่อนเกิดเหตุได้ล่อลวงผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนกันไปที่ห้องพักเพื่อกินข้าวกลางวัน และได้พุดคุยกันถึงปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ไม่ได้ทะเลาะกัน จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ใช้เหล็กยาว 50 ซม. ตีศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง


ผู้ตายพยายามต่อสู้แต่สู้ไม่ไหวจนแน่นิ่งเสียชีวิต ตั้งใจจะยกร่างไปทิ้งอำพรางแต่ยกไม่ไหวเพราะหนัก จึงนำมีดมาหั่นศพเป็น 2 ท่อน แล้วเดินไปหาถุงดำตามถังขยะในซอย นำร่างยัดใส่ถุงและกระสอบปุ๋ย รอบแรกนำชิ้นส่วนท่อนบ่นขั้นรถ จยย. ไปทิ้งป่าหญ้าข้างทาง


จากนั้นกลับมาที่ห้องเช่า ผ่านไป 1-2 ชั่วโมง ก็ขนชิ้นส่วนท่อนล่างไปทิ้งในป่าหญ้าซอยเดียวกัน ห่างจากจุดแรก 500 เมตร ชนวนเหตุไม่เกี่ยวกับเรื่องปล่อยเงินกู้


พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า ผู้ก่อเหตุสมัครใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปชี้จุดทิ้งศพของผู้ตายภายในซอยรังสิต-นครนายก 17 และพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดท่อนเหล็กและอาวุธมีดที่ใช้หั่นศพผู้ตาย ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักของตนเอง นำมาประกอบพยานหลักฐานและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีต่อไป 


โดยหลักฐานสำคัญที่มัดตัวคือวงจปิดในหอพักของผู้ก่อเหตุ จับภาพผู้ตายเดินเข้าไปภายในห้องพักของผู้ก่อเหตุ จากนั้นผู้ตายไม่ได้เดินออกมาจากห้องนั้นอีก ซึ่งในคืนวันเดียวกันนั้นวงจรปิดจับภาพผู้ก่อเหตุหอบหิ้วถุงและกระสอบออกจากห้อง 2 รอบ คาดว่าเป็นร่างของผู้ตายที่ถูกฆ่าหั่นศพเพื่อนำไปทิ้งอำพราง กระทั่งเจ้าหน้านำตัวเพื่อนผู้ตาย (เจ้าของห้อง) มาเค้นสอบปากคำและรับสารภาพ


นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ห้องเช่าจุดฆ่าหั่นศพ ปิดประตูด้านนอกไว้ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า โดยได้เจอเจ้าของห้องเช่าแต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล พอเห็นนักข่าวก็เดินหลบเข้าไปด้านใน ขณะที่ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับหอพักของผู้ก่อเหตุ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 7 ปี โดยผู้ก่อเหตุจะปล่อยเงินกู้ให้กับคนในละแวกนั้น


บางครั้งก็มาเดินขายกางเกงเจเจและขายถั่วบ้าง โดยในวันเกิดเหตุ ช่วงค่ำตนได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุคุยโทรศัพท์เป็นภาษาต่างชาติ เสียงดังมาจากบนห้อง ลักษณะเหมือนกับทะเลาะวิวาทกับปลายสาย ในส่วนของผู้ตายนั้นเคยเห็นไปมาหาสู่กันกับผู้ก่อเหตุอยู่บ่อย ๆ แต่ในวันเกิดเหตุนั้นตนไม่เห็น



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Tgc_pfgcqFg

ข่าวยอดนิยม