สรุปข่าว

“อาเซียน” อ่วม ศูนย์กลางการระบาดโควิด-19 แห่งใหม่ 1 สัปดาห์ติดเชื้อ “ครึ่งล้าน”

21 ก.ค. 2564

395 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

การระบาดของโควิด -19 ในขณะนี้ แม้ไทยจะอยู่ในสภาวะที่ลำบากอย่างหนัก จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง


แต่หากดูทั้งภูมิภาคจะเห็นว่า สถานการณ์ในแต่ละประเทศในอาเซียน ดูไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย


โดยจากสถิติ 7 วันที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. ถึงวันที่ 20 ก.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 543,432 คน



ที่มา : https://www.worldometers.info/coronavirus/


“อินโดนีเซีย” ศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่

นาทีนี้ โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ทำให้การแพร่ระบาด เป็นไปอย่างรวดเร็วในอินโดนีเซีย


เมื่อเทียบดูจากตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตของประเทศต่างๆ ในอาเซียน อินโดนีเซียตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตมากที่สุดในภูมิภาค จนกลายเป็นศูนย์กลางแพร่ระบาดในเอเชียแห่งใหม่ แทนที่อินเดีย


ภาพ : AFP


สัปดาห์ที่ผ่านมายอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ รายวันแซงหน้าอินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันในอินโดนีเซียในเดือนนี้มากกว่าเดือนที่แล้วถึง 10 เท่า


โรงพยาบาลในกรุงจาการ์ต้า เมืองหลวงอินโดนีเซีย มีสภาพไม่ต่างจากอินเดียเมื่อเดือนเมษายน ผู้ป่วยรอเตียงว่างเป็นจำนวนมาก หลายคนต้องกักตัวและรักษาตามอาการอยู่ที่บ้าน และภาพที่เราได้เห็นตามมาคือ ออกซิเจนขาดแคลน รัฐบาลต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและจัดหาออกซิเจนให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยนำเข้ามาจากสิงคโปร์และจีน พร้อมทั้งระดมแพทย์จบใหม่มากกว่า 2,000 คน และพยาบาลกว่า 20,000 คน เข้าไปปฏิบัติรับมือผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้น


ภาพ : AFP


ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุสานฝังศพในกรุงจาการ์ต้า ต้องขยายพื้นที่และขุดหลุมเพิ่ม แต่ในสภาวะเช่นนี้ เราได้เห็นชาวอินโดนีเซียหลายคน อาสาทำหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่ขับรถพยาบาลรับส่งผู้ป่วย ไปจนถึงอาสาเก็บศพตามบ้านไปฝังที่สุสาน

ภาพ : AFP


อินโดนีเซียมีประชากรราว 270 ล้านคน ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 1 ล้านโดส ในเดือนนี้ และ วันละ 2 ล้านโดสในเดือนสิงหาคม ปัจุบันมีการบริหารจัดการวัคซีนไปแล้ว 55.8 ล้านโดส ประชากร 15.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.9 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส


อินโดนีเซียมีวัคซีนทั้งหมด 142.6 ล้านโดส โดย 118.5 ล้านโดสเป็นซิโนแวค, 14.8 ล้านโดสเป็นแอสตราเซเนกา, 4.8 ล้านโดสเป็นซิโนฟาร์ม และ 4.5 ล้านโดสเป็นโมเดอร์นา



“มาเลเซีย” ผู้ติดเชื้อเหยียบล้าน

“มาเลเซีย” เข้าสู่มาตรการควบคุมการเดินทางทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 มาตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น แตะ 9,000 คน เป็นครั้งแรก ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำสถิติสูงสุด ทะลุ 10,000 คน ติดต่อกันหลายวัน ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ รัฐสลังงอร์ ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมของประเทศ จนถึงขณะนี้ มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศแล้ว 927,533 คน เสียชีวิต 7,148 คน


มาเลเซีย กลายเป็นประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ต่อประชากรมากที่สุดในอาเซียน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจาก เชื้อกลายพันธุ์ “เดลต้า” ที่มีการแพร่เชื้อได้ง่าย และ รวดเร็ว



ภาพ : AFP



รัฐบาลมาเลเซีย ถูกกดดันอย่างหนัก กับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าใช้มาตรการการควบคุมเดินทางมานานนับเดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ ชาวมาเลเซียจำนวนมาก ต้องดิ้นรนใช้ชีวิต ภายใต้มาตรการคุมเข้ม หลายคนต้องตกงาน ขาดรายได้


ภาพ : AFP


ทำให้เกิดแฮชแท็ก “ธงขาว” ในโลกออนไลน์ ที่ขอยอมแพ้ และมีการติดธงขาวที่หน้าบ้าน หรือ หน้าต่าง เพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่มีเงินหรืออาหารในการประทังชีวิต ขณะที่อัตราคนฆ่าตัวตาย ก็มีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของตำรวจพบว่า มีคนปลิดชีวิตัวเอง 468 คน ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว มีคนฆ่าตัวตายตลอดทั้งปีอยู่ที่ 631 คน ส่วนปีก่อนอยู่ที่ 609 คน


ขณะเดียวกันมาเลเซีย เร่งการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ทั่วประเทศ เพื่อหวังจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ จนถึงขณะนี้ มีชาวมาเลเซีย ได้รับวัคซีนต้านโควิด19 เข็มแรกแล้ว เกือบ 13 ล้านคน หรือ ร้อยละ 26.5 จากประชากรทั้งหมด 33 ล้านคน ส่วนผู้ที่ได้รับครบโดส 2 เข็ม อยู่ที่ร้อยละ 12.3 โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนประชากรวัยผู้ใหญ่ ครบ 100% ภายในเดือนตุลาคมนี้



ภาพ : AFP


กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ได้ประกาศแล้วว่า จะหยุดใช้วัคซีน ซิโนแวค ของจีน หากฉีดหมดสต็อก และจะใช้วัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคต่อ ซึ่งได้สั่งซื้อไปแล้ว 45 ล้านโดส เพื่อประสิทธิภาพในการต้านเชื้อกลายพันธุ์ ที่แพร่ระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศ



“เมียนมา” ศึกการเมือง - ศึกโรคระบาด รุมเร้า
“เมียนมา” เผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด 19 ระลอกใหม่ ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารแบบรายวัน และนองเลือด นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา แพทย์และพยาบาลในเมียนมา ร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลด้วย ทำให้หลายคนก็ถูกจับกุม บ้างก็หลบหนี ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ไม่เพียงพอในการรักษาผู้ติดเชื้อโ และทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ เพิ่มสูงขึ้น ทะลุ 5,000 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 ในเดือนนี้ อยู่ที่ 4,769 คน จากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ “เดลต้า”


ภาพ : AFP


นอกจากนี้ ปัญหาออกซิเจนขาดแคลนในเมียนมา โดยเฉพาะที่นครย่างกุ้ง ทำให้ประชาชนจำนวนมาก ต้องเข้าคิวเป็นแถวยาว เพื่อรอซื้อ หรือ เติมถังออกซิเจนกันตั้งแต่เช้าตรู่ในทุกๆ วัน หวังจะนำให้กับคนในครอบครัวที่ติดเชื้อ แต่ต้องดูแลตัวเอง รักษาภายในบ้าน เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีเตียงพอที่จะรองรับผู้ติดเชื้อ แม้ว่ารัฐบาลจะสั่งเพิ่มกำลังการผลิตออกซิเจน, ยกเว้นภาษี และข้อบังคับอื่นๆ สำหรับการผลิตออกซิเจน แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยังไม่ดีขึ้น


ภาพ : AFP


ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด19 ในเมียนมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนที่แล้ว อยู่ที่ 117 คน แต่แค่เพียง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม ปรากฎว่า ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 847 คน ที่เผาศพในนครย่างกุ้งและเมืองอื่นๆ เต็มไปด้วยศพที่ถูกนำมาเรียงรายตามทางเดิน เพื่อรอเผาศพ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากอาการรุนแรง จนขาดออกซิเจนช่วยหายใจ



“เวียดนาม” ยังต้องงัดไม้แข็ง ล็อกดาวน์ เร่งฉีดวัคซีน

เวียดนาม เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่รับมือกับการแพร่ระบาด เมื่อปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี แต่ปรากฎว่า ปีนี้ เวียดนาม เผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ จนถึงขั้นงัดไม้แข็ง ใช้มาตรการล็อกดาวน์ คุม นครโฮ จิ มินห์ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ, เมืองถิ่น เก่อ รวมทั้งคุมเข้มการเดินทางใน 16 จังหวัดภาคใต้ของประเทศ นาน 2 สัปดาห์ นับจากวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ภาพ : AFP


ก่อนหน้านี้ เวียดนามสามารถควบคุมผู้ติดเชื้อ ให้อยู่ที่ 2,800 คน ในช่วงปีแรกที่เกิดการแพร่ระบาดและเกือบจะไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เลย จนถึงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากนั้นตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำสถิตสูงสุด พบผู้ติดเชื้อ 22,000 คน จนนำไปสู่การประกาศล็อกดาวน์ นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ยอมรับว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็จำเป็นเพื่อยุติการแพร่ระบาด เพื่อทำให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้


จนถึงขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อสะสม 55,845 คน เสียชีวิต 254 คน



ภาพ : AFP


สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ในเวียดนาม มีประชากรอย่างน้อย ร้อยละ 4 ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนร้อยละ 70 จากประชากรทั้งหมด 98 ล้านคน ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้



“สิงคโปร์” พบคลัสเตอร์ใหม่
“สิงคโปร์” ประเทศที่ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดได้อยู่หมัด และมีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรจำนวนมาก ร้อยละ 73 ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยร้อยละ 45 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว


แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องประกาศมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดอีกครั้ง หลังพบคลัสเตอร์คาราโอเกะ 3 แห่งในเครือ KTV เลาจน์


โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 56 คน มากสุดในรอบ 10 เดือน ในจำนวนนี้ 41 คนเป็นคลัสเตอร์คาราโอเกะ และล่าสุดพบมากกว่า 120 รายแล้ว




ด้วยประสบการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ในกลุ่มคลัสเตอร์แรงงานต่างชาติ มาครั้งนี้สิงคโปร์รีบเข้าไปจัดการปัญหาโดยทันที ส่งเจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนต้นตอการแพร่ระบาด ในกลุ่มคนทำงานที่เป็นชาวต่างชาติจาก KTV เลาจน์


และทันทีที่พบการแพร่ระบาดเพิ่ม รัฐบาลสิงคโปร์ยังได้ออกมาตรการป้องกันที่แยกชัดเจนระหว่างกลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนและยังไม่ได้ฉีด ในเรื่องการรับประทานอาหารในร้าน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 กรกฏาคม


ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว รวมไปถึงผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด และหายแล้ว สามารถรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นกลุ่มได้สูงสุด 5 คน


ส่วนคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จะต้องตรวจโควิดโดยใช้แอนติเจ้น เทส ก่อนจึงจะนั่งทานอาหารกันได้ไม่เกิน 5 คน หากไม่ตรวจแอนติเจน เทส ก็จะต้องทานอาหารด้วยกันเพียง 2 คน ซึ่งร้านอาหารต่างๆจะต้องมีระบบตรวจสอบสถานะเรื่องการฉีดวัคซีนของลูกค้า



ภาพ : AFP


ในส่วนของระบบการฉีดวัคซีนสิงคโปร์ เป็นประเทศในอาเซี่ยนที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน มากที่สุดในภูมิภาค โดยประชากรร้อยละ 73 ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยร้อยละ 45 ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว นอกจากนี้ยังเข้มงวดกับยี่ห้อวัคซีน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สาธารณสุขสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ ไม่นับคนฉีดวัคซีนซิโนแว็คเข้าระบบโครงการวัคซีนแห่งชาติ จะนับเฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา เท่านั้น สิงคโปร์ตั้งเป้าไว้ว่า จะฉีดวัคซีนให้ประชากร 2 ใน 3 ให้ได้ครบสองโดสภายในวันชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

ข่าวยอดนิยม