เศรษฐกิจ

ครม.อนุมัติแพคเกจเยียวยา 10 จังหวัด ลดค่าน้ำ-ไฟ ทั่วประเทศ 2 เดือน

13 ก.ค. 2564

167 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 16:30 - 18:00 น.

เปิดมาตรการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการเพิ่มเติม เพิ่มประเภทกิจการเป็น 9 สาขา - ขยายพื้นที่คลุม 10 จังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ระยะเวลา 1 เดือน


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดฉบับที่ 27 เพื่อลดผลกระทบในระยะสั้นสำหรับกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการทั้งในและนอกระบบประกันสังคม โดยเป็นการทดแทนมาตรการช่วยเหลือตามมติครม. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ 1 เดือน รายละเอียดดังนี้


1. ขยายพื้นที่ จากเดิม 6 จังหวัด กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เพิ่มเติม 4 จังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา โดยเป็น 10 จังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด


2. เพิ่มประเภทกิจการรวม 9 สาขา จากเดิม 4 หมวดกิจการ ได้แก่ (1) ก่อสร้าง (2) ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร (3) ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ (4) กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เพิ่ม 5 หมวดกิจกรรม ได้แก่ (5) ขายส่งและการขายปลีก ซ่อมยานยนต์ (6) ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า (7) กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน (8) กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และ (9) ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร


3. รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา33

-ลูกจ้าง จ่ายเพิ่มเป็น 2,500 บาท/คน (จากที่เดิมได้ 2,000 บาท/คน) ซึ่งเมื่อรวมกับจ่ายชดเชยเยียวยาร้อยละ 50 ของรายได้ให้ลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน7,500 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ทำให้ผู้ประกันตน ม.33 สัญชาติไทย จะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐไม่เกิน 10,000 บาท/คน

-แรงงานต่างด้าวตามมาตรา 33 จะได้รับการช่วยเหลือในส่วนประกันสังคมไม่เกิน 7,500 บาท

-นายจ้างและผู้ประกอบการ รัฐบาลยังคงจ่ายให้นายจ้างตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 200 คน

-เพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 คือ ผู้ประกันตนที่ไม่มีนายจ้าง ที่ประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน


สำหรับผู้ที่อยู่นอกระบบ ม.33 อาชีพอิสระ ขอให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน


ส่วนผู้อยู่นอกระบบประกันสังคม กลุ่มผู้ประกอบการ,นายจ้าง กรณีมีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม (ม.33) ภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อที่นายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 200 คน


ขณะเดียวกันลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ภายในเดือนก.ค. จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน ขยายมาตราการช่วยเหลือจากเดิมให้เฉพาะผู้ประกอบการในหมวดร้านอาหาร เครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม ได้รับการช่วยเหลือ 3,000 บาท เท่านั้น


สำหรับผู้ประกอบการในระบบ "ถุงเงิน" โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราชนะ ขยายให้ความช่วยเหลือจากเดิมเฉพาะหมวดร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็น 5 กลุ่ม คือ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ร้าน OTOP , ร้านค้าทั่วไป, ร้านค้าบริการ และกิจการขนส่งสาธารณะ ซึ่งไม่รวมกิจการขนาดใหญ่


กรณีที่มีลูกจ้าง ขอให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาทต่อคน ต่อสถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 200 คน


และลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันสังคม (ม.40) ภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อจะได้รับเงินในอัตรา 5,000 บาทต่อคน


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรอบวงเงินสำหรับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการว่า คือจำนวน 30,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติให้ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ทั่วประเทศ เป็นเวลา 2 เดือน โดยแบ่งเป็น ลดค่าไฟ ก.ค.-ส.ค. 2564 และลดค่าน้ำ ส.ค.-ก.ย. 2564

ข่าวยอดนิยม