การเมือง

เพื่อไทยไม่ทน ยื่นซักฟอก นายกฯ บริหารล้มเหลวทำโควิดระบาดหนัก

10 ก.ค. 2564

226 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

เพื่อไทยไม่ทน! จ่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายกฯ.-รมต.” บริหารผิดพลาดทำโควิดระบาดหนักขั้นวิกฤต ประชาชนล้มตาย ห่วง “ล็อกดาวน์” เจ็บแต่ไม่จบ เพราะไร้มาตรการสธ.รองรับ แนะเปิดทางใช้ “ Rapid Antigen Test” เร่งตรวจเชื้อแบบปูพรมเข้าถึงชุมชน - ฉีดวัคซีนชนิดที่สู้สายพันธุ์เดลตาได้




นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงท่าทีของพรรคต่อสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด รวมถึงกรณีที่ศบค.ประกาศมาตรการล็อกดาวน์เมื่อวานนี้


โดยนายสมพงษ์ ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิดที่เกิดขึ้นขณะนี้ มาการกระทำของรัฐบาลเอง จนนำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถยอมรับการบริหารประเทศของรัฐบาล ซึ่งละเลยต่อชีวิตของประชาชน และเศรษฐกิจที่พังเสียหายได้ จึงมีมติร่วมกัน ที่จะเดินหน้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของบ้านเมืองในครั้งนี้




นายสมพงษ์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทย จะเปิดโปงความล้มเหลว ความผิดพลาด การทุจริตเอื้อประโยชน์บนความตายของประชาชน โดยจะนำมตินี้เข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในวันอังคารที่ 13 ก.ค.นี้ และจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป ก่อนการยื่นญัตติคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ก.ค. นี้




นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อมีการประกาศล็อกดาวน์ จะตามมาด้วยต้นทุนต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่คาดการณ์จะสร้างความเสียหาย 2 แสน 6 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ฉะนั้น ทุกวินาที คือความทุกข์ของประชาชน จึงขอให้รัฐบาลตระหนักรื่องนี้ โดยเฉพาะการเร่งเยียวยาประชาชนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งงบประมาณที่เหลืออยู่ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 5 แสนล้านบาท ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ด้าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน ในฐานะคณะทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข พรรคเพื่อไทย เห็นว่ามาตรการด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ที่ทำไปกับการประกาศล็อกดาวน์ ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำให้ผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตลดลงได้หรือไม่ จึงเสนอแนวทางต่อรัฐบาล ทั้งการเร่งตรวจเชื้อ และสถานที่ดูแลผู้ป่วยออกจากชุมชน โดยเห็นด้วยกับการใช้ Rapid Antigen Test แต่ขอให้ปรับจากที่กำหนดให้ใช้เฉพาะสถานพยาบาล 337 แห่ง และในกทม.มีเพียง 129 แห่ง ซึ่งไม่เพียงพอกับการเร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อ จึงเรียกร้องให้ปูพรมตรวจให้มากที่สุด และใช้ Rapid Antigen Test ให้มากที่สุดเพราะมี 24 ยี่ห้อที่ผ่านการรับรองแล้ว สิ่งที่ควรทำต้องเร่งเข้าถึงชุมชน ไม่ใช่ให้ประชาชนออกมานอนรอหาจุดตรวจ ที่ยิ่งจะทำให้มีผู้ป่วยมากขึ้น




ขณะที่อีกเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับวัคซีน ที่เห็นว่า ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเรื้อรัง แต่ต้องมีความพร้อมในพื้นที่ระบาด ให้ได้ร้อยละ 70% ซึ่งย้ำต้องเป็นวัคซีนที่เพียงพอ และมีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์เดลต้า เพราะหากใช้ “ซิโนแวค” ซึ่งไม่มีผลต่อต้านได้ ก็ไม่มรประโยชน์ และคุมการระบาดไม่ทันสถานการณ์


นายแพทย์ชลน่าน บอกว่า โดยรวมการลงทุนจะสำเร็จ ขึ้นอยู่กับมาตรการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่รองรับ ซึ่งเราไม่คัดค้านต่อการล็อกดาวน์ และเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ล่าช้าไปด้วยซ้ำ


ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับเป็นห่วงว่าการล็อกดาวน์จะเจ็บแต่ไม่จบ เพราะมาตรการที่ไม่ครบถ้วน เพราะสิ่งที่รัฐบาลประกาศมาเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่คิดเป็นระบบ จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการยับยั้งเท่านั้น เพราเหากจะแก้ให้ได้ผลต้องวางมาตรการสาธาณสุข กระจายวัคซีนให้ทั่วถึง เพราะในบางประเทศ บอกแล้วว่า เราจะต้องอยู่กับโรคให้ได้ ไม่ให้เศรษฐกิจล่มสลาย ต้องหาหนทางให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอยู่รอด รัฐบาลต้องระดมสรรพกำลัง ผู้ที่มีความรู้ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด ไม่ใช่ให้ประชาชนอยู่รอดกันตามยถากรรมแบบนี้ ซึ่งการเยียวยาเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ประชาชนอยู่รอดได้ เราเชื่อว่าถ้าสถานการณ์แบบนี้ ภายในเดือนนี้ หรือ เดือนหน้า จะเป็นโศกนาโกรรม ทั้งโรคระบาด และการเผชิญปัญหาเศรษฐกิจของประชาชน ดังนั้นเราไม่สามารถไม่ไว้วางใจ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้แม้แต่วันเดียว เพื่อป้องความเสียหายกับประเทศ




ข่าวยอดนิยม