การเมือง

'เพื่อไทย' ร่อนหนังสือขู่ ส.ส. หากโหวตสวนมติไม่ไว้วางใจ มีโทษพ้นสมาชิกพรรค

30 ส.ค. 2564

105 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

เพื่อไทยเปิดยุทธการ "หยุดยุทธ์ หยุดโอหัง คลั่งอำนาจ หยุดความพินาศของประเทศ" หวังเปลี่ยนนายกฯ ในศึกซักฟอก


ขณะที่  'นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์' หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงนามคาดโทษ ส.ส.เพื่อไทยทุกคน ต้องลงมติไม่ไว้วางใจทั้ง 6 รัฐมนตรี หากฝ่าฝืนมีโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเตรียมความพร้อม ก่อนการอภิปรายไม่ไว้ใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 64)  โดยเชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ เพราะหวังให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี และ ครม.


พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมหลายอย่าง โดยได้เปิดยุทธการ "หยุดยุทธ์ หยุดโอหัง คลั่งอำนาจ หยุดความพินาศของประเทศ" ไม่ต้องการให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศที่ทำให้เกิดความผิดพลาด ล้มเหลวและประชาชนได้รับความเสียหายอีกต่อไป


และการลงมติไม่ไว้วางรัฐบาลในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้กำชับส.ส. ภายในพรรคทุกคน ต้องปฏิบัติตามมติพรรคอย่างเคร่งครัด โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้ออกเป็นหนังสือถึง ส.ส.ของพรรค ทุกคนต้องลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ที่ถูกอภิปราย


หาก ส.ส.ของพรรค คนใดฝ่าฝืนไม่มาประชุม เพื่อลงมติหรือลงมติที่ผิดไปจากนโยบายของพรรค ถือว่าสมาชิกผู้นั้นกระทำการอันเป็นการผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษถึงขั้นให้พ้นจากสมาชิก


ดังนั้น ส.ส.ทุกคน ห้ามลา ห้ามป่วย ห้ามขาดประชุมเด็ดขาด นอกจากนี้แคมเปญ “ลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์”  มีผู้มาลงรายชื่อแล้วกว่า 30,000 รายชื่อ


นอกจากนี้ยังได้เปิดช่องทางเพิ่ม ด้วยการลงชื่อในเว็บไซต์ของพรรค ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงออกโดยสันติวิธี และก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย ก็ได้เปิดรับให้ประชาชนร่วมส่งข้อมูล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อนำไปประกอบการอภิปราย ซึ่งมีประชาชนส่งข้อมูลมาให้จำนวนมาก


นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านได้เวลา 40 ชั่วโมง ใช้ผู้อภิปรายทั้งหมด 34 คน โดยการอภิปรายจะให้เวลาใหญ่พุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึง 33 ชั่วโมง


เวลาที่เหลือเป็นการอภิปรายอีก 4 รัฐมนตรี ประมาณคนละชั่วโมงเศษ ซึ่งนายสมพงษ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน จะเป็นผู้อภิปรายเปิดญัตติ ตามด้วย นายประเสริฐ เลขาธิการพรรค เป็นคนขยายความในญัตติ จากนั้นก็จะเป็นการอภิปราย โดยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแต่ละพรรค


ซึ่งเวลาในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน ได้จัดสรรให้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์


โดยลำดับรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายจะเริ่มจาก นายกรัฐมนตรี เป็นคนแรกซึ่งอาจจะพ่วง นายอนุทิน ด้วย ซึ่งจะเป็นประเด็นเรื่องโควิด-19 เชื่อมไปเศรษฐกิจ และทุจริตในเรื่องอื่นๆ


จากนั้นจะเป็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส


โดยคาดว่าจะอภิปรายได้ตามกรอบเวลา และตนเองจะเป็นผู้อภิปรายสรุปปิดญัตติ เพื่อเป้าหมายสู่การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เชื่อว่าจะมีมติไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย



ข่าวยอดนิยม