อาชญากรรม

เปิดใจ 'ผู้กำกับโจ้' แจงไม่มีเจตนาฆ่า

26 ส.ค. 2564

395 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

วันนี้ (26 ส.ค. 64) พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวถึงกรณี พันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจ 


ระหว่างแถลงข่าวได้มีการต่อสายตรงถึงผกก.โจ้ โดยเจ้าตัวได้เปิดใจทุกคำถาม และยอมรับผิดทุกอย่าง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า


"ข้อหาที่ถูกตั้ง ขอรอไปให้การที่ชั้นศาล แต่ผมจะขอพูดข้อเท็จจริง ความจริงก็คือ ลูกน้องมาแจ้งว่าจับผู้ต้องหายาเสพติดมาได้และเจอโทรศัพท์ที่บันทึกภาพก่อนหน้านี้ 2 ชั่วโมง เป็นภาพยาไอซ์ 1 กิโลกรัม และยาบ้าเกือบ 1-2 หมื่นเม็ด"


ซึ่งโดยปกติ ผู้ต้องหากล่าวว่าตนไม่เคยลงไปดูเองเลย แต่เห็นว่านี่เป็นเคสใหญ่จึงลงไปดู และพยายามสอบถามแล้วแต่ไม่ยอมบอกความจริง


ยังกล่าวต่อว่า "ยอมรับว่าสิ่งที่ทำลงไปไม่ถูกต้อง แต่ที่ทำลงไปเพื่อที่จะต้องการเอาข้อมูล และทำลายยาเสพติดที่ทำร้ายชาวนครสวรรค์ ส่วนลูกน้องทุกคน ผมยอมรับผิดเพราะ ผมสั่งลูกน้องให้ทำเอง ลูกน้องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และได้ห้ามผมแล้ว ผมข้อรับผิดแต่เพียงผู้เดียว เพราะว่าผมเป็นนายสั่งลูกน้อง ลูกน้องก็ต้องทำ เราทำก็เพื่อต้องการทำงาน เรื่องเงินไม่เกี่ยว"


กล่าวถึงกรณีเอาถุงคลุมหัว ผกก.โจ้ เผยว่า "ผมเอาถุงคลุมเขาจริงๆ เจตนาตอนแรกคือไม่อยากให้เขาเห็นหน้า แต่เขาเอามือมาพยายามฉีกถุง ผมเลยต้องมัดเขา และหลังจากนั้นต้องเอากุญแจไขว้หลัง ไม่อย่างนั้นเขาก็จะฉีกถุง"


ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นคลิปเสียงที่มีการพูดถึงเรื่องเงิน 1 ล้าน ทางผกก.โจ้ ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน พร้อมสาบานกับพระที่ห้อยคอได้เลย พร้อมย้ำว่าชีวิตที่รับราชการมา ไม่เคยมีทุจริตเรื่องเงิน


ระหว่างที่ผู้ต้องหาสลบไป ผกก.โจ้รับว่าตนเองนั้นก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เพราะตอนนั้นเหมือนว่าตัวผู้ต้องหาแค่สลบไปเฉยๆ จับชีพจร กับดูลมหายใจพบว่ายังหายใจอยู่แต่ก็ดูอ่อนแรง ทางผกก.โจ้ เองไม่แน่ใจจึงให้ลูกน้องมาช่วย CPR และรีบนำส่งโรงพยาบาล


เรื่องที่กล่าวว่าผู้ต้องหาเสพยาเกินขนาด ผกก.โจ้ ตอบผู้สื่อข่าวว่า "คุยกับแฟนเขา เขาบอกว่ามีการเสพยาแต่ละวันเยอะมากจริงๆ และพักผ่อนน้อย จึงคาดว่าสาเหตุน็อกมาจากการเสพยา"


ผกก.โจ้ กล่าวว่า "ผมยอมรับว่าผมผิด ผมยอมรับถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าศาลจะตัดสินอะไร จะจำคุกผมตลอดชีวิต ผมยอมรับผิดทุกประการ แต่ผมขอให้การว่า ผมไม่ได้มีเจตนาฆ่า ผมมีแต่เจตนาที่จะทำงาน ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ให้ลูกหลานประชาชนต้องติดยาเสพติด"


อีกทั้งยังได้กล่าวขอโทษถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง "ผมกราบขอโทษประชาชน ผมอยากจะพูดว่าผมตั้งใจทำงานจริงๆ ผมยอมรับในสิ่งผิดพลาดไป อันดับที่สอง ผมต้องกราบขอโทษ คุณพ่อคุณแม่ของน้องด้วยครับ เพราะว่าผมไม่ได้เจตนาจริงๆ และจริงๆก็ทราบว่าไม่ได้ตายเพราะการที่เราไปคลุมหัว เพื่อจะต้องการข้อมูลยาเสพติด กราบขอโทษท่านผบ.ตร.และตำรวจทุกคน ผมผิดเองที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ตำรวจดีๆยังมีอีกเยอะ"


กรณีน้องที่เสียชีวิต ผกก.โจ้ได้เผยว่า ช่วยเงินทำบุญงานศพไป 3 หมื่นบาท และได้ย้ำไปถึงการทำคดียาเสพติดอื่นๆอีกว่า ตนนั้นไม่เคยมีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาเช่นนี้แน่นอน


ตั้งแต่ทำงานที่นครสวรรค์มา เคสนี้เป็รเคสแรกที่ลงมาดูเองเพราะได้ข่าวว่าเป็นเคสใหญ่ พร้อมยืนยันอีกครังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการตัดสินใจของตนเพียงคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว


กรณีที่ใช้ถุงคลุมหัวถึง 6 ไป โดยผกก.โจ้กล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็ยังได้รับการยืนยันแบบเดิมว่า ต้องการเพียงไม่ให้ผู้ต้องหาเห็นหน้าเท่านั้น


กรณีมีการถอดกล้องวงจรปิดออกหลังเกิดเหตุ ผกก.โจ้กล่าวว่า "ตอนที่เกิดเหตุผมก็ช็อกครับ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อายุผมก็น้อย ประสบการณ์ก็น้อย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงบอกให้ดำเนินการ ผมเป็นคนสั่งเองครับ"


กรณีมีการถอดกล้องวงจรปิดออกหลังเกิดเหตุ ผกก.โจ้กล่าวว่า "ตอนที่เกิดเหตุผมก็ช็อกครับ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อายุผมก็น้อย ประสบการณ์ก็น้อย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงบอกให้ดำเนินการ ผมเป็นคนสั่งเองครับ"

ข่าวยอดนิยม