อาชญากรรม

นักข่าวเศร้า พ่อติดโควิดรอเตียง ก่อนผูกคอดับ ลูกชายพ้อช่วยคนอื่นมาเยอะ แต่ช่วยพ่อตัวเองไม่ได้

23 ก.ค. 2564

1.3K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตบริเวณประตูหลังห้อง ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่ง บน ถ.กาญจนาภิเษก ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เข้าตรวจสอบภายในห้องพบผู้เสียชีวิต เป็นชายอายุ 73 ปี ทราบชื่อคือนายเช้า (สงวนนามสกุล) ใช้เชือกไนลอน สีเขียว ผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในห้องพัก


จากการสอบถามนายชาลี (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี นักข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ประจำจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นลูกชาย เผยว่า คุณพ่อเป็น รปภ.อยู่คอนโดฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 ก.ค.64 พ่อโทรศัพท์มาหาตนซึ่งพักอยู่บ้านคนละหลังกัน บอกว่าเหนื่อย ไม่มีแรง หายใจไม่ออก ให้เอาข้าวมาส่งให้หน่อย เพราะอยู่คนเดียวไม่มีใครไปซื้อให้ ตนจึงรีบเอาข้าวมาให้ที่ห้องพัก แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าพ่อป่วยเพราะติดเชื้อโควิด-19


ต่อมาวันศุกร์ ที่ 16 ก.ค. พ่อได้เดินทางไปหาหมอที่ รพ. ทำการตรวจหาเชื้อ หลังจากตรวจเสร็จก็กลับคอนโดฯ วันเสาร์ที่ 17 ก.ค. ทาง รพ.โทรมาแจ้งว่าพ่อติดเชื้อโควิด พร้อมส่งเอกสารยืนยันผลการตรวจมาให้ และบอกให้ตนไปติดต่อรพ.สนาม เพราะโรงพยาบาลที่คุณพ่อไปตรวจหาเชื้อนั้น ไม่มีอุปกรณ์ครบครันในการรักษารวมถึงห้องกักตัว


ระหว่างนี้ตนบอกกับพ่อว่า “ให้อยู่แต่ในห้องนะอย่าออกไปไหนกำลังหาเตียงให้” ซึ่งพ่อไม่ได้พูดอะไร แต่ช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.ค.ก่อนหน้าที่พ่อจะผูกคอตายได้โทรมาหาตนถามเรื่องเตียงว่า “เป็นยังไงบ้างไม่ไหวแล้วเหนื่อยทรมานเหลือเกินอยากผูกคอตายให้รู้แล้วรู้รอดไปจะได้จบ ๆ ” ตนก็พูดให้กำลังใจ “พ่อใจเย็น ๆ ตอนนี้กำลังพยายามหาเตรียมให้อยู่”


จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย “ผมไม่อยากโทรไปหาพ่อ เพราะรับฟังเสียงสิ่งที่คุณพ่อพูดตัดพ้อชีวิตไม่ได้ สงสาร ผมได้ยินเสียงพ่อรับรู้ได้ว่าอาการของพ่อย่ำแย่ เราเป็นลูกไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งที่เราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ จะไปเยี่ยมก็ไปไม่ได้ มันก็ทรมานเหมือนกัน”


จนกระทั่งเช้าวันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้า อสม.โทรศัพท์มาหาตนบอกว่า พ่อผูกคอเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกแย่ ทั้ง ๆ ที่เราพยายามช่วยเหลือพ่ออย่างเต็มที่แล้ว พยายามที่จะหาเตียง ประสานขอความช่วยเหลือไปที่ผู้ใหญ่หลายท่านในจังหวัดนนทบุรี ที่รู้จักให้ช่วยหาเตียงเพื่อพาพ่อไปรักษาตัว ซึ่งผู้ใหญ่ก็รับปากว่าจะช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไป ตนไม่โทษใคร


"ผมทำข่าวมานานหลายปี โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาด เสนอข่าวช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ใครติดต่อมาตนก็รีบเข้าไปช่วยไม่เคยปฏิเสธ จนผู้ป่วยได้รับการส่งตัวรักษาใน รพ.สนาม หลายราย แต่กับพ่อตัวเองแท้ ๆ ผมช่วยอะไรไม่ได้เลยและไม่มีใครช่วย เขาอาจจะช่วยแล้วก็ได้ แต่มันช้าเกินไป กว่าจะทำตามขั้นตอนเสร็จ บางทีคนป่วยเขารอไม่ได้ตนเองก็เคยติดเชื้อโควิดแต่รักษาหาย แต่ตนโชคดีที่ไม่ตาย


ผู้ใหญ่บางคนขอเอกสาร หลักฐานอะไร ผมก็ส่งไปให้ตามระเบียบ ส่งให้จนครบ ผมรู้สึกเสียใจมาก ๆ ที่ผู้ใหญ่ในจังหวัดรับปากแล้ว แต่กลับช่วยพ่อตนไม่ได้เลย แล้วอย่างนี้ผมจะช่วยใครได้ขนาดพ่อตัวเองยังช่วยไม่ได้เลย น้อยใจมาก“


นายชาลี เผยต่อว่า ตนเข้าใจว่าคนติดเชื้อยังรอรักษาอีกเยอะ เข้าใจว่าเตียงหายาก แต่พ่อของตนไม่ไหวแล้ว หน่วยงานต่าง ๆ ที่ประสานไปโทรมาสอบถามทุกวัน ต้นก็แจ้งไปว่าพ่อไม่ไหวและเหนื่อยมาก ขณะที่พ่อโทรมาถามตนตลอดว่า “ได้เตียงหรือยัง” ก็ตอบเพียงว่า “ยังหาไม่ได้” ก็ได้แต่รอเกือบ 10 วัน เพราะเข้าใจว่าขั้นตอนการทำเรื่องเข้าระบบอาจล่าช้า พ่อของตนทนไม่ไหวจริง ๆ สุดท้ายก็คิดสั้นผูกคอตาย ไม่เคยติดว่าพ่อจะทำแบบนี้


คุณพ่อมีโรคประจำตัวตับแข็ง ไม่มีปัญหาส่วนตัว คาดว่าพ่อเครียดจากการติดเชื้อโควิด ไม่มีสถานที่รับรักษาประกอบกับสภาพร่างกายทนไม่ไหว แกบ่นเรื่องนี้เรื่องเดียวจึงตัดสินใจคิดสั้น ถ้าไม่แย่หรือทรมานจริง ๆ พ่อคงไม่ตัดสินใจทำอย่างนี้ โรคนี้ทำให้ชีวิตใครหลาย ๆ คนพังหมด


"วอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยสนใจบ้าง ต่างด้าวรีบส่งตัวไปรักษา พ่อผมคนไทยแท้ ๆ กลับไม่มีเตียง เจอเคสผู้ป่วยโควิดมาเยอะ แต่พอเจอตัวตังเองผมรับไม่ได้ แม้แต่ศพยังไม่กล้าขึ้นไปดู พ่อผมไม่น่าตาย น่าจะได้เตียงเร็วกว่านี้ มันท้อและเสียใจมาก"


เมื่อวานนี้(22 ก.ค.) ระหว่างกู้ภัยกำลังเก็บศพ ทาง รพ.บุษราคัม โทรมาถามอาการว่า “คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง” ทางโรงพยาบาลเพิ่งได้รับเรื่อง จะส่งรถมารับ ตนจึงตอบไปว่า “ไม่ทันแล้ว พ่อผมผูกคอตายแล้ว” เจ้าหน้าที่ก็แสดงความเสียใจ แต่ตนไม่ได้โทษใคร เราโทษตัวเราเอง เราหวังกับคนอื่นมากเกินไป


ด้าน น.ส.ปริษา ถูวนาทศุภกิจ อสม.รพ.สต.หมู่ 12 ต. บางบัวทอง กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีอาชีพเป็น รปภ.อยู่ที่คอนโดดังกล่าวฯ เริ่มมีอาการป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา และได้ติดต่อมาที่ตนเพื่อขอเข้ารับการรักษาตัวที่รพ.สนาม แต่ยังไม่ได้คิวเข้ารักษาเนื่องจาก ทาง รพ.สนาม เองก็มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก


จึงทำได้เพียงทำอาหารมาส่งให้กับผู้เสียชีวิตตลอด 3 มื้อ โดยครั้งสุดท้ายที่พบผู้เสียชีวิตคือเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ตนได้นำข้าวสารมาวางไว้ที่หน้าห้องแต่ลุงก็ไม่ได้ออกมาเอา กระทั่งเช้าวันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่ รปภ.ของหอพักโทรศัพท์ไปแจ้งตนว่าผู้เสียชีวิตเงียบขาดการติดต่อไป ตนจึงให้เจ้าหน้าที่นำกุญแจสำรองมาไข้ห้องเข้าไปดูก็พบเสียชีวิตแล้ว


สำหรับศพของนายเช้า หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เก็บร่างใส่ถุงซิปล็อค 3 ชั้น ลงมาจากคอนโดฯ บรรจุใส่ในโลงและใช้พลาสติกคลุมโลงศพอีกชั้น ญาตินำไปฌาปนกิจที่วัดเสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทันที



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/qcUheHgJ96c

ข่าวยอดนิยม