อาชญากรรม

‘ผู้กำกับโจ้’ สารภาพ ต้องการขยายผลยาเสพติด ไม่มีรีดเงิน ยอมรับผิดคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว

27 ส.ค. 2564

26 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) ผบ.ตร.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวการจับกุม ผู้กำกับโจ้ โดยมีการโฟนอินกับผู้กำกับกับโจ้ ยอมรับสารภาพผิดคนเดียวลูกน้องไม่เกี่ยว


โดยกรณีการออกหมายจับ พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีต ผู้กำกับสภ.เมืองนครสวรรค์ หลังจากนั้น เมื่อวานนี้ ผู้กำกับโจ้ ขอเข้ามอบตัวกับ พันตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการภาค 6 ก่อนมีการนัดหมายมอบตัวกันที่หน้า สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรี เวลา 16.00 น. ก่อนถูกคุมตัวมาที่กองปราบปราม


ต่อมาเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่นำตัวผู้กำกับโจ้ มาที่กองปราบปราม โดยมีพลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบสวน โดยจะเห็นว่าร่างกายของผู้กำกับโจ้ ซูบผอม อยู่ในชุดเชื้อแขนสั้นสีเขียว สวมเสื้อเกาะ


หลังจากนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมเปิดเผยเหตุที่เกิดขึ้นก่อนที่จะถูกออกหมายจับ ติดตามการจับกุมข้าราชการตำรวจทั้ง 7 นาย โดย ผบ.ตร.บอกว่า และการรับมอบตัวนั้น เราะพยายามทำให้สังคมเห็นว่า เราไม่เคยปกป้องคนกระทำผิด เราเอาทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุุติธรรม แต่อาจไม่ไม่ช่วยสิ่งที่สูยเสียไปดีขึ้น แต่อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าเราไม่เคยปกป้องสังคมตำรวจ องค์กรตำรวจจะอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นของประชาชน


นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังขอโทษประชาชนที่เกิดเรื่องแบบนี้ พร้อมยืนยันองค์กรตำรวจตรวจสอบได้ ไม่เคยมีตำรวจที่กระทำผิดแล้วพ้นโทษ หรือหลบหนีลอยนวล พร้อมยืนยัน แม้เป็นยศชั้นไหน ตั้งแต่ ผบ.ตร.ถึงชั้นล่าง ถ้าทำผิดก็ถูกลงโทษ ขอให้มั่นใจ


จากนั้น ผบ.ตร.ให้ผู้กำกับโจ้ โฟนอิน ซึ่งมีทนายความส่วนตัวกับตำรวจอยู่ด้วย และเต็มใจจะตอบคำถามสื่อมวลชน โดยผู้กำกับโจ้ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีลูกน้องมาแจ้งว่าจับยาเสพติดแล้วเจอมือถือถ่ายรูปก่อนหน้านั้น 2 ชั่วโมง พบว่ามียาไอซ์ 1 กิโลกรัม ยาบ้า 1-2 หมื่นเม็ด จึงลงไปดู


ตนพยายามถามน้อง (ผู้ต้องหา) แต่ไม่บอกความจริง ยอมรับที่ทำไปไม่ถูกต้อง ที่ทำไปเพราะจะเอาข้อมูล ต้องการทำลายเรื่องยาเสพติด ขอยอมรับผิด ตนสั่งให้ลูกน้องทำ และลูกน้องก็ได้ห้ามตนแล้ว และขอยอมรับผิดเพียงคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ตนทำเพื่องาน ไม่มีเรื่องเงินอย่างแน่นอน


ส่วนเรื่องเอาถุงคลุมหัว 6 ใบเป็นเรื่องจริง เพราะไม่อยากให้เห็นหน้าตน น้องพยายามฉีกถุงคลุมหัว จึงเอากุญแจมือพ่ายหลังหว้แล้วเอาถุงคลุมอีกเพราะขาด ตอนสลบไปเราก็ตกใจ จับชีพจรและยังหายใจอยู่ จึงให้ลูกน้องช่วยปั๊มหายใจ


ส่วนเงิน 1 ล้านบาทนั้นขอสาบานกับพระที่ห้อยคอว่าชีวิตรับราชการมาไม่เคยทุจริตเรื่องเงิน ไม่มีรับเรียกเงินอย่างแน่นอน


ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมผู้ต้องหาสลบไปจึงไม่แจ้งผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับโจ้ กล่าวว่า ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก ให้ลูกน้องมาช่วยปั๊ม ทำซีพีอาร์แล้วส่งโรงพยาบาล


สำหรับเรื่องยาเสพติดนั้น เรารู้จักแฟนของเขาว่าเสพยาหนักทุกวัน นอนน้อย และพักผ่อนน้อย ตนยอมรับผิดทุกประการ ไม่มีเจตนาฆ่า มีเจตนาทำเพื่อประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์


ส่วนข่าวที่ดังไปทั่วโลก ขอโทษประชาชนทุกคน ตั้งใจทำงานหนัก แต่พลาดไป และกราบขอโทษพ่อแม่น้องผู้ต้องหา รวมทั้งขอโทษ ผบ.ตร. และตำรวจที่ทำให้องค์กรตำรวจเสียหาย


ส่วนกระแสข่าวที่มีทนายความเรียกเงินนั้น ไม่เป็นความจริง โดยช่วงเกิดเหตุนั้นตนตกใจ ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงโทรแจ้งพ่อน้องก่อน ไม่มีการข่มขู่พ่อของผู้เสียชีวิต และไม่ได้ให้เงินพ่อผู้เสียชีวิต มีเพียงช่วยทำบุญงานศพ 3 หม่นบาท และสาเหตุที่ลาดน้ำใส่หน้าน้องผู้ต้องหา เพราะคิดว่าสลบ จึงเอาน้ำสาดให้ตื่น ไม่เคยเจอแบบนี้ คิดว่าน้องแกล้งและไม่อยากให้เห็นหน้าตน จึงเอาถุงมาคลุมเพิ่ม


ส่วนประเด็นเรื่องถอดกล้องวงจรปิดหลังจากเกิดเหตุนั้น เพราะช็อกไม่เคยเจอมาก่อน อายุน้อยประสบการณ์น้อย ไม่รู้จะทำยังไงจึงสั่งให้ถอดกล้องวงจรปิดในห้อง นอกจากนี้ยังไม่มีการบันทึกจับกุม เพราะแค่นำตัวมาสอบข้อมูลเท่านั้น


ขณะเดียวกัน ช่วงที่ผู้กำกับโจ้ โฟนอิน ผู้กำกับโจ้ได้ระบุว่า ผมยอมรับผิด และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรจะจำคุกตลอดชีวิตผม แต่ผมขอให้การว่าผมไม่มีเจตนาฆ่าน้อง แต่เต็มใจที่ทำงานเพื่อประชาชนไม่ให้ลูกหลานคนนครสวรรค์ติดยา ต้องกราบขอโทษประชาชนทุกคน ผมตั้งใจทำงานจริงๆ แต่พลาดไป กราบขอโทษพ่อผู้ตายเพราะไม่มีเจตนา และกราบขอโทษ ผบ.ตร.และตำรวจทุกคน องค์กรตำรวจยังมีคนดีๆ เยอะ ผมผิดเอง


ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้กำกับโจ้ รู้สึกอย่างไรที่ตำรวจชั้นผู้น้อยนำคลิปมาเผยเพราะ ขณะนั้นพลตำรวจเอกสุชาติ ธีรสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ตัดบทขอให้พอแค่นี้ หลายอย่สางเกรี่ยวข้องกับคดี ถ้าคุณถามยังนี้ก็เจ๊ง ไม่ต้องดำเนินคดี ส่งฟ้องตอนนี้เลย หรือไม่ส่งฟ้องเลย แล้วแต่ คุณจะเอายังไง ผมคิดว่าแค่นี้มันก็เกินพอ


ด้านพลตำรวจตรี เอกรักษ์ ล้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าว่า ผู้กำกับโจ้โทรหาตอน 5 ทุ่ม(25 ม.ค.)บอกว่าไม่ไหวแล้วจะฆ่าตัวตาย ก็ได้บอกไปว่า ถ้ามึงตายแล้วตำรวจจะเหลืออะไร ถ้าเป็นลูกผู้ชาย ให้กลับมารับผิดชอบกรณีดังกล่าว เป็นตำรวจต้องมีเกรียติ หนีไปไม่ได้ ทำให้อะไรดีขึ้น แล้วผู้กำกับโจ้ก็บอกว่า พรุ่งนี้ (26 ส.ค.) พี่มารับผมที่ชลบุรี 4 โมงเย็น หน้า สภ.แสนสุข มาคนเดียว อย่ามีอาวุธ ซึ่งตนก็ใส่เครื่องแบบมายืนรอหน้า สภ.แสนสุข และเมื่อมาถึง ก็มีคนลงจากรถแล้วบอกว่าผมชื่อโจ้ ใส่แมสก์ ลงมาจากรถเก๋งสีขาว แต่ไม่ได้มองทะเบียน ก็ทำบันทึกที่ สภ.แสนสุข และรายงานผู้บังคับบัญชา นำตัวมากองปราบฯ


หลังจากนั้น ตำรวจกองบังคับกองปราบปราม ชุดหนุมานได้ควบคุมตัวผู้กำกับโจ้ ขึ้นรถตู้ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครสวรรค์ เพื่อสอบปากคำ ดำเนินคดีตามกฎหมาย








ข่าวยอดนิยม