อาชญากรรม

“ผมขออโหสิกรรมคนปล่อยคลิป” เปิดใจ 'ผกก.โจ้' ยันไม่มีเจตนาฆ่า ที่คลุมถุงเพราะไม่อยากให้ผู้ต้องหาเห็นหน้า

27 ส.ค. 2564

1.6K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

จากกรณีที่มีการออกหมายจับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมกับพวกอีก 6 คน หลังมีคลิปถุงคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเน็ตแฉภาพน้องชายเคยถูก 'ผกก.โจ้' ซ้อม-รีดเงิน แลกคดียาจะได้เบาลง


กระทั่งล่าสุด ‘ผู้กำกับโจ้’ ติดต่อขอมอบตัวกับ พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ก่อนมีการนัดหมายมอบตัวกันที่หน้า สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เวลา 16.00 น. ของวานนี้ (26 ส.ค.) ก่อนถูกคุมตัวมากองบังคับการปราบปราม


วานนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายหลังเจ้าหน้าที่นำตัว ‘ผู้กำกับโจ้’ มาถึงกองปราบฯ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำ โดยร่างกาย ‘ผู้กำกับโจ้’ ซูบผอม อยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีเขียว สวมเสื้อกราะ และถูกพันธนาการ



จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ตั้งโต๊ะแถลงข่าวได้เผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการออกหมายจับ ติดตามจับกุมกลุ่มข้าราชการตำรวจที่ร่วมกันก่อเหตุได้แล้วครบทั้งหมด 7 คน การจับกุมและการรับมอบตัวนั้นพยายามทำให้สังคมเห็นว่า “เราไม่เคยปกป้องคนกระทำผิด เราเอาทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อาจไม่ได้ช่วยให้สิ่งที่สูญเสียไปดีขึ้น แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นว่าเราไม่เคยปกป้อง สังคมตำรวจ องค์กรตำรวจจะอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นของประชาชน”


ผบ.ตร. ยังได้ขอโทษประชาชนที่เกิดเรื่องแบบนี้ ยืนยันองค์กรตำรวจตรวจสอบได้ ไม่เคยมีตำรวจที่กระทำผิดแล้วพ้นโทษหรือหลบหนีได้ลอยนวล ยืนยัน แม้เป็นยศชั้นไหน ตั้งแต่ ผบ.ตร.ถึงชั้นล่าง ถ้าทำผิดก็ถูกลงโทษ ขอให้มั่นใจ พร้อมระบุว่า ทุกคนคงอยากฟังรายละเอียดจากปากผู้กำกับโจ้ โดยจะไม่นำผู้ต้องหามาแถลงข่าว โดยให้ผู้กำกับโจ้ โฟนอินตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าว



จากนั้น ผบ.ตร. ให้ ผู้กำกับโจ้ โฟนอินซึ่งมีทนายความส่วนตัวกับตำรวจอยู่ด้วย และเต็มใจจะตอบคำถามกับสื่อมวลชน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีลูกน้องมาแจ้งว่าจับยาเสพติดแล้วเจอมือถือถ่ายรูปก่อนหน้านั้น 2 ชั่วโมง พบว่ามียาไอซ์ 1 กิโลกรัม ยาบ้า 1-2 หมื่นเม็ด จึงลงไปดู ตนพยายามถามแต่ไม่ยอมบอกความจริง ยอมรับที่ทำไปไม่ถูกต้อง ที่ทำเพราะจะเอาข้อมูล ต้องการทำลายเรื่องยาเสพติด ขอยอมรับผิด ตนสั่งลูกน้องให้ทำ ซึ่งลูกน้องก็ห้ามแล้ว


ขอยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ตนทำเพื่องาน ไม่มีเรื่องเงินอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องเอาถุงคลุมหัวก็เป็นเรื่องจริง เพราะไม่อยากให้เห็นหน้า เขาพยายามฉีกถุุง จึงเอากุญแจมือใส่พ่ายหลังไว้แล้วเอาถุงคลุมอีกเพราะขาด ตอนสลบไปเราก็ตกใจ จับชีพจรและยังหายใจอยู่ จึงให้ลูกน้องช่วยปั๊มหัวใจ สำหรับเงินหนึ่งล้านบาทนั้น ขอสาบานกับพระที่ห้อยคอว่าชีวิตรับราชการมาไม่เคยทุจริตเรื่องเงิน ไม่มีเรื่องเรียกเงินอย่างแน่นอน



ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมผู้ต้องหาสลบไปจึงไม่แจ้งผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวว่า ทำอะไรไม่ถูก ให้ลูกน้องมาช่วยปั๊ม ทำซีพีอาร์แล้วส่ง รพ. สำหรับเรื่องเสพยานั้น เรารู้จากแฟนของเขาว่าเสพยาหนักทุกวัน นอนน้อย และพักผ่อนน้อย ตนยอมรับผิดทุกประการ ไม่มีเจตนาฆ่า มีเจตนาทำเพื่อประชาชนจริง ๆ


ส่วนที่มีข่าวดังไปทั่วโลก ขอโทษประชาชนทุกคน ตั้งใจทำงาน แต่พลาดไป และกราบขอโทษพ่อแม่และน้อง รวมทั้งขอโทษ ผบ.ตร. และตำรวจ ที่ทำให้องค์กรตำรวจเสียหาย


ส่วนกระแสข่าวทนายความเรียกเงินนั้น ไม่เป็นความจริง โดยช่วงเกิดเหตุนั้นตนตกใจ ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงโทรแจ้งพ่อเขาก่อน ไม่มีการข่มขู่พ่อของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังช่วยทำบุญงานศพ 3 หมื่นบาท และสาเหตุที่สาดน้ำใส่หน้าเพราะคิดว่าสลบ จึงเอาน้ำสาดให้ตื่น แต่ก็ไม่ตื่นตกใจ ไม่เคยเจอ คิดว่าเขาแกล้ง



สำหรับสาเหตุที่ใช้ถุง 6 ใบ เพราะต้องการปิดหน้าตนตั้งแต่แรก หลังจากนั้นเขาดิ้น และไม่อยากให้เห็นหน้าตน จึงต้องใช้ถุงคลุมเพิ่ม และเรื่องถอดกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุนั้นเพราะช็อกไม่เคยเจอมาก่อน อายุน้อยประสบการณ์น้อย ไม่รู้จะทำยังไง จึงสั่งให้ถอดวงจรปิด และไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดในห้อง นอกจากนี้ยังไม่มีการบันทึกจับกุม เพราะแค่นำตัวมาสอบข้อมูลเท่านั้น


ช่วงหนึ่งของการโฟนอิน ผู้กำกับโจ้ ระบุว่า “ผมยอมรับผิดและยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรจะจำคุกผมตลอดชีวิต แต่ผมขอให้การว่าผมไม่ได้มีเจตนาฆ่าน้อง แต่เจตนาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนไม่ให้ลูกหลานคนนครสวรรค์ติดยา ต้องกราบขอโทษประชาชนทุกคน ผมตั้งใจทำงานจริง ๆ แต่พลาดไป กราบขอโทษพ่อแม่ผู้ตายเพราะไม่มีเจตนา และใจจริงก็ทราบว่าไม่ได้ตายเพราะการที่เราไปคลุมหัวเพื่อต้องการเอาข้อมูลยาเสพติด และกราบขอโทษผบ.ตร. และตำรวจทุกคน องค์กรตำรวจยังมีคนดี ๆ เยอะ ผมผิดเอง”


ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้กำกับโจ้รู้สึกยังไงที่ตำรวจชั้นผู้น้อยนำคลิปมาเผยแพร่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ตัดบทขอให้พอแค่นี้ หลายอย่างเกี่ยวข้องกับคดี ถ้าคุณถามกันอย่างนี้ก็เจ๊ง ไม่ต้องดำเนินคดี ส่งฟ้องตอนนี้เลย หรือไม่ส่งฟ้องเลย แล้วแต่! คุณจะเอายังไง ผมคิดว่าแค่นี้มันเกินพอแล้ว



ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 เล่าไทม์ไลน์ก่อน ผู้กำกับโจ้ จะเข้ามอบตัวว่า ผู้กำกับโจ้โทรมาหาเมื่อคืน 5 ทุ่ม (25 ส.ค.) บอกว่าไม่ไหวแล้วจะฆ่าตัวตาย ก็ได้บอกไปว่า ตายแล้ว ตร. จะเหลืออะไร ถ้าเป็นลูกผู้ชายพอ ให้กลับมารับผิดชอบกรณีดังกล่าว เป็นตำรวจต้องมีเกียรติ หนีไปไม่ได้ทำให้อะไรดี ก็บอกว่าพรุ่งนี้พี่มารับผมที่ชลบุรี


ตนเดินทางออกจาก พิษณุโลก ตอน 9 โมง (26 ส.ค.) เที่ยงก็ถามผู้กำกับโจ้ ว่ามาไหม อยู่ไหน 4 โมงเย็นมา สภ.แสนสุข มาคนเดียวอย่ามีอาวุธ ตนก็ใส่เครื่องแบบไปยืนหน้า สภ.แสนสุข และเมื่อถึงก็มีคนลงมาบอก “ผมโจ้” ใส่แมสก์มาจากรถเก๋งสีขาว แต่ไม่ได้มองเลขทะเบียน ก็ทำบันทึก ที่สภ.แสนสุข และรายงานผู้บังคับบัญชา นำตัวมากองปราบฯ



ขณะที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยประเด็นการใช้ดุลยพินิจของแพทย์เรื่องผลตรวจปัสสาวะ พบสารเมทแอมเฟตามีน ตรงนี้ได้รับการยืนยันว่า ตรวจจากการร้องขอของพนักงานสอบสวน ในการจะผ่ากระเพาะปัสสาวะของผู้เสียชีวิตในวันที่ 7 สิงหาคม หลังจากผ่าตรวจแล้วนำปัสสาวะของผู้เสียชีวิตไปตรวจจึงพบสารดังกล่าว ถึงได้ลงความเห็นเช่นนั้น ส่วนผลอย่างเป็นทางการจะมีการส่งให้พนักงานสอบสวนอีกครั้ง ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำอย่างตรงไปตรงมา


จากนั้น 22.27 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามชุดหนุมาน ได้ควบคุมตัวผู้บกำกับโจ้ ขึ้นรถตู้ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครสวรรค์ เพื่อสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป โดยผู้กำกับโจ้ ถูกพันธนาการ ใส่หมวกแก๊ป ใส่เสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้นครึ่งเข่า เดินก้มหน้าขึ้นรถ


เมื่อถึงนครสวรรค์ ผู้กำกับโจ้เผยกับผู้สื่อข่าว "ผมมีเจตนาทำงานไม่คิดจะทำร้ายใคร ที่พูดมาเป็นความจริงทั้งหมด ส่วนเรื่องคลิปที่มีคนปล่อยออกมา ผมอโหสิกรรมให้ และไม่โกรธคนที่ปล่อยคลิป"



จากนั้นก็นำตัวไปสอบสวนต่อที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ระพีพงศ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นว. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน รับตัวไปเพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/qa47MWD-tto

ข่าวยอดนิยม